|
เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาอีกครั้งหนึ่งนะครับ...หลังจากที่วันก่อน พี่ลาเต้ ได้พูดถึงเรื่องคุณครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุโดยการใช้กรรไกรกรีดอวัยวะเพศ....ซึ่งล่าสุดคุณครูคนดังกล่าวก็เกิดอาการเครียดจัดถุงกับต้องส่งโรงพยาบาลเลยทีเดียว....
ผู้ปกครองนักเรียนเหยื่อกรรไกรกรีดจู๋แจ้งความเอาผิดครูแล้ว ผกก.สภ.อ.แม่ระมาด เตรียมส่งเด็กตรวจร่างกายประกอบคดี ชี้ยอมความไม่ได้ ด้านครูก่อเหตุเครียดหนัก ซดยาธาตุน้ำขาว-พาราเซตามอลเกินขนาดต้องหามส่งโรงพยาบาล
ความคืบหน้ากรณีครูดังในอ.แม่ระมาด จ.ตาก ลงโทษนักเรียนโดยใช้กรรไกรกรีดอวัยวะเพศเด็กชายจนผู้ปกครองไม่พอใจนั้น ปรากฏว่าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว ประมาณ 10 คน ได้เดินทางไปที่ สภ.อ.แม่ระมาด เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายพงษ์ (นามสมมติ) ครูประจำโรงเรียน ในข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเด็ก ภายหลังลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการใช้กรรไกรกรีดอวัยวะเพศชายเด็กนักเรียนทั้งหมด 11 คน จนมีบาดแผล และขณะที่สื่อมวลชนกำลังบันทึกภาพนั้น ครูหญิงรายหนึ่งของโรงเรียนดังกล่าวได้ห้ามสื่อมวลชนบันทึกภาพบน สภ.อ.แม่ระมาด
พ.ต.อ.อดุลย์สายบุญศรี ผกก.สภ.อ.แม่ระมาด จ.ตาก กล่าวว่า คดีที่ครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุนั้น ขณะนี้ทางตำรวจได้รับแจ้งคดีแล้ว ต่อไปจะให้เด็กทั้งหมดไปทำการตรวจแผลที่โรงพยาบาล พร้อมเรียกผู้ปกครอง และพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมทั้งครูในโรงเรียนมาสอบปากคำทั้งหมด ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ ส่วนการสอบปากคำเด็กนั้นจะต้องรออัยการ และนักจิตวิทยามาร่วมสอบสวนด้วย
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม นักเรียนชั้นมัธยมของโรงเรียนดังกล่าว ได้ช่วยกันนำตัวนายพงษ์ ครูที่ลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุส่งโรงพยาบาลแม่ระมาด เนื่องจากเกิดอาการเครียดอย่างหนัก หลังจากตกเป็นข่าว และถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงทานยาพาราเซตามอล และยาธาตุน้ำขาวเข้าไปจนเกินขนาด โดยอาการล่าสุดของนายพงษ์ ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่ระมาด และแพทย์ห้ามเยี่ยมเด็ดขาด โดยเฉพาะไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ
ด้าน นายกิตติพงษ์พิพัฒน์ศิวพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาก เขต 2 (ผอ.สพท.ตาก เขต 2) ซึ่งดูแลพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และได้สั่งการรองผู้อำนวยการเขต พร้อมทีมงานลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงเรียน เพื่อดำเนินการต่อไป
นายภีระยมเกิด รอง ผอ.สพท.ตาก เขต 2 กล่าวว่า ได้เดินทางไปที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ และพบกับหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ฝ่ายปกครอง และผู้ปกครองนักเรียนจำนวนหนึ่ง เมื่อช่วงสายวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และจากนี้จะต้องรายงานให้นายชุมพร พลรักษ์ ผู้ว่าฯ ตาก และสายงานบังคับบัญชาให้ทราบโดยด่วน โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่บาดแผลไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ศ.ดร.วิจิตรศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าหากมองในภาพรวมแล้วเกิดปัญหาความรุนแรงและพฤติกรรมก้าวร้าวระหว่างนักเรียนกับนักเรียน หรือครูกับนักเรียนถี่ขึ้นมาก ซึ่งได้หารือในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาและพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ซึ่งมีตัวแทนของกระทรวงด้านสังคม ศาล ตำรวจ นักจิตวิทยา และองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านเด็ก ร่วมเป็นกรรมการว่า มาตรการดูแลพฤติกรรมนักเรียนแบบเดิมๆ ที่เน้นการปกครองเด็กโดยใช้วินัย ใช้การลงโทษ โดยเฉพาะการลงโทษใช้ไม้เรียวมาเป็นตัวควบคุมพฤติกรรมนักเรียนนั้น ไม่ได้ผลแล้ว
รมว.ศธ.กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะต้องศึกษาพฤติกรรมเยาวชนเพื่อวางแผนที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาความรุนแรงในเด็ก และควรจะนำเรื่องความสมานฉันท์ สันติไปใช้ในโรงเรียนด้วย นอกจากนั้น จะต้องตั้งโจทย์พิจารณาเรื่องอื่นๆ เช่น จำเป็นหรือไม่ที่จะให้ ร.ร.ดึงนักจิตวิทยาไปประจำร.ร. ต้องพัฒนาครูอย่างไรหรือในเรื่องของหลักสูตรต้องมาพิจารณาว่า หลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเน้นเนื้อหาสาระมากเกินไปจนละเลยในเรื่องการพัฒนาพฤติกรรมเด็กหรือไม่
ดร.จรวยพรธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า การกระทำของครูรายดังกล่าวถือเป็นการทำร้ายร่างกาย ผู้ปกครองสามารถแจ้งตำรวจดำเนินคดีทางอาญาได้ รวมทั้งสามารถเข้าร้องเรียนกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) หรือโทรแจ้งสายตรงรัฐบาลหมายเลข 1111 และสายด่วนศธ. หมายเลข1579
เรื่องเหล่านี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่เด็กและเยาวชนควรจะรับรู้ไว้ว่าการลงโทษนักเรียนในลักษณะนี้ทำไม่ได้ เพราะเข้าข่ายการทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินเป็นคดีอาญา อย่างไรก็ตรม ขณะนี้ ศธ. ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นำร่องอบรมหลักสูตรพิเศษเรื่อง สิทธิมนุษยชนศึกษาแก่ยุวกาชาดภายในเดือนตุลาคมเพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักสิทธิต่างๆ ที่พวกเขาพึงมี ปลัดศธ. กล่าว
นานาจิตตังนะครับน้องๆ...พี่ลาเต้ ได้มาฟังข่าวในวันนี้แล้วก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน...ซึ่งขณะนี้ พี่ลาเต้ เชื่อว่าจิตใจทั้ง 2 ฝ่ายทั้งครู และนักเรียน คงไม่สู้ดีนัก....ยังก็ขอให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วและสบายใจทุกฝ่ายนะครับ...คนผิดก็ต้องได้รับผิดและชดใช้กรรมต่อไป....
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
|
2 ความคิดเห็น