|
สวัสดีครับ วันนี้ พี่ปอ มีเคล็ดลับดีๆมาฝากครับ เป็นเคล็ดลับที่ว่า ทำยังไง ถึงจะได้ทุน เอ
น้องๆอยากได้ทุนหรือเปล่าครับ พี่ปอ อยากได้มากเลย แต่ที่ได้ตอนนี้ก็มีแต่ทุน พม ฮ่าๆ งงกันไปเลย ก็ทุน พ่อแม่ ไงครับ นอกเรื่องกันพอแล้ว เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า โดยพี่ปอรวบรวมมาจาก นักเรียนทุนหลายๆคนที่ได้ทุนทั้งจากของรัฐบาล ของมหาวิทยาลัย และอื่นๆอีกมากมายครับ เพื่อนำมาฝากน้องๆชาว dek-d กันเลยนะเนี่ย เอ้า มาดูกันดีกว่าครับน้องๆว่า ทำยังไงถึงจะได้ทุน ทฤษฎีบทแรก เตรียมตัวสู่การสอบข้อเขียน 1. ตั้งใจเรียนในห้องเรียน เพราะว่าการเรียนในห้องเรียน สำคัญที่สุดแล้ว แล้วเวลาเราเรียนก็ควรฟังและคิตามที่อาจารย์สอนไปด้วย มีใจความสำคัญตรงไหนก็จดไว้ เพื่อจะได้มาทบทวนภายหลังได้ 2. ทบทวนบทเรียนที่เรียนมาทุกๆวันเป็นประจำ ตรงนี้สำคัญนะครับ ควรทำให้เป็นกิจวัตรเลย ไม่จำเป็นว่าต้องอ่านวันละหลายๆชั่วโมง แค่สิบนาที ยี่สิบนาที ก็พอแระครับ แต่ต้องทำทุกๆวันนะ 3. พยายามไม่ขี้เกียจ ข้อนี้พี่ปอเข้าใจเลยว่าทุกๆคนย่อมเป็นครับ พี่ปอก็เป็น แหะๆ ขี้เกียจกับนักเรียนเนี่ย เหมือนจะเป็นของคู่กันเนอะ แต่เราก็ต้องพยายามฝึกตัวเองให้เป็นคนขยัน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนนะครับ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เจ้าขี้เกียจของเราก็จะหายไปเองครับ 4. เปิดใจให้กว้าง ข้อนี้น้องๆหลายๆคนอาจงง เอ๊ะ เปิดใจให้กว้างนี่ยังไงหรอ เปิดใจรับรักจากชายหนุ่ม หรือหญิงสาวหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ เปิดใจให้กว้างในที่นี้ หมายถึงว่าเราต้องเปิดใจในการที่จะรับความรู้ใหม่ๆเข้ามา ไม่ใช่ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เรารู้แล้ว เราเรียนมาแล้ว เลยไม่สนใจ การที่เราไม่เปิดใจให้กว้างอาจจะทำให้เราพลาดสิ่งดีๆก็ได้นะครับ 5. เป็นคนติดตามข่าวสาร ใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่เสมอ ข้อนี้เป็นอีกข้อหนึ่งที่สำคัญมากนะครับ ในยุคปัจจุบัน เพราะเดี๋ยวนี้อยู่ในยุคโลกาภิวัตน์กันแล้ว เราจึงต้องติมตามข่าวสารต่างๆ หาความรู้รอบตัวเพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อจะได้เก่งรอบด้านไงครับ เพราะว่าข้อสอบทุนเนี่ย พี่ปอขอบอกเลยว่า มีคำถามหลายๆข้อที่เราคาดไม่ถึงเลยครับ แล้วน้องๆจะนึกถึงข้อนี้เลยว่าสำคัญมากๆ 6. share ความรู้กับเพื่อนๆ หรือผู้รู้อื่นๆอยู่เสมอ การ share ความรู้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะบางที สิ่งที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว บางทีอาจจะผิดก็ได้ การ share ความรู้จึงทำให้สิ่งที่เรารู้อยู่แล้วกระจ่างขึ้นมาอีกก็ได้ครับ ที่สำคัญบางทีทำให้เกิดมิตรภาพดีๆด้วยนะครับ 7. รู้จักผ่อนคลายบ้าง จาก 6 ข้อที่ผ่านมา จะเห็นว่าเครียดๆทั้งนั้นเลย ก็ต้องมีการผ่อนคลายกันบ้างใช่ไหมไม่ใช่ว่าจะเรียนอย่างเดียวเลย ก็ข้อนี้ก็ freestyle แล้วแต่น้องๆเลยว่าจะผ่อนคลายยังไง 8. รู้จักแบ่งเวลา ข้อนี้ก็สืบเนื่องมาจากข้อ 7 เลย น้องๆต้องรู้จักแบ่งเวลานะครับ ไม่ใช่ว่าผ่อนคลายจนลืมอ่านหนังสือเลย อย่างนี้ก็ไม่ไหวนะ แต่พี่ปอมักทำข้อนี้ไม่ได้แห๊ะ ไม่รู้เป็นไง แหะๆ 9. คืนก่อนสอบ ไม่ควรอ่านหนังสือใดๆทั้งสิ้น ควรพักผ่อนให้เต็มที่ที่สุด วันรุ่งขึ้นจะได้สมองปลอดโปร่ง ทำข้อสอบได้หมดทุกข้อเลย
ทฤษฎีบทที่ 2 เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ การสอบชิงทุนต่างๆ ส่วนใหญ่มักจะมีการสอบสัมภาษณ์ด้วย การสอบสัมภาษณ์เนี่ย น้องๆไม่ต้องกลัวครับ ก็เหมือนการพูดคุยกับอาจารย์ทั่วๆไปแหล่ะ เราก็ทำหน้าที่ของเราตรงจุดนั้นให้ดีที่สุดก็พอ ไม่ต้องเกร็งนะครับน้องๆ น้องๆส่วนใหญ่เวลาเข้าไปในห้องสัมภาษณ์แล้วจะเกร็งมากๆเลย เวลาอาจารย์ที่สัมภาษณ์เรา ยิงคำถามมาเราก็มักจะตอบไม่ได้ เราต้องทำใจดีสู้เสือไว้ครับ ทำให้คนที่สัมภาษณ์เราเห็นว่าเราไม่กลัวเขา เรามีความมั่นใจในตัวเอง แล้วเวลาเขาถามอะไรมาก็ตอบไปเสียงดังฟังชัดเลยครับ อ้อ บางที่เขาจะแบบว่า ให้เราพูดแนะนำตัวเราเอง น้องๆก็พูดไปเลยครับ ไม่ต้องกลัว พูดจนเขาไม่มีเวลายิงคำถามมาเลย อันนี้พี่ปอทำมาแล้ว ได้ผลครับ อีกอย่างหนึ่งที่พี่ปออยากให้น้องๆเตรียมตัวเอาไปวันที่สอบสัมภาษณ์ก้คือ บางที่เขาจะมีการดู portforio หรือแฟ้มสะสมผลงานของเราแหล่ะ น้องๆก็ต้องเตรียมตัวทำไปด้วยนะครับ ไม่ต้องทำแบบสวยงามอะไรมากหรอก ไม่ต้องทำไปเล่มใหญ่ๆด้วย เอาแค่ส่วนที่สำคัญๆก็พอครับ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ เพราะในการสอบสัมภาษณ์นั้น เขาจะดูความมั่นใจของเราและบุคลิกของเรานั่นแหล่ะครับคือสิ่งสำคัญเลยล่ะ ทีนี้เรามาดูคำถามยอดฮิตที่มักจะโดนถามในการสอบสัมภาษณ์กันดีกว่า - ช่วยเราประวัติของคุณให้ฟังหน่อยสิครับ/ค่ะ แนวทางการตอบคำถามข้อนี้ ก็ควรเล่าประวัติของเราให้กระชับที่สุด ไม่ยืดยาวจนเกินไปและควรพูดอย่างชัดเจน เสียงดังฟังชัด - ทำไมคุณถึงอยากได้ทุน ควรตอบตามความจริง ไม่ต้องกลัวว่าสิ่งที่เราตอบไปจะผิด ตอบมาจากใจจริงๆของเรา - ถ้าไม่ได้ทุน คุณจะเรียนไหม ในกรณีที่บางแห่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทุนแต่ก็จะมีการพิจารณาให้เข้าเรียนต่อในที่ที่นั้น น้องๆควรตอบตามความจริงว่าถ้าน้องไม่ไดทุนน่ะ น้องๆจะเรียนที่นั่นไหม เพราะว่าถ้าน้องๆตอบไปว่า เรียนครับ/เรียนค่ะ แล้วพอผลออกมาว่าน้องไม่ได้ทุน แต่น้องได้เรียนที่นั่น น้องก็จะไม่เอา แต่ยังมีน้องอีกส่วนหนึ่งที่เขาอยากเรียนจริงๆ ก็เหมือนเป็นการตัดสิทธิ์เขา อันนี้ก่อนที่จะสัมภาษณ์ก็ควรคิดก่อนนะครับว่า อยากเรียนที่นั่นจริงๆไหม ก็จะประมาณนี้ละครับ คำถามยอดฮิตที่เขาจะมักถามกัน นอกนั้นก็จะเป็นคำถามทั่วๆไป จำไว้ว่า การตอบทุกๆคำถาม น้องๆควรตอบไปด้วยความมั่นใจนะครับ เท่านี้แหล่ะครับน้องๆก็มีชัยไปมากกว่าครึ่งแล้ว เคล็ดลับที่กล่าวมาทั้งหมดนี้น้องๆลองเอาไปทำดูนะครับ ไม่ใช่เฉพาะว่าสอบชิงทุนอย่างเดียวนะ แต่สามารถนำไปประยุกต์ในการสอบต่างๆได้อีก โดยเฉพาะน้องๆ ม 6 อีกไม่นานก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว ลองเอาไปใช้ได้นะครับ พี่ปอ ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนนะครับ น้องๆคนไหนที่นำเคล็ดลับนี้ไปใช้แล้วได้ผลก็บอกต่อเพื่อนๆด้วยนะครับ พี่ปอเอาใจช่วยครับ สู้เขา
.ทาเคชิ |

8 ความคิดเห็น
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
เราไม่กล้าไปสอบหรือชิงทุน หรืออะไรที่ไหนกะใครเค้าเลย
กลัวว่าเราจะไม่เก่งพออ่ะ >.< แต่ยังไงก็สู้ๆค่ะ (เผื่อมีโอกาส)
คือหนูอยากได้จริงๆ ที่บ้านก็สนับสนุนแต่ไม่มีเงินมากพอ
ก็เลยอยากได้ทุนค่ะ ใครมีเว็บเกี่ยวกับการชิงทุนไปต่างประเทศ
ก็ช่วยบอกหนูหน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ