
พอพูดถึงเบกกิ้งโซดาแล้ว สาวๆ NUGIRL หลายคนอาจจะกำลังงง ว่านี่พี่โอ๊ตมาชวนทำเบเกอรี่รึเปล่า ไม่ใช่นะคะ! เบกกิ้งโซดาที่หลายคนคุ้นเคย จนเข้าใจไปว่าสามารถใช้เป็นส่วนผสมอาหารได้อย่างเดียว จริงๆ แล้วมีประโยชน์เป็นร้อยอย่างเลย แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ในด้านความสวยความงามกันค่ะ
เบกกิ้งโซดาคืออะไร?
ถ้าเรียกให้เป็นทางการ คนส่วนใหญ่ก็จะคุ้นกับชื่อ Sodium bicarbonate มักจะเป็นส่วนประกอบอยู่ในเบเกอรี่ประเภทต่างๆ ซึ่งเหมือนกันผงฟูค่ะ สาวๆ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเหมือนกัน หยิบเอา ผงฟู หรือ เบกกิ้งพาวเดอร์ มาใช้แทน ปรากฏว่าเกิดสิวอุดตันหน้าพังกันเป็นแถบ นั่นก็เพราะในเบกกิ้งพาวเดอร์ นอกจากจะมีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบแล้ว ยังมีส่วนผสมของสารที่มีฤทธิ์เป็น
กรด และมีแป้งข้าวโพดเป็นส่วนประกอบด้วยนั่นเอง เวลาเลือกซื้อต้องสังเกตฉลากดีๆ นะคะ ว่าเลือกที่เขียนว่า เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เท่านั้น
เอาล่ะ ทีนี้ลองมาดูสูตรที่พี่โอ๊ตเคยได้ลองทำแล้วเวิร์ค แถมยังปลอดภัยกับผิวของเรากันดีกว่าค่ะ
สูตรที่ 1 เบกกิ้งโซดา + น้ำเปล่า
สูตรที่ 2 เบกกิ้งโซดา + น้ำผึ้ง
สูตรที่ 3 ผสมเบกกิ้งโซดาลงในแชมพู
วิธีนี้สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวบริเวณหน้าผาก หรือไรผมตามกรอบหน้า ซึ่งอาจจะมาจากสารเคมีในแชมพู ลองเติมเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชา (สำหรับแชมพูขวดเล็ก ถ้าขวดใหญ่แบบ 500 มล. เติม 1 ช้อนชาค่ะ) จากนั้นเขย่าขวดแชมพูเพื่อให้เบกกิ้งโซดากระจายให้ทั่ว แล้วสระผมตามปกติ
สูตรที่ 4 เบกกิ้งโซดา + น้ำมันมะพร้าว
โอ้โห แค่มีเบกกิ้งโซดา ก็ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายอย่างเลยทีเดียวค่ะ แถมยังหาซื้อง่าย ราคา
ถูกมากๆ ด้วย พี่โอ๊ตจำได้ว่าซื้อมา 50-60 บาท ถุงใหญ่เวอร์ ใช้กันข้ามปีไปเลยค่ะ สาวๆ คนไหนใช้แล้วเวิร์ค ก็อย่าลืมมาบอกต่อเพื่อนๆ กันนะคะ พี่โอ๊ตเองก็ยังมีอีกหลายสูตรเลยที่ยังไม่ได้ลอง แต่ถ้าได้ลองจะมาอัพเดทกันแน่นอนค่ะ
อ้อ! แล้วสำหรับสาวๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นสายชอบบอกต่อ ก็อย่าลืมมาร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ อย่าง “รีวิวดีมีรางวัล ครั้งที่ 3” ที่ทาง NUGIRL จัดขึ้น งานนี้แจกหนักไม่แพ้ซีซั่นก่อนๆ แน่นอน ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่เลย https://www.dek-d.com/nugirl/45090/
NUGIRL เปลี่ยนตัวเองให้สวยไม่ใช่เรื่องยาก





3 ความคิดเห็น
ทำได้อาทิตย์ละกี่ครั้งหรอคะ
อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็พอจ้า
เคยอ่านเพจของ drama addict จ่าบอกเบกกิ้งโซดา ไม่ได้ช่วยค่ะ (ที่ฮิตทำกันน่าจะเพราะตามพวกบิวตี้บล็อคเกอร์แล้วบางครั้งให้ความรู้แบบผิดๆ) เอามาผสมได้แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าเกิดบางคนแพ้ขึ้นมานิ่งแย่กันไปใหญ่ (พยายามหาลิงค์ที่จ่าเคยเขียนเรื่องนี้ไว้แต่หาไม่เจอค่ะ)
จริงๆ ผลเสียของเบกกิ้งโซดาที่เห็นชัดเจนคือทำให้ผิวแห้งมากกว่าปกติ เนื่องจากเมื่อเราน้ำเบกกิ้งโซดาไปละลายน้ำแล้วนำมาใช้กับผิว เบกกิ้งโซดาจะทำปฏิกิริยากับไขมันบนผิว และละลายออกมาในรูปแบบของไขสบู่ค่ะ ซึ่งสูตรที่พี่ทดลองทำดูจะเห็นได้ว่า พี่จะเอาไปผสมกับส่วนผสมอื่นๆ เพื่อยังคงความชุ่มชื่นให้ผิว และให้เบกกิ้งโซดาทำหน้าที่เหมือนเม็ดบีดส์ ขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปด้วย ยกเว้นสูตรเดียวที่ให้ผสมกับน้ำเปล่า อันนั้นก็ใช้เฉพาะบริเวณหัวสิว เพื่อช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น และยุบไวค่ะ
ส่วนที่น้องอ่านมา พี่ไม่แน่ใจว่าจ่าพูดถึงตัวผงฟู หรือเบกกิ้ง พาวเดอร์ รึเปล่า เพราะอันนั้นห้ามใช้กับผิวโดยเด็ดขาด เพราะว่ามีส่วนผสมที่เป็นอันตรายกับผิว นอกจากไม่ช่วยแล้วยังทำให้หน้าพังได้ง่ายๆ เลยค่ะ