Perfect! "พิม" สาวน้อยสุดเก่ง เรียน+ทำงานไปด้วย แต่ทำได้ดี (มาก) ทั้งคู่

        สวัสดีค่ะ เด็กมีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียว คงใช้ไม่ได้กับเด็กยุคนี้แล้ว เด็กรุ่นใหม่หลายคน เริ่มใช้ความสามารถออกมาหารายได้ แบบไม่ต้องง้อเงินผู้ปกครองเลย ซึ่งเป็นเรื่องน่าชื่นชมมากๆ เลยนะคะ แต่จะยิ่งน่าชื่นชมมากขึ้นไปอีก เมื่อคนๆ นั้น สามารถทำได้ดีทั้งเรื่องเรียนและทำงาน!
       เกริ่นมาขนาดนี้ แน่นอนว่า พี่มิ้นท์พาหนึ่งตัวอย่างของเด็กไทยที่มีคุณสมบัติครบเป๊ะ แม้จะต้องทำงานไปด้วย แต่เรื่องเรียนก็ทำได้ดีจนต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้เลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จัก "พิม" สายปัญญารังสิต กันเลยค่ะ



Profile
ชื่อเล่น : พิม
แผนการเรียน : แผนการเรียน Mep Math-Eng
งานอดิเรก : ร้องเพลง เลี้ยงสัตว์ อ่านหนังสือ
สไตล์การเรียน : พิมไม่ค่อยเคร่งกับการเรียนมากสักเท่าไหร่ เรียนๆ เล่นๆ แต่ถ้าวันไหนฟิตมากๆ ก็จะตั้งใจเรียนจดจ่อทุกวิชา
IG :  pimlapas.j

 
   พี่มิ้นท์ :  แนะนำตัวให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D.com รู้จักหน่อยจ้า
   น้องพิม : สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Dek-D ทุกคนนะคะ พิม พิมพ์ลภัส จึงสุระ จากโรงเรียนสายปัญญารังสิต เพิ่งจบ ม.6 มาหมาดๆ เองค่ะ วันนี้ก็ได้มีโอกาสมาพูดคุยบอกเล่าประสบการณ์กับทุกคน รู้สึกยินดีมากเลย^^
       พิมเรียน mini english program ศิลป์คำนวณค่ะ ปกติพิมเป็นคนเฮฮา ตลก พูดมาก แต่ภายนอกอาจจะดูนิ่งๆ เหมือนว่าจะหยิ่ง เพราะหน้าตาไม่ค่อยรับแขก 5555 แต่ถ้ารู้จักจริงๆ บอกเลยว่าแซ่บ

   พี่มิ้นท์ : ทำไมน้องพิมถึงเลือกสายการเรียนนี้คะ
   น้องพิม : ตอนแรกพิมจะเรียนสายวิทย์ค่ะ แต่ด้วยความที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย คุณครูเลยแนะนำว่าลองเปลี่ยนมาเรียนศิลป์คำนวณมั้ย เผื่อจะได้นำไปต่อยอดได้มากกว่าและสามารถแบ่งเวลาในการทำงานได้ด้วย ซึ่งมันโอเคมากๆ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพิมไม่ต้องมาเครียดกับการเรียนมากเท่าไหร่


 

   พี่มิ้นท์ : รีวิววิชาเรียนในแผนศิลป์-คำนวณนี้ให้น้องๆ รู้จักสัก 2-3 วิชาหน่อยค่ะ
   น้องพิม : วิชาที่พิมปลื้มมากที่สุด คือ literature หรือ วรรณคดีอังกฤษค่ะ วิชานี้ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ตรงกันข้ามคือ ทำให้เราได้อ่านนวนิยาย วรรณคดี เป็นการฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ได้รู้คำศัพท์ที่หลากหลาย ได้ฝึกจินตนาการด้วยค่ะ บางครั้งคุณครูก็ให้แสดงบทบาทสมมติ หรือถ่ายทำหนังสั้น เป็นอะไรที่สนุกมาก
        ส่วนอีกวิชาคือ คอมพิวเตอร์ค่ะ ช่วงที่สนุกคือการเขียนโปรแกรม และทำแอนิเมชั่น พิมชอบมากกกก เพื่อนๆ ในห้องส่วนใหญ่จะเซย์โนกับวิชานี้ แต่สำหรับพิม ถือว่าเป็นวิชาในดวงใจ รักสุดๆ อิอิ จริงๆ คอมพิวเตอร์เป็นวิชาพื้นฐานที่พิมมองว่า เรียนไปแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงค่ะ ไม่ใช่แค่ใช้เล่นเกม หรือพิมพ์งานเหมือนทุกวันนี้

   พี่มิ้นท์ : ทราบมาว่าน้องพิมผลงานในวงการบันเทิงด้วย?
   น้องพิม : พิมเริ่มเข้าวงการตอนอายุ 12 จากการประกวด young model 2012 ค่ะ จากนั้นก็ได้มีโอกาสแคสติ้งโฆษณาบ้าง จนมาเริ่มทำงาน ในฐานะผู้ประกาศแจ้งรายการของทางช่อง 3 ซึ่งตอนนั้น ต้องผ่านการอบรมการพูด บุคลิกภาพ การออกเสียง ตอนนั้นยังอายุแค่ 13 เองค่ะ ยังเด็กมาก รอเวลาประมาณ 1 ปี ถึงจะได้ทำจริงๆ ค่ะ ตอนนี้ก็ทำมาได้เกือบปีแล้วและยังทำอยู่ค่ะ ถ้าน้องๆ ได้เปิดช่อง 3 พิมอาจจะเคยผ่านตาน้องๆ แล้วค่ะ >//< หลังจากนั้นก็มีโอกาสเล่นละครเรื่องนารีริษยา ทางช่อง 3sd ด้วยค่ะ ซึ่งการที่เราได้ทำงานแต่เด็ก เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยค่ะ


credit : www.thaitv3.com

   พี่มิ้นท์ : การที่เราต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย รู้สึกเสียเปรียบเพื่อนๆ ไหมคะ
   น้องพิม : จริงๆ แล้ว พิมไม่ได้รู้สึกว่าการทำงานเป็นภาระนะคะ การทำงานไม่ค่อยมีผลกระทบต่อการเรียนของพิมสักเท่าไหร่ อาจจะมีช่วงพีคบ้าง ก็ตอนที่ต้องถ่ายละครค่ะ ตอนนั้นใช้เวลาประมาณถ่ายละครประมาณ 7 เดือน ช่วงนั้นมีเวลาได้โรงเรียนแค่ 60% เครียดมาก กลัวผลการเรียนแย่ลง แต่เอาจริงๆ ก็พอจะรับมือไหวค่ะ พิมเข้าไปคุยกับคุณครู เรื่องการทำงานของพิม ครูก็เข้าใจ คอยแนะนำ ส่วนเพื่อนๆ ก็ช่วยตามงานให้ตลอดเลยค่ะ ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ด้วยค่ะ


   พี่มิ้นท์ : ทราบมาว่าเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เกรดก็ยังดีอยู่
   น้องพิม : ถือว่าดีมากสำหรับพิมค่ะ เกรดรวมได้ 3.87 ค่ะ

   พี่มิ้นท์ : ว้าว! มีเทคนิคหรือเคล็ดลับเกี่ยวกับการเรียนยังไงบ้างคะ
   น้องพิม : อย่างที่พิมบอก ว่าพิมไม่ค่อยกดดันตัวเองเรื่องเรียน บอกตามตรงว่าจริงๆ พิมไม่ใช่คนขยันนะคะ แต่เป็นคนหัวไว เวลาตามงาน หรือ ต้องทบทวนบทเรียนเลยเรียนรู้ได้ไวค่ะ อีกอย่างเป็นคนทำอะไรรวดเร็ว ซึ่งจุดนี้ช่วยพิมได้เยอะมาก อย่างตอนที่ต้องถ่ายละคร จากที่คิดว่าเกรดจะตก แต่พอผลออกมา กลับได้ 4.00 พิมภูมิใจในตัวเองมาก เพราะได้เยอะกว่าช่วงที่เรียนเต็มเวลาอีกค่ะ ดังนั้น ถ้าถามถึงเทคนิคของพิม ก็คือ การรู้ว่าตัวเองมีข้อดี ข้อเสีย ยังไง แล้วนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ค่ะ

   พี่มิ้นท์ : วางแผนอนาคตสำหรับตัวเองยังไงบ้างคะ
   น้องพิม : สำหรับอนาคต พิมอยากเรียนเกี่ยวกับภาษาและธุรกิจค่ะ เพราะสมัยนี้การทำธุรกิจนั้นสำคัญ และคนที่จะประสบความสำเร็จ ต้องรอบรู้ กล้าคิด กล้าลงทุน ส่วนภาษา เป็นสิ่งที่ต้องใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน และการทำธุกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องใช้ทักษะการสื่อสารผ่านภาษานี่แหละค่ะ

   พี่มิ้นท์ : ตอนนี้สอบตรงติดแล้วด้วย เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังไงบ้างคะ เผื่อเป็นไอเดียสำหรับน้องๆ ม.ปลาย คนอื่น
   น้องพิม : ตอนนี้พิมสอบติดรับตรงอยู่ 2 ที่ค่ะ คือ Management technology ของ siit ม.ธรรมศาสตร์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ การละคอน ของ ม.ธรรมศาสตร์ เช่นกันค่ะ
       ช่วงที่ใกล้สอบ พิมก็อ่านหนังสือเหมือนเด็กเตรียมสอบทั่วไป แต่ไม่ใช่อ่านทั้งวันทั้งคืน แบบนั้นเป็นการทำร้ายสมองเปล่าๆ พิมคิดว่า การที่จะให้ความรู้เข้าหัว มันต้องผ่อนคลาย ให้สมองได้พักผ่อน อย่ากดดันตัวเอง พิมจะใช้วิธีการอ่านแล้วเล่า จะกับเพื่อนหรือกับตัวเองก็ได้ค่ะ ทำความเข้าใจในภาษาของตัวเอง พิมอยากเรียนภาษาก็ต้องมีคลังคำศัพท์ใช่มั้ยคะ พิมก็จะแต่งเพลงคำศัพท์ หรือเอาศัพท์พวกนั้นมาพูดในชีวิตประจำวันเลย ซึ่งช่วยได้เยอะมากๆ น้องๆ สามารถนำไปทำตามได้นะคะ


 

   พี่มิ้นท์ : ได้เห็นความสามารถ โดยเฉพาะเรื่องความกล้าแสดงออกไปแล้ว น้องพิมคิดว่าในฐานะ "นักเรียน" การมีความกล้าแสดงออก มีประโยชน์ยังไงบ้างคะ
   น้องพิม : ความกล้าแสดงออก คือ สิ่งสำคัญนะ ไม่ต้องถึงกับแสดงละครเก่ง แอคติ้งชนะเลิศ แต่ความกล้าแสดงออกในฐานะนักเรียน แค่เรากล้าที่จะพูด กล้าที่จะคิด มันจะทำให้เราสามารถสื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างตรงประเด็นค่ะ เวลาเรียน ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม เวลาทำงานกลุ่ม ลองเสนอแนวคิดและไอเดียของตัวเองบ้าง จงรู้จักการเป็นผู้กล้า ผู้นำ และผู้ตาม
       ที่สำคัญ อยากให้น้องๆ กล้าแบบมี "มารยาท" ด้วยนะคะ กล้าในทางที่ไม่ดีก็ไม่เกิดผลดีกับเราค่ะ ถ้าเด็กไทยกล้าแสดงออก กล้านำเสนอความคิด ก็น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศไทยค่ะ

   พี่มิ้นท์ : สุดท้ายแล้ว ฝากอะไรถึงเพื่อนๆ น้องๆ ชาว Dek-D.com หน่อยค่ะ
   น้องพิม : สำหรับพิม ชีวิตเกิดมาครั้งเดียว ใช้ชีวิตให้เต็มที่ไปเลยค่ะ เล่นได้ แต่การเรียนต้องไม่บกพร่อง ลองทำกิจกรรมในโรงเรียนดู แล้วจะรู้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่สามารถสอนและให้ความรู้ ได้ไม่แพ้ในตำราเรียน เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนค่า
 
          เชื่อว่าน้องๆ หลายคนมีความคิดอยากจะหางานพาร์ทไทม์ทำ หรือใช้ความสามารถของตัวเองมาหารายได้เสริม เช่น ขายของ ทำของ D.I.Y. ขาย แต่ก็กลัวเหนื่อย และคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง พี่มิ้นท์ก็หวังว่า "พิม" ไอดอลของเราในวันนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ที่อยากลองทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ช่วยคุณพ่อคุณแม่ หรือ คนที่ต้องทำงานอยู่แล้วก็จะได้มีกำลังใจต่อไปนะคะ :D
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Panda_sbkc Member 24 เม.ย. 60 20:11 น. 2-1

พี่เขาไม่ได้เป็นคนหยิ่งนะคะ แค่หน้าพี่เขานิ่งๆก็แบบที่พี่เขาบอกแหละค่ะ ถ้ารู้จักพี่เขาจริงๆพี่เขาเฟรนลี่มากเลยนะคะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด