
สวัสดีค่ะ คอภาพยนตร์ได้สังเกตกันไหมว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา หนังวิทยาศาสตร์ ประเภทอวกาศ เดินทางออกนอกโลก มีให้ติดตามเยอะมาก สอดคล้องกับแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันที่เชื่อว่าสักวันหนึ่ง จะมีกลุ่มคนที่เดินทางไปนอกโลกเพื่อตั้งถิ่นฐานที่ดาวสักดวงให้ได้!
หลายคนอาจจะมองว่าภาพยนตร์ประเภทนี้เป็นเรื่องของจินตนาการ แต่ถ้าดูลงลึกกันถึงรายละเอียด บอกเลยว่าภาพยนตร์ได้สอดแทรกให้ความรู้และมีบางอย่างที่อาจเป็นจริงได้ อย่างเรื่อง passengers มนุษย์ที่เลือกออกเดินทางจากโลกไปดาวดวงใหม่ เริ่มต้นด้วยฉากที่ผู้โดยสารอยู่ในสภาวะจำศีลคือนอนอยู่เฉยๆ ในกระสวยในยานอวกาศและถูกควบคุมด้วยระบบต่างๆ ซึ่งจะปลุกขึ้นมา 3 เดือนสุดท้ายก่อนถึงดาวดวงใหม่ มองเผินๆ ก็รู้สึกว่าเจ๋งแฮะ ระยะทางที่ว่าไกลก็ใกล้ได้ด้วยการนอนอยู่เฉยๆ แนวคิด "จำศีล" เพื่อออกเดินทางสู่อวกาศ มีอยู่จริงนะคะ แต่ในทางปฏิบัติจะสามารถทำได้และทำได้สำเร็จเมื่อไหร่ เป็นเรื่องที่น่าติดตามค่ะ
จริงๆ เทคโนโลยีเรื่องการจำศีลมนุษย์เพื่อเดินทางไปในอวกาศ เป็นข่าวใหญ่ที่พูดถึงมาแล้วครั้งนึงเมื่อปี 2014 เพราะสมัยนั้นนาซาเริ่มมีแนวคิดมองถึงปัญหาของผู้เดินทาง นอกเหนือจากตัวยานอวกาศที่ส่งไป เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ เพราะการเดินทางไกลๆ นานๆ แบบนี้ ถึงตัวนักบินอวกาศจะมีประสบการณ์มากแค่ไหน ก็ต้องเผชิญกับความกดดันที่จะต้องอยู่ในที่แคบๆ และสภาพแวดล้อมต่างจากบนโลก ซึ่งอาจมีผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจได้ การจำศีลจึงเป็นหนึ่งทางออกที่เชื่อว่าจะลดความเสี่ยงในการเดินทางได้
ปี 2014 นาซา จึงให้เงินทุนแก่บริษัทสเปซเวิร์กส์ เอ็นเตอร์ไพรส์ โดยเงินก้อนนี้นาซาให้เพื่อไปค้นคว้าหาแนวทางที่จำ "จำศีล" มนุษย์ในระหว่างการเดินทางไปดาวอังคารให้ได้ การจำศีลที่ว่านี้ ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า "Hibernation" เป็นสภาวะหลับลึกด้วยการใช้ความเย็นทำให้มนุษย์อยู่ในสภาวะหลับลึก แต่ไม่ใช่การแช่แข็งเหมือนอาหารสำเร็จรูปนะ!
การลดอุณหภูมิ จะเข้าไปช่วยลดการทำงานในการย่อยอาหารของนักบินอวกาศ ซึ่งเป็นวิธีรักษาทางการแพทย์ในผู้ป่วยหนักที่มีมาอยู่แล้ว โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่นาซามีความคิดที่จะทำให้นักบินอวกาศอยู่ในสภาวะหลับลึกให้ยาวถึง 90-180 วัน ในการเดินทางสู่ดาวอังคาร (ไม่ได้นาน 120 ปีเหมือนในภาพยนตร์) ในระหว่างนี้ก็ถือเป็นการพักผ่อนระหว่างการเดินทาง ตื่นมาร่างกายก็จะยังสมบูรณ์เหมือนเดิมค่ะ
การออกแบบในส่วนของที่พัก จะประกอบไปด้วยหุ่นยนต์เพื่อให้อาหารทางเส้นเลือดดำ และใช้ไฟฟ้ากระตุ้นมัดกล้ามเนื้อที่สำคัญ เพื่อให้ร่างกายของนักบินอวกาศอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์ ซึ่งในห้องควบคุมยังออกแบบเครื่องสร้างแรงโน้มถ่วงไว้ด้วย เพราะถ้าอยู่ในสภาวะที่ไร้แรงโน้มถ่วง ร่างกายจะเสียความหนาแน่นของมวลกระดูกอีก
ภาพจำลองการสร้างแรงโน้มถ่วงจากแรงเหวี่ยงในห้องควบคุม
credit: http://edition.cnn.com/2014/10/07/tech/innovation/mars-hibernation-flight/
credit: http://edition.cnn.com/2014/10/07/tech/innovation/mars-hibernation-flight/
นอกจากเรื่องสุขภาพและสภาวะทางจิตใจที่เป็นเหตุผลของการ "จำศีล" ยังมีข้อดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย จากเดิมที่ต้องเตรียมเสบียงให้เพียงพอกับนักบินอวกาศในทุกๆ วันที่อยู่บนยาน พอต้องเตรียมเสบียงเยอะก็ต้องใช้เชื้อเพลิงเยอะ รายจ่ายตามมามากมาย แต่ถ้าจำศีลได้ ก็นอนอย่างเดียวไม่ต้องกิน ก็สามารถลดปริมาณของกินของใช้ได้ถึงครึ่งนึงเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการค้นคว้าวิจัย และทดสอบบนพื้นโลกเท่านั้นนะคะ แต่ยังไงก็อยากเอาใจช่วยทีมวิจัยและนาซาให้ทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ที่สำคัญถ้าวันใดวันหนึ่งสามารถใช้งานได้จริง ก็ต้องมีอาสาสมัครทดลองจำศีลอยู่ในห้วงอวกาศจริงๆ ด้วย ถ้าวันนั้นมาถึง คงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติมากๆ เลย ว่าแต่น้องๆ ชาว Dek-D จะกล้าจำศีลในห้วงอวกาศแบบนี้ไหมคะ?
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
www.technology.org/2014/10/20/nasa-investigating-deep-space-hibernation-technology/,
http://edition.cnn.com/2014/10/07/tech/innovation/mars-hibernation-flight/,
www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/1608-nasa-hibernation,
www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1414046497



10 ความคิดเห็น
ถ้ามีเหตุผลจำเป็นก็คงทำ
เจ๋งมากเลยค่ะพี่มิ้น ขอบคุณนะคะ
กลัวตื่นก่อนไปถึงดาวอีกดวงเหมือนในหนัง ถถถถถ
ประสาท ชีวิตมันก็แค่นี้ป่ะ เกิดแก่เจ็บตายป่าววะ ไร้สาระ
ความเชื่อ ความศรัทธา ของแต่ละคนมันแตกต่างกันครับ
เทคโนโลยีหลายอย่างพัฒนาเพื่อเดินทางในอวกาศสามารถนำมาปรับใช้กับการแพทย์ช่วยคนได้หลายครั้งแล้ว อันนี้ถ้าสำเร็จก็น่าสนใจเช่นกันนะ. ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถทำให้ผู้ป่วยจากโรครักษาไม่หายตอนนี้ จำศีลเพื่อชะลอโรค ลดการทำงานของอวัยวะ รอเวลาที่มีหนทางมากขึ้นก็ได้. จะมีอะไรที่ทางการแพทย์ต้องมากไปกว่า เวลาเมื่อชีวิตแขวนอยุ่บนเส้นด้าย
ว้าวคิดว่ามีเเค่ในหนังนะเนี่ยย
อยากลองดูบ้างง่ะ
อยากให้เกิดขึ้นในอนาคตครับ เพราะอาจจะนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาคนไข้ ด้วยการประมวลผลด้วยระบบโปรแกรมวิเคราะห์โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการรักษาให้น้อยที่สุด น่าจะเป็นไปได้
กำลังสงสัยว่า ถ้ามีความผิดพลาดของระบบการทำงานหรือเครื่องยนต์ขึ้นมา บุคลากรพวกนี้ก็จะจากไปอย่างสงบเลยหรือเปล่านะ? หรือว่าจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาทรมานก่อนจะจากไป