สวัสดีค่ะ พี่มิ้นท์เห็นน้องๆ ยุคนี้ ตื่นตัวกับภาษาอังกฤษมากขึ้น ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีเนอะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีหลายคนที่ไม่ไหวกับภาษาอังกฤษ ขออยู่แค่ประเทศไทยพอ! รวมถึงน้องๆ สายวิทย์ที่เรียนวิชาด้านวิทยาศาสตร์หนักมากกกกก จนขอเทภาษาเหมือนกัน
แต่ Student Idol ของพี่มิ้นท์วันนี้ เป็นเด็กสายวิทย์ที่เซียนวิชาวิทยาศาสตร์ แต่เชื่อมั้ยว่า วิชาที่ชอบมากที่สุดกลับเป็นวิชาภาษาอังกฤษค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จัก "น้องมิลล์" หรือ "กัปตันมิลล์ BAR8" กันเลยค่า
แต่ Student Idol ของพี่มิ้นท์วันนี้ เป็นเด็กสายวิทย์ที่เซียนวิชาวิทยาศาสตร์ แต่เชื่อมั้ยว่า วิชาที่ชอบมากที่สุดกลับเป็นวิชาภาษาอังกฤษค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จัก "น้องมิลล์" หรือ "กัปตันมิลล์ BAR8" กันเลยค่า

Profile
ชื่อเล่น : "มิลล์" คนชอบออกเสียงเป็นแบบ มิว มิ้ว อะไรแบบนี้ จริงๆ อ่านว่า ‘มิน’ นะ 555
แผนการเรียน : วิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ( intensive )
งานอดิเรก : ร้องเพลง, เล่นเปียโน, ถ่ายรูป (มิลล์ชอบถ่าย portrait ค่ะ ชอบดึงอารมณ์ ดึง feeling จากคนในรูปที่แสดงออกมา ) แล้วก็ชอบอ่านหนังสือค่ะ เพลินเหมือนหลุดไปอีกโลกเลย
สไตล์การเรียน : เวลาเรียนก็เรียน เวลาเล่นก็เล่น ทำทุกอย่างให้เต็มที่ในแบบของมันค่ะ :3
IG : littlemill (หรือถ้าอยากติดตามรูปภาพที่มิลล์ถ่าย ติดตามได้ที่ ig : momentsbymill หรือ #momentsbymill ค่ะ )
พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D.com รู้จักหน่อยจ้า
น้องมิลล์ : สวัสดีค่า มิลล์เองค่ะ ชื่อ รมย์นลิน กิจเกษตรสถาพรค่า ชื่อเพราะใช่มั้ยคะ ความหมายน่ารักด้วยน้า รมย์นลิน แปลว่า “รื่นรมย์ดุจดอกบัว” นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เป็นคนร่าเริงก็ได้ เกี่ยวมะ ? 5555 อยู่โรงเรียนสตรีวิทยา พึ่งจบ ม.6 มาหมาดๆ เมื่อกุมภานี้เองค่า จบสายวิทย์-คณิต ( intensive ) เป็นสายแบบเรียนภาษาอังกฤษกับ foreign teacher หมดเลย ไม่มีเรียนกับครูไทย ก็จะได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษทุกวันเลยค่ะ
ปกติมิลล์เป็นคนแบบนิสัยเด็กๆ จะงอแงหน่อย ขี้อ้อน เล่นงุ้งงิ้งกับคนอื่นไปเรื่อย เป็นสายฟรุ้งฟริ้งค่ะ แบบเจ้าหญิงดิสนีย์ (เพื่อนๆ อย่าเพิ่งอ้วกนะ อิอิ) เกรดเฉลี่ย 6 เทอม 3.95 ค่า
พี่มิ้นท์ : ชีวิตการเรียนในโรงเรียนหญิงล้วนเป็นยังไงบ้างคะ
น้องมิลล์ : มิลล์เรียนหญิงล้วนมาตั้งแต่ประถมเลยค่า เรียนคอนแวนต์ ถักเปียสองข้างเหมือนในละครเลย 5555 จริงๆ ชีวิตในโรงเรียนหญิงล้วนก็ไม่น่าต่างกับโรงเรียนสหมากนะคะ แค่ไม่มีผู้ชาย แต่ว่าผู้หญิงจะต้องทำทุกอย่างเองเลย ยกโต๊ะ เลื่อยไม้ ตอกตะปู บัดกรี ไม่ได้มีความเป็นกุลสตรีกันสักเท่าไหร่ แต่ว่าด้วยความเป็นหญิงล้วนนี่แหละค่ะเลยทำให้เราสามารถทำอะไรได้เอง พึ่งพาตัวเองได้ ไม่แพ้ผู้ชายเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทำไมถึงเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตคะ
น้องมิลล์ : จริงๆ ตอนแรกมิลล์สับสนมากค่ะ เพราะว่าใจจริงมิลล์ชอบภาษามากกก แต่แบบก็ลังเลเพราะตอนนั้นมิลล์ยังไม่แน่ใจว่าตอนเข้ามหาวิทยาลัย จะอยากเรียนอะไร ที่ไหน ถ้าเลือกสายอื่น แล้วอยากจะเข้าคณะที่เป็นสายวิทย์ก็คงลำบาก แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็แนะนำว่าการเรียนสายวิทย์จะช่วยปลูกฝังการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ แต่ท่านก็ไม่ได้บังคับอะไรนะคะ แต่ด้วยพอเอาเหตุผลมาพิจารณาข้อดีข้อเสียแล้ว สุดท้ายมิลล์ก็เลยตัดสินใจเลือกเรียนสายวิทย์ค่ะ
ดังนั้นมิลล์เลยคิดว่า ถ้าน้องๆ ยังไม่รู้ตัวเองว่าจะเรียนสายอะไร ลองคิดถึงข้อดีข้อเสียในแต่ละสาย หรือ ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ได้เลย ท่านน่าจะมีคำแนะนำดีๆ ให้เราได้แน่นอนค่ะ
พี่มิ้นท์ : ตลอด 3 ปีที่เรียน ม.ปลาย เทอมไหน ที่โหดหินสุดๆ
น้องมิลล์ : หู้วว จริงๆ แล้วความโหดของแต่ละเทอมมันก็จะแตกต่างกันไปนะคะ แต่สำหรับมิลล์น่าจะเป็นตอน ม.5 เทอม 1 ตอนนั้นกิจกรรมเยอะมาก มิลล์เป็นเชียร์ลีดเดอร์ มีซ้อมเต้นลีดฯ มีไปซ้อมกับน้องสแตนด์ แถมยังต้องเรียนอีก เนื้อหาก็ไม่ง่ายเลยทั้ง เลข ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เรียกได้ว่าหมดพลังเลยค่ะตอนนั้น แต่พอผ่านมาได้ก็สตรองขึ้นเยอะ! แต่บางคนก็จะรู้สึกว่าเป็น ม.6 เพราะเรียนหนัก และต้องสอบ อยู่ที่ว่า เราจะนิยามความโหดของตัวเองไว้ว่ายังไงค่ะ^^
พี่มิ้นท์ : ได้ข่าวว่า เพิ่งมีข่าวดีสอบติดรับตรงมาหมาดๆ
น้องมิลล์ : ใช่ค่ะ จริงๆ มีสอบติดแพทย์ ม.เชียงใหม่, บัญชี ม.ธรรมศาสตร์, วิศวะฯ มหิดล, รับตรงวิศวะฯ คอมพิวเตอร์ จุฬาฯ ค่ะ แต่มิลล์ตัดสินใจเลือกเรียน วิศวะฯ คอมฯ จุฬาฯ ค่ะ เพราะตั้งเป้าหมายจะสอบให้ติดที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ
พี่มิ้นท์ : ว้าว... อะไรทำให้อยากเรียนวิศวะคะ ทั้งๆ ที่เราเป็นผู้หญิง
น้องมิลล์ : เพราะว่าส่วนตัวมิลล์ ถ้าไม่ใช่เรื่องภาษาแล้ว มิลล์ชอบฟิสิกส์กับเลขค่ะ แถมชอบเรื่องพวกเขียนโปรแกรมด้วย ก็เลยลองเอามาพิจารณาดู แล้วประกอบกับคุณพ่อมิลล์ทำบริษัทวางระบบคอม (สนใจติดต่อได้นะคะ ล้อเล่น 5555) เลยคิดว่าถ้าเรียนทางนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานในอนาคตด้วยค่ะ
ส่วนเหตุผลที่เราเป็นผู้หญิง แถมยังแบบเรียบร้อย (หรอ?) แล้วก็ตะมุตะมิขนาดนี้ ตอนแรกก็เครียดนะคะ แต่พอมาคิดๆ ดู ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง ถ้าเราพยายามปรับตัว เราก็จะทำสิ่งๆ นั้นได้อยู่แล้ว เลยไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเรียนวิศวะค่ะ
พี่มิ้นท์ : วิชาที่ชอบที่สุด คือ อะไรคะ แล้วทำไมถึงชอบวิชานั้นคะ
น้องมิลล์ : อันนี้ต้อง ภาษาอังกฤษ เลยค่า จริงๆ มิลล์เคยชินกับมันด้วยมากกว่า ป่ะป๊ากับคุณแม่มิลล์มองว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสำคัญ มิลล์เลยได้เรียนภาษามาตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ แล้วก็พอประถมก็เรียนคอนแวนต์ ภาษาก็ค่อนข้างโอเค แล้วก็ไม่เคยทิ้ง เรียกได้ว่าไม่เคยขาดการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเลยดีกว่า (เรียนกับ teacher ในเรื่องพวกฟัง พูด อ่าน เขียน) เลยทำให้มิลล์ชอบค่ะ มิลล์ชอบในทุกๆ อย่างเลยทั้งตัวอักษร แล้วก็สำเนียง pronounciation ของภาษา มันเป็นเสน่ห์อย่างนึงของภาษาอังกฤษเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : เด็กสายวิทย์ส่วนใหญ่มักจะเทภาษาอังกฤษ ทำไมน้องมิลล์ยังทำได้ดี มีเทคนิคอะไรบ้างคะ
น้องมิลล์ : เทคนิคของมิลล์คือการใช้บ่อยๆ พูดบ่อยๆ ฟังบ่อยๆ ค่ะ ตั้งแต่ขึ้น ม.ปลายมา เรียนแผน intensive มิลล์จะได้พูดภาษาอังกฤษกับ teacher ประมาณ 1 ชม. ต่อวัน ทำให้เราเคยชินกับภาษามากๆ ค่ะ แล้วก็ไม่เขินที่จะพูด การเรียนทำให้เรากล้าที่จะพูด มีฝึกให้พูดหน้าชั้นบ่อยๆ เป็นการแสดงความคิดเห็นของเรา ซึ่งการแสดงความคิดเห็นแบบนี้จะไม่มีถูกผิด นอกจากจะได้ฝึกแสดงความคิดเห็นแล้ว ยังทำให้เรากล้าใช้ภาษาอังกฤษด้วย ดังนั้นมิลล์การันตีเลยว่า "การใช้ภาษาบ่อยๆ" ช่วยฝึกด้านภาษาได้เยอะเลยค่ะ
นอกจากนี้ เวลาดูหนัง มิลล์ชอบเลือกดูหนังที่เป็น soundtrack อาจจะมี subtitle บ้าง ไม่มีบ้าง เพื่อที่จะฝึกทักษะการฟังของเรา ส่วนในด้านการเขียน ด้าน Grammar การใช้บ่อยๆ ก็จะช่วยให้เคยชิน แล้วก็กลายเป็นเซ้นส์เป็นความเข้าใจที่ฝังลึกค่า เราจะแบบทำได้คล่องขึ้นเองโดยไม่ต้องท่องจำเลย
พี่มิ้นท์ : ปกติน้องมิลล์เรียนพิเศษบ้างมั้ยคะ
น้องมิลล์ : เรียนค่ะ จริงๆ มาเรียนเยอะๆ ตอน ม.6 ที่เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่เรียนหนักมากกก แต่ก่อนหน้าก็จะเรียนแค่เสริมการเรียนในห้องเท่านั้นค่ะ
พี่มิ้นท์ : มีเทคนิคในการเรียนพิเศษควบคู่กับการเรียนในห้องไงให้ได้ผลและคุ้มค่าที่สุดคะ
น้องมิลล์ : เทคนิคที่สำคัญของมิลล์คือ การตั้งใจค่ะ สำหรับมิลล์ การ pay attention in class สำคัญมาก ถ้าเราใส่ใจ จดจ่อกับเนื้อหา เราจะเข้าใจเนื้อหาได้ถึง 60-70% เลยค่ะ แล้วเวลามาอ่านหนังสือก่อนสอบก็จะไม่เหนื่อยมาก เพราะเราเก็บและเข้าใจบางส่วน (ซึ่งไม่น้อยเลย 55555)ไปแล้วในห้องเรียนค่า ส่วนการเรียนพิเศษ ก็เรียนเพื่อเสริมและเติมเต็มให้ละเอียดขึ้น ซึ่งในห้องเรียนพิเศษก็ต้องตั้งใจด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย
พี่มิ้นท์ : ระหว่างการเตรียมตัวสอบในโรงเรียนกับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต่างกันมั้ยคะ
น้องมิลล์ : บอกเลยว่า “ ต่างมากกกกกกกกก ” ค่ะ เพราะว่าตอนมิลล์ใช้ชีวิตเรียน ม.ปลาย มิลล์ก็ตั้งใจเรียนในห้อง เรียนพิเศษบ้าง เล่นบ้าง ย้ำว่าไม่เคยอ่านหนังสือก่อนสอบนานๆ เลย มิลล์จะแบบสอบพรุ่งนี้ อ่านวันนี้ตลอด ชิวๆ ไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่พอต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ความขยันต้องเพิ่มขึ้นมากๆ ทุกอย่างจะหนักขึ้นหมดเลย มิลล์มาอ่านหนังสือจริงจังช่วงหลังค่ะ อ่านแบบเหนื่อยก็ต้องอดทน ต้องขยัน ต้องพยายามทุกวิธีให้เข้าใจมากสุด และต้องอ่านล่วงหน้าก่อนสอบนานมากค่ะ (1 day miracle เหมือนก่อนสอบในโรงเรียนไม่ได้จริงๆ!)
พี่มิ้นท์ : ฝากอะไรถึงเพื่อนๆ น้องๆ ชาว Dek-D.com เกี่ยวกับการใช้ชีวิต การทำกิจกรรม หรือการเรียนในโรงเรียนหน่อยค่ะ
น้องมิลล์ : ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณก่อนเลยที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่ปิดไปก่อน >//< มิลล์มองว่า ชีวิตเรามีครั้งเดียวเนอะ เป็นวัยรุ่นก็เป็นได้ครั้งเดียว มีโอกาสที่จะทำกิจกรรม ก็ทำให้คุ้ม อย่าปล่อยโอกาสนั้นทิ้งไป แต่อย่าลืมว่าเรื่องสำคัญที่เราต้องดูแล เอาใจใส่ และรับผิดชอบก็คือการเรียน เราก็ห้ามทิ้ง แต่ก็ไม่ต้องเครียดหรือกดดันตัวเองจนลืมเรื่องอื่นไป การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน จริงๆ คือเราต้อง balance ทุกอย่างให้เหมาะสม เรียนบ้าง เล่นบ้าง แล้วใช้ชีวิตให้เต็มที่ เราจะได้ไม่ย้อนกลับมาคิดเสียใจทีหลังน้า “ Do what you won’t regret. ? ”
พี่มิ้นท์ก็คิดเหมือนกันค่ะว่า คนเก่งภาษาอังกฤษ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กสายศิลป์เท่านั้น เรื่องของภาษาเป็นเรื่องของการฝึกฝน ถ้าตั้งใจและพยายามใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเรียนสายไหนก็เก่งภาษาอังกฤษได้ค่ะ อย่าให้ "แผนการเรียน" หรือคำว่า "ไม่ว่าง" มาเป็นข้ออ้างในการ "เท" ภาษาอังกฤษเลยนะ เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนค่ะ^^










5 ความคิดเห็น
ชอบพี่มิลล์มากคะ พี่เก่งมากกก ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับนะคะ :)
ขอบคุณนะค้าาาา
ขอบคุณนะค้าสำหรับคำแนะนำดีๆ><
พี่มิลล์น่ารักมากเลยค่ะ
ขอบคุณน้าา
อยากทราบว่า ห้องที่พี่เรียนมีเรียนวิชาภาษาไทยหรือเปล่า