ไขปริศนาออกแล้ว! ชาวอียิปต์โบราณขนก้อนหิน 2.5 ตันไปสร้างพีระมิดได้ยังไง


 
      สวัสดีค่ะ ถ้าเอ่ยถึงสิ่งมหัศจรรย์ของโลก หลายคนคงนึกถึงพีระมิดที่ประเทศอียิปต์เป็นอันดับต้นๆ ความมหัศจรรย์ของสถาปัตยกรรมนี้ ไม่ได้อยู่แค่ความอลังการใหญ่โตและรูปทรงที่แปลกตา หรือ ประโยชน์ใช้สอยของชาวอียิปต์ในการเก็บร่างของฟาโรห์ที่สิ้นพระชนม์ (แม้ว่าธรรมเนียมนี้จะน่าสนใจมากก็ตาม) แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สนใจมากที่สุดเกี่ยวกับสิ่งๆ นี้คือ เมื่อหลายพันปีก่อน ชาวอียิปต์สร้างพีระมิดขึ้นมาได้ยังไง โดยเฉพาะการขนก้อนหินที่หนักมากกว่า 2.5 ตัน ขึ้นไปวางเรียงพีระมิดเป็นชั้นๆ!


        มีหลายทฤษฎีที่พูดถึงวิธีการก่อสร้างพีระมิด และมักจะไปในทางเดียวกันว่า คนงานในการสร้างพีระมิดมีจำนวนมหาศาล แต่ไม่ได้มีเครื่องมืออะไรที่ทันสมัยมากไปกว่า พลั่ว เลื่อย สิ่ว ค้อน ในการกระเทาะและตอกหิน ซึ่งหินที่นำมาใช้ก่อสร้างก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เสียด้วย ต้องลำเลียงมาจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไนน์เลยทีเดียว โดยจะลำเลียงมาทางเรือมาที่ท่าเรือใกล้ๆ จุดที่สร้างพีระมิด ส่วนการเคลื่อนย้ายหิน จะมัดก้อนหินแต่ละก้อนมาวางไว้บนล้อเลื่อนไม้ และใช้แรงงานคนลากล้อเลื่อนนั้นอีกที ลากไปเรื่อยๆ จนขึ้นไปถึงพีระมิด บ้างก็ว่าชาวอียิปต์สร้างอุโมงค์น้ำ แล้วใช้หนังแพะประกอบกับแผ่นไม้ทำเป็นแพเพื่อเคลื่อนก้อนหินไปตามอุโมงค์

       แต่ล่าสุด มีงานวิจัยจากนักฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมร่วมกับอีกหลายๆ ประเทศ ได้ทำการค้นคว้าทฤษฎีการขนย้ายก้อนหินขนาดมหึมาของชาวอียิปต์สมัยก่อน เรียกว่าใกล้เคียงกับความคิดเดิม แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว

       นักฟิสิกส์กลุ่มนี้ มุ่งเป้าไปที่ "น้ำ" และ "ทราย" 2 อย่างนี้แหละค่ะที่ทำให้ชาวอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดอย่างที่เห็นขึ้นมาได้ แต่ไม่ถึงกับสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่อย่างแนวคิดเดิม แนวคิดใหม่นี้เน้นศึกษาเรื่องแรงเสียดทานเป็นหลัก โดยการใช้น้ำราดลงไปบนทราย เมื่อทรายเปียกน้ำ (ต้องไม่แฉะเกินไปด้วย) การลากของหนักจะทำได้ง่ายและลื่นขึ้น เพราะการลากในทรายแห้ง เม็ดทรายจะถูกดันมากองที่ด้านหน้า ต้องออกแรงดึงเพิ่ม แต่การเพิ่มน้ำลงไปจะช่วยให้ทรายเกาะยึดตัวและมีความแข็งแรง ช่วยลดแรงเสียดทานเมื่อลากสิ่งของผ่าน ถ้าเทียบกันแล้วอาจใช้ปริมาณคนลากน้อยลงกว่าลากบนทรายแห้งได้ถึงครึ่งนึงเลยทีเดียว

 

ภาพการทดลองของทีมนักฟิสิกส์

       แนวคิดนี้ได้มาจากการทดลอง เลื่อนแท่งเหล็กบนพื้นทราย (ภาพด้านบน) จะเห็นว่าด้านซ้ายเป็นทรายแห้ง เมื่อลากจูงถาดเหล็กมา ทรายจะถูกดันมากองด้านหน้า ส่วนด้านขวาเป็นทรายเปียก การลากจูงถาดเหล็กก็เป็นไปอย่างสบายๆ
 

       แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุด พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดหรือทดลองอะไรขนาดนี้ก็ได้ ถ้าสามารถตีความจากภาพวาดออก เพราะภาพวาดฝาผนังจากหลุมฝังศพของ Djehutihotep ที่ค้นพบเมื่อราว 1900 ปีก่อนคริสตกาล มีภาพหนึ่ง ที่เหมือนจะบอกใบ้กลายๆ เกี่ยวกับวิธีการขนย้ายของหนักๆ โดยเป็นภาพของคนลากรูปปั้นขนาดใหญ่ แบ่งคนออกเป็น 2 หน้าที่คือ คนลากจูง อีกส่วนจะเป็นคนเทน้ำด้านหน้า ซึ่งคนรุ่นใหม่มองว่าเป็นเพียงพิธีกรรมอย่างหนึ่งก็เลยตีความไม่ออกจ้า

      ไม่ว่าแนวคิดนี้จะถูกหรือผิดจากความจริงในสมัยนู้น แต่พี่มิ้นท์ก็มองเห็นถึงคุณค่ามากกว่าการได้รู้ว่าชาวอียิปต์ย้ายก้อนหินยังไง เพราะยังเอาไปต่อยอดความรู้ในเรื่องของพื้นผิว ลักษณะของวัสดุต่างๆ เพื่อนำไปใช้พัฒนาในเรื่องการขนส่งได้อีกด้วย^^ ว่าแต่น้องๆ ชาว Dek-D พอจะนึกไอเดียออกมั้ยว่า จะมีวิธีไหนอีกที่ชาวอียิปต์จะย้ายก้อนหินไปสร้างพีระมิดได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.livescience.com/45285-how-egyptians-moved-pyramid-stones.html,
www.scienceifl.com/mystery-of-how-the-egyptians-moved-the-massive-2.5-ton-pyramid-stones-solved.htm

 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
Libran Member 20 มี.ค. 60 18:44 น. 5

แนวคิดนี้ไม่เคยคิดถึงเลยอะ แต่ทะเลทราย น้ำหายากมาก จะเอามาเทราดตามพื้นทางเดินได้ ชาวบ้านต้องเห็นว่าการสร้างพีระมิดขึ้นเป็นความสำคัญและยิ่งใหญ่มาก

1
กำลังโหลด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Libran Member 20 มี.ค. 60 18:44 น. 5

แนวคิดนี้ไม่เคยคิดถึงเลยอะ แต่ทะเลทราย น้ำหายากมาก จะเอามาเทราดตามพื้นทางเดินได้ ชาวบ้านต้องเห็นว่าการสร้างพีระมิดขึ้นเป็นความสำคัญและยิ่งใหญ่มาก

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด