
"นี่มันอะไรกัน! มีกาวสมานแผลด้วยหรอ"
"วันหลังโดนแมวข่วน กระจกบาด หนูเดินไปหน้าปากซอยซื้อกาวมาทาได้เลยใช่ไหมคะ"
"ต้องกาวแบบไหนครับ ตราช้างดีไหม จะได้แน่นๆ"
เดี๋ยวก่อนจ้า อ่านบทความนี้ให้จบก่อนจะตรงดิ่งเดินไปซื้อกาวตราช้างร้านขายยา จนแผลจะเน่าไปกว่าเดิม เพราะกาวสมานแผลที่พี่มิ้นท์กำลังจะพูดถึง ไม่ใช่กาวน้ำ กาวลาเท็กซ์ กาวตราช้าง กาวเอนกประสงค์อะไรทั้งนั้น เพราะนี่คือ "กาวหอยแมลงภู่" ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ!
ใครจะคิดว่าสักวันหนึ่ง "หอยแมลงภู่" จะมีประโยชน์มากกว่าการเป็นอาหารทะเลลวกจิ้มที่แสนจะอร่อย นักวิทยาศาสตร์สามารถวิจัยและนำเอาโปรตีนชนิดหนึ่งจากหอยแมลงภู่ออกมาเพื่อใช้เป็นกาวสมานแผลในห้องผ่าตัดได้แล้ว ซึ่งปกติ เท่าที่เรารู้ก็คือ จะปิดปากแผลด้วยการเย็บด้วยด้ายหรือไหม ถึงแม้ปัจจุบันจะมีไหมละลาย ที่ไม่ต้องมาให้หมอตัดออก แต่ก็ยังมีข้อเสียคือ ฝากแผลเป็นไว้ให้เจ็บใจเล่นๆ นอกจากนี้ก็ยังมีกาวสังเคราะห์เพื่อสมานแผลอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ว่า กาวชนิดนั้นย่อยสลายในร่างกายมนุษย์ไม่ได้ ก็ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบได้เช่นกัน ในทางการแพทย์ก็พยายามค้นคว้าจนได้มาเจอ "หอยแมลงภู่" พระเอกของเราในงานนี้
"หอยแมลงภู่" มีคุณสมบัติอะไร ทำไมใช้เป็นกาวได้
ถ้าน้องๆ เคยไปทะเล หรือ ดูชาวประมงจับหอยแมลงภู่ ก็คงจะเห็นว่าหอยมันจะเกาะอยู่กับหินหรือหลักไม้แบบแน่นหนา ดึงออกยาก นั่นแหละค่ะ เป็นผลมาจากโปรตีนที่มีชื่อว่า ไดโฮดรอกซีฟีนิลอะลานีน (dihydroxyphenylalanine) ที่หลั่งออกมาเพื่อช่วยยึดตัวเองให้เกาะกับพื้นผิวต่างๆ ได้แน่น น้ำทะเลจะซัดขนาดไหนก็ไม่มีทางหลุดออกไปได้ ทีนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์คแคโรไลนาก็มองเห็นว่า โปรตีนนี้มันมีประโยชน์นี่นา ที่สำคัญโปรตีนนี้ไม่มีพิษ ย่อยสลายได้ น่าจะเอามาทำอะไรได้บ้าง จึงเป็นไอเดียของกาวสมานแผลแสนวิเศษ
พอลองเอาไปทดลองกับแผลของคนจริงๆ ก็ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียวเลยค่ะ ไม่มีทั้งผลข้างเคียงและปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย ต่อมาทีมวิจัยได้ปรับสูตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการเติมเหล็กเข้าไปเพื่อทำปฏิกิริยาให้กาวหอยแมลงภู่เหนียวขึ้น ใช้การได้ดีขึ้นนั่นเอง
ในฝั่งเอเชียก็ไม่น้อยหน้าค่ะ นักวิจัยจากเกาหลีใต้ก็สามารถคิดค้นกาวหยุดการตกเลือดจากหอยแมลงภู่ได้เหมือนกัน ทำงานโดยใช้แสงกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาเคมีในกาว แสงจะทำให้โปรตีนเชื่อมกันอย่างรวดเร็วและแข็งแรง มีการบรรยายสรรพคุณไว้ว่า สามารถหยุดเลือดได้ใน 1 นาที แถมไม่ทิ้งร่องรอยให้ดูต่างหน้าด้วยนะคะ และนอกจากผิวหนังแล้ว ยังใช้กับอวัยวะภายในที่ปิดแผลด้วยการเย็บไม่ได้อีก เรียกว่าเป็นสิ่งที่วงการแพทย์กำลังรอคอยเลยทีเดียว
สมัยก่อนเราอาจจะคิดว่า ถ้าต้องเป็นแผลหรือผ่าตัด ก็ได้แต่ก้มหน้ารับรอยแผลเป็นไว้ ไม่มีใครคิดว่าวันนึง เรื่องพวกนี้จะกลายเป็นปัญหาจนต้องคิดค้นวิธีใหม่ๆ ในการรักษา นี่แหละค่ะความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญที่สุด อะไรที่คนไม่สังเกต พวกเขาเท่านั้นที่จะเอามาใช้ประโยชน์ เหมือนเมือกเหนียวๆ ของ "หอยแมลงภู่" นี่ไง!
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.mtec.or.th/academic-services/mtec-science-technology-news/837-,
www.cbc.ca/news/technology/biomedical-engineers-look-to-mussels-for-surgical-glue-1.850354,
นิตยสารวิทยาศาสตร์ SCIENCE ILLUSTRATED
www.mtec.or.th/academic-services/mtec-science-technology-news/837-,
www.cbc.ca/news/technology/biomedical-engineers-look-to-mussels-for-surgical-glue-1.850354,
นิตยสารวิทยาศาสตร์ SCIENCE ILLUSTRATED




3 ความคิดเห็น
ถ้ามันออกมาเร็วกว่านี้จะดีมากค่ะ เราคางแตกตอนเด็กๆ ตอนนี้ยังมีแผลเป็นตีตราไว้ให้เจ็บใจอยู่เลย
อยากเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ต้องเรียนคณะไหนหรอครับ ต้องเรียนหมอเท่านั้นหรือเปล่า
ของโคตรดี! พวกแผลเป็นต่างๆก็คงจะหายไปเยอะเลย...