|
การเรียนนี่นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยนะครับในปัจจุบัน ดังคำที่ว่า รู้อะไรไม่เท่ารู้วิชา โดยการเรียนนั้นก็มีช่วงที่สามารถเรียนรุ้สิ่งใหม่ๆได้ดีด้วยนะครับ น้องๆรู้กันหรือเปล่าว่าพวกเราควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆกันเมื่ออายุเท่าไหร่ ถ้ายังไม่รู้ มาหาคำตอบพร้อมๆกับ พี่ปอ จากข่าวนี้กันเลยครับ
โดย ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน กรรมการสถาบันวิทยาการการเรียนรู้ หรือ National Institute for Brain-Based Learning (BBL) เปิดเผยว่า จากการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาของสมอง ประกอบกับประสบการณ์ที่เคยทำงานด้านการศึกษา เห็นว่า ถึงเวลาต้องทบทวนการจัดการศึกษาของ ประเทศได้แล้วจะมองแต่เพียงการศึกษารูปแบบเดิม ๆ ที่เน้นแต่เรื่องหลักสูตร เรื่องครู ไม่ได้อีกแล้ว ถึงแม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือ ผลของการศึกษาที่จะให้ได้คนไทยที่มีคุณภาพ ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลการวิจัยของแพทย์ทางด้านสมองทั่วโลก ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ช่วงวัยที่สมองของมนุษย์เติบโตเร็วที่สุด หรือเรียกว่าเป็นวัยทองของชีวิต คือ ช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 5 ขวบ ดังนั้นเราต้องใช้จังหวะนี้เร่งกระตุ้นให้สมองเติบโตให้เร็วมากที่สุด เพราะสมองไม่ได้หมายความถึงเพียงส่วนที่ เกี่ยวข้องกับไอคิวเท่านั้น ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ศีลธรรม จริยธรรม ด้วย ศ.ดร.กนก กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตของสมอง คือ เรื่องของอาหาร จากการวิจัยพบว่า คนเอเชียซึ่ง รวมถึงคนไทยขาดสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับการเติบโตของสมอง อยู่ 2 ตัว คือ ไอโอดีนและธาตุเหล็ก โดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่เป็นแม่สารอาหาร 2 ตัวนี้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก เมื่อแม่มีสารอาหารต่ำกว่ามาตรฐานลูกก็ย่อมต้องต่ำกว่ามาตรฐานแน่นอน จึงเป็นการตอกย้ำว่าเรื่องของการศึกษาของไทยไม่ใช่แค่เรื่องครู เรื่องหลักสูตรอีกแล้ว แต่ยังมีเรื่องของสารอาหารที่ถูกต้องและเพียงพอต่อการเติบโตของสมอง สิ่งสำคัญประการต่อมา คือ สิ่งแวดล้อมที่พบว่า สีก็มีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นการเติบโตของสมอง โดยสีที่กระตุ้นได้เป็นอย่างดี คือ สีเหลืองกับสีฟ้า เมื่อเป็นเช่นนี้ห้องเด็กหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเด็กก็ควรเปลี่ยนค่านิยมให้เป็นสีเหลือง สีฟ้า ไม่ใช่ลูกสาวสีชมพู ลูกชายสีฟ้าอีกแล้ว นอกจากนี้เรื่องของการมีปฏิสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเรียนรู้สมองจะทำงานก็ต่อเมื่อมีปฏิสัมพันธ์มีแรงกดดัน ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ คนจำนวนมากมักจะบอกว่าอย่าไปบังคับเด็ก เด็กอยากเรียนเมื่อไหร่ก็ให้เรียน ซึ่งเด็กจะเรียนได้ดี ตนก็ขอถามกลับว่ามีเด็กสักกี่คนที่อยากเรียนเอง ดังนั้นเราจึงต้องจัดสภาวะแวดล้อมและสร้างปฏิสัมพันธ์เพิ่มแรงกดดันให้สมองทำงานให้มาก เพราะการที่สมองทำงานเซลล์สมองจะเกิดการเชื่อมกันเป็นเครือข่าย ถ้าเครือข่ายของเซลล์สมองมีมากและหนาแน่นเท่าไหร่ขีดความสามารถหรือสมรรถนะของสมองก็จะเติบโตได้มากขึ้น
 |
การศึกษาไทยตั้งแต่นี้ไปต้องเริ่มตั้งแต่ในท้องแม่ถึง 5 ขวบ ซึ่งที่ผ่านมาเราค่อนข้างละเลย และยิ่งคนในชนบทเด็กวัยนี้พ่อแม่ก็จะเลี้ยงตามมีตามเกิด ขณะที่พ่อแม่ที่อยู่ในเมืองก็มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ถึงแม้จะเข้าใจว่าเด็กวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญก็มักจะส่งลูกไปเรียนเตรียมอนุบาล และที่นิยมกันมากคือให้เรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าสมองที่ทำหน้าที่ในการเรียนรู้ภาษาที่หนึ่งกับภาษาที่สองเป็นคนละส่วนกัน สมองส่วนที่จะเรียนภาษาที่หนึ่งเริ่มทำงานตั้งแต่เกิด ส่วนที่ทำงานในการเรียนรู้ภาษาที่สองเริ่มทำงานตอนอายุ 5-6 ขวบ ดังนั้นการที่พ่อแม่ให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษหรือพูดภาษาอังกฤษกับลูกตั้งแต่ยังไม่ถึง 5 ขวบ ผลที่ตามมาก็คือ ภาษาไทยก็ไม่รู้เรื่อง เพราะมีภาษาอังกฤษเข้ามาแทรก ภาษาอังกฤษก็สับสน เพราะเป็นการใช้สมองที่เรียนรู้ภาษาที่หนึ่ง ถือเป็นการสร้างความสับสนให้กับลูกตัวเองเพราะความไม่รู้ ในทางกลับกันมีโรงเรียนจำนวนไม่น้อยที่สอนภาษาที่สองเมื่อเด็กเรียน ป.3 ป.4 ซึ่งถือว่าช้าไปแล้ว ศ.ดร.กนก กล่าว.
พี่ปอ ก็เพิ่งรู้นะครับเนี่ย ว่าเด็กเราก็มีช่วงวัยทองเหมือนกัน โอ้โห
เหมือนในผู้ใหญ่เลยแห๊ะ แต่ยังไงก็อย่าเข้าใจผิดนะครับ วัยทองในที่นี้ หมายถึง ช่วงที่เด็กอยู่ในท้องจนถึงห้าขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่เรียนรู้ได้ดีนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าหลังจากช่วงนี้จะไม่มีการเรียนรู้นะครับ คนเราย่อมมีการเรียนรู้ตลอดชีวิตครับ
การเรียนไม่มีคำว่าสาย พี่ปอ ขอฝากคำคมนี้ไว้สำหรับข่าวนี้ละกันนะครับ
พี่ปอขอขอบคุณข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
2 ความคิดเห็น
งั้นต้องลูกสาวสีหลือง ลูกชายสีฟ้าสินะคะ(=w=)