Creative Cross Training
ปลดล็อคความคิด พิชิตปัญหานิยายตัน
สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ เคยเป็นกันบ้างมั้ยคะ เขียนนิยายอยู่ดีๆ ก็ดันตันขึ้นมาเฉยเลย ส่วนพี่เป็นบ่อยมากๆ เลยค่ะ #ร้องไห้หนักมาก อาการที่อยู่ๆ ก็คิดไม่ออกเนี่ย เราเรียกว่า ‘Writer’s Block’ ค่ะ มันเป็นอาการที่กวนใจเหล่านักเขียนมากๆ เลยล่ะ ลองคิดดูนะ ฟีลลิ่งเขียนนิยายก็มาแล้ว ความกดดันจากแฟนๆ ก็มาเต็ม แต่นั่งหน้าคอมยังไง๊ยังไงก็นึกไม่ออกเลย นั่งคิด นอนคิด ยืนคิดก็ยังตัน ในหัวว่างเปล่าไปหมด น้องๆ คะ ถ้าใครที่กำลังเผชิญอาการนี้อยู่ล่ะก็ ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะวันนี้พี่มีวิธีดีๆ มาบอกต่อให้น้องๆ ชาวไรเตอร์ค่ะ มันคือ “การออกกำลังกายให้สมอง” ของเรานั่นเอง
หลายคนเริ่มตั้งคำถามในหัว ออกกำลังกายให้สมองยังไง อ่านหนังสืองั้นเหรอ? ใช่ค่ะ นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่มันก็มีวิธีที่ท้าทายตัวเองมากกว่านั้น เราเรียกวิธีนี้ว่า “Cross-Training” ค่ะ ถ้าใครที่รักการออกกำลังกายเป็นประจำก็มักจะคุ้นหูคำนี้ เพราะว่ามันคือการออกกำลังกายแบบสลับท่า บางวันอาจวิ่ง บางวันอาจเต้นลีลาศ หรือบางวันอาจว่ายน้ำ ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้นั้น นอกจากจะช่วยให้เราได้ใช้ร่างกายทุกส่วนและลดอาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บแล้ว ยังทำให้เราไม่เบื่อด้วยค่ะ
พี่มักจะเปรียบเทียบการเขียนนิยายเหมือนกับการออกกำลังกาย เพราะยิ่งเราออกกำลังกายได้มากเท่าไหร่ เราก็จะมีร่างกายที่แข็งแรง มีหุ่นสวยๆ ปังๆ แบบชมพู่ อารยามากเท่านั้น ทำนองเดียวกัน ยิ่งเราเขียนนิยายมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นพัฒนาการด้านการเขียนมากขึ้น งานเราก็จะดีมากขึ้นค่ะ เห็นมั้ยคะว่า 2 อย่างนี้มีส่วนที่เหมือนกันเลย
ก่อนจะไปดูวิธี Creative Cross Training พี่น้ำผึ้งขอถามก่อนว่ามีใครที่มีนิสัย “ไม่กล้าก้าวข้าม Comfort Zone ตัวเอง” บ้าง? ซึ่ง Comfort Zone ในที่นี้เป็นไปได้หลายอย่างค่ะ อาจเป็นการไม่ยอมอ่านนิยายแนวที่ไม่ใช่ หรืออาจไม่กล้าลองเขียนนิยายแนวที่ตัวเองไม่ถนัด เอาล่ะน้องๆ คะ ทุกคนคงมีคำตอบในใจแล้ว ซึ่งพี่จะขอเก็บเรื่อง Comfort Zone ไว้ทีหลังนะ เพราะตอนนี้เรามารู้จัก ‘Creative Cross Training’ กันก่อนดีกว่าค่ะ
อะไรคือ Creative Cross Training?
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าในโลกของกีฬา ‘Cross-Trianing’ มันคือการออกกำลังกายที่แตกต่างในแต่ละวัน ในทำนองเดียวกันค่ะ เมื่อเปรียบเทียบกับโลกของนักเขียนอย่างเราๆ แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นในการลองเขียนในสิ่งที่ไม่ถนัด ลองอ่านหนังสือในเล่มที่ไม่เคยอาจ หรือใครอยากหนีไปวาดรูปก็ได้ไม่ว่ากัน สำหรับคนที่ทำงานในวงการศิลปะ ทัศนศิลป์ อาจจะลองหนีไปเขียนโปรแกรมดู และสำหรับคนที่เล่นดนตรีได้ ก็อาจจะหันไปลองการร้องเพลง จริงๆ แล้วมันไม่สำคัญหรอกว่าสิ่งที่เราจะทำคืออะไร ขอแค่เป็นสิ่งที่เราไม่เชี่ยวชาญก็พอค่ะ ซึ่งหลักๆ แล้วเป้าหมายของ Creative Cross Training คือการที่เราดื่มด่ำไปกับอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดภายในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นเองค่ะ
น้องๆ รู้มั้ยคะว่าที่บริษัท Google พนักงานจะต้องแบ่งเวลา 20% ของเวลาการทำงานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยที่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ใช่งานหลักของพวกเขา แล้วเจ้าผลิตภัณฑ์ที่เกิดจาก 20% นี่แหละที่เปลี่ยนชีวิตเราๆ ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google News, Google Maps และอื่นๆ
ในทำนองเดียวกันแหละค่ะ พี่ก็ขอแนะนำให้น้องๆ ได้ใช้กลยุทธ์แบบที่กูเกิ้ลทำ นั่นคือการแบ่งเวลา 20% ในแต่ละวันมาลองเขียนนิยายในแนวที่ไม่ถนัด อ่านหนังสือแนวที่ไม่เคยอ่าน หรือทำอะไรก็ได้ที่เราไม่เคยทำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลุกสมองของเราให้ตื่น! แถมยังได้ไอเดีย ได้การมองโลกแบบใหม่ๆด้วยค่ะ เยี่ยมไปเลย
เริ่มต้นกันเถอะ มาทำ 'Creative Cross Training' กัน
Keystone Habits
ทำความเข้าใจก่อนว่า ‘Keystone habits’ เป็นคำนิยามในหนังสือ The Power of Habit โดย Charles Duhigg ที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากการทำอะไรบางอย่างจนกลายเป็นนิสัยโดยที่เราไม่รู้ตัว! พูดง่ายๆ ก็คือ Keystone habits ทำให้น้องได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ไอเดียใหม่ๆ จากการทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เป็นประจำทุกวันนั่นเองค่ะ
เพื่อป้องกันอาการ Writer’s Block งั้นเรามาดูกันเถอะว่าเราจะพัฒนา Keystone Habits ในส่วนของการเขียนนิยายยังไง ซึ่ง Creative Cross Training ของเรานั้นมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อ
- เราเลือกสิ่งที่ไม่ถนัดหรือสิ่งที่ท้าทายความสามารถเรา
- ทำมันทุกวัน วันละนิดวันละหน่อยพอ อย่าเยอะมาก แต่ทำให้เป็นนิสัย
- จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของเรา คอยดูว่าผลลัพธ์เป็นยังไง หายตันบ้างมั้ย มีไอเดียอะไรดีๆ หรือเปล่า
สำหรับคนที่อยากฝึกฝนสกิลนี้แต่ไม่รู้จะทำอะไร อาจลองเขียนศัพท์ให้ได้ 1000 คำต่อวัน ถ้าเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษก็อย่าลืมแปลเป็นไทยและแต่งประโยคจากคำเหล่านั้นทุกวัน หรือใครอยากจะทดลองเขียนคำศัพท์ภาษาไทยที่ใช้ในนิยายก็ได้นะคะ แค่นี้ก็ทำให้สมองของเราได้พัฒนาขึ้นแล้ว
แล้วถ้าบางคนอยากลองทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับการเขียนนิยายล่ะ ได้มั้ย? คำตอบก็คือได้ค่ะ แถมมันยังดีเสียด้วย บางคนอาจจะอยากลอง...
วาดรูปและถ่ายภาพ
รู้มั้ยว่าสองอย่างนี้ช่วยอะไรเรา? มันช่วยให้เราเปิดโลกกว้างน่ะสิ! การทำทั้งคู่ทำให้เราได้รู้การเล่นแสงและเงา เรียนรู้การสร้างความลึกในภาพวาด เรียนรู้การถ่ายภาพให้ได้มุมสวยๆ และยิ่งไปกว่านั้นยังได้เรียนรู้การมองสิ่งต่างๆ ในแบบที่เราไม่เคยได้ทำมาก่อน ไม่แน่นะคะเมื่อเราฝึกฝนนิสัยเหล่านี้แล้ว เราอาจจะหายตันก็ได้เมื่อนึกถึงภาพวาดของเราหรือภาพสวยๆ ที่ถ่ายไว้ค่ะ
เล่นดนตรี
ถ้าคิดนิยายไม่ออก ลองหันไปเล่นเครื่องดนตรีที่ชอบ สำหรับนักเขียนบางคนอย่างดานี่ ชาปีโร เจ้าของผลงานหนังสือเรื่อง ‘Still Writing’ เธอบอกว่าการเล่นเปียโนเปรียบเสมือนหนึ่งใน Writing Workshop ของเธอ ทุกครั้งที่ได้เล่นดนตรี ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนอง โทนเสียงที่ดังเป็นจังหวะ หรือการหยุดพักชั่วขณะ ทั้งหมดนี้หลอมรวมอยู่ในความทรงจำของเธอ ดังนั้นตอนเขียนหนังสือจึงไม่มีปัญหา หมดกังวลเรื่องเขียนไม่ออก ไอเดียของเธอมันพุ่งกระฉูดมากในยามที่เล่นดนตรี
DIY สักหน่อยมั้ย
ไม่เพียงแค่นักเขียนอย่างเราๆ ที่ตันแล้วมีปัญหา สตีฟ จ๊อบ ผู้ก่อนตั้งบริษัท Apple เองก็เคยเผชิญปัญหานี้ค่ะ เขาบอกว่าตอนเด็กๆ พ่อเขาชอบสร้างสิ่งของ ดังนั้นทุกครั้งที่เขาไม่มีไอเดีย เขาก็จะลองลงมือทำสิ่งต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม จับนิด ขยับหน่อย สร้างไปตามจินตนาการก่อนจะพบว่านั่นได้ผลมากๆ เมื่อมันช่วยเพิ่มไอเดียให้แก่เขาค่ะ
เล่นเกมปริศนาก็ได้ด้วยนะ
วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกันค่ะ นักครีเอเตอร์รายการทีวีในอเมริกาชื่อดังคนหนึ่งบอกว่า ทุกครั้งที่เขาตัน คิดไม่ออกว่าจะสร้างรายการทีวีแบบไหน เขาก็จะเล่นเกมปริศนานี่แหละ และมันน่าทึ่งมากที่ทุกครั้งหลังเขาเล่นเสร็จ ไอเดียดีๆ มักจะเกิดขึ้น!
ซึ่งการลองทำในสิ่งแปลกใหม่ที่เราไม่เคยทำแบบนี้ทำให้สมองของเราได้พัฒนา แถมยังช่วยเพิ่มไอเดียแปลกใหม่ให้เราด้วยนะ
อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือการก้าวข้าม Comfort Zone ของเรานั่นเอง หลายคนกลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ หลายคนกลัวที่จะเขียนนิยายแนวที่เราไม่ถนัด หลายคนกลัวเพราะกลัวว่าเราทำไม่ได้ บางคนอาจจะกลัวว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตเราไป พี่น้ำผึ้งเองก็เคยเป็นแบบนี้นะคะ ปกติพี่เป็นคนชอบอ่านนิยายแฟนตาซี เขียนนิยายก็แฟนตาซี พี่ไม่กล้าลองอะไรที่ฉีกแนวจากตัวเองเพราะกลัวว่าพี่จะทำมันไม่ได้ จนกระทั่งพี่พบว่ามันมาถึงจุดที่เราตัน คิดไม่ออกว่าจะเขียนยังไงต่อไป ตอนนั้นพี่ก็เจอวิธี Creative Cross Training ค่ะ มันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนพี่ไปได้ตลอดกาล ทำให้กล้าก้าวข้าม Comfort Zone ของตัวเองได้ พี่ลองหันไปจับงานเขียนนิยายรักวันละนิดหน่อยพอประมาณ และสิ่งที่พี่ค้นพบก็คือ “เฮ้ย มันเจ๋งมาก” พี่แทบจะไม่ตันตอนเขียนนิยายแฟนตาซีเลย เพราะพี่ได้ใช้สกิลที่ได้รับจากการอ่านและเขียนนิยายรักมาใช้ค่ะ
ดังนั้นพี่อยากให้ใครก็ตามที่ไม่กล้าออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ก้าวออกมาเถอะค่ะ แล้วน้องจะพบว่าจริงๆ แล้วมันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย

(via : http://smartandrelentless.com)
จบไปแล้วนะคะกับเทคนิคแก้อาการตันง่ายๆ ด้วยวิธี Creative Cross Training หวังว่ามันคงช่วยน้องๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ใครสนใจอยากนำเทคนิคดีๆ นี้ไปใช้ก็ไม่ว่ากันเลยค่ะ แล้วอย่าลืมมาเล่าให้พี่ฟังด้วยนะคะว่าน้องๆ พัฒนา Keystone Habits กันอย่างไร สำหรับครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้น รอติดตามค่ะ ^_^
พี่น้ำผึ้ง :)
ขอบคุณข้อมูลจาก
searchenginejournal.com
awriterofhistory.com
slrlounge.com
.jpg)



11 ความคิดเห็น
ตันบ่อยมากเลยค่ะ อารมณ์เขียนมาแล้วนะ แต่นึกเรื่องไม่ออก นั่งคิดเป็น2-3ชม.ก็คิดไม่ออก
แล้วถ้าเป็นคนประเภทผมล่ะครับ ที่cross trainingหลายงานจนมั่วไปหมด ทั้งเขียนนิยาย เต้น เล่นดนตรี (แต่ละอันก็มีหลายหมวดย่อยอีก) แล้วพออันนึงตัน ก็ไปทำอีกอัน สุดท้ายกลายเป็นตัน-ทุก-งาน!!! จะแก้ยังไงดี ฮือๆ
เจอพวกแล้วค่ะ//จับมือ
ทำหลายๆอย่าง เวลาอ่านนิยายก็อ่านหลายๆประเภท แต่งก็หลายประเภท หลายตอน กิจกรรม ก็วาดรูป Photoshop Xcode ถ่ายรูป เต้น ร้องเพลง คือมันมั่วไปหมด พอมันถึงขีดจำกัดที่ร่างกายเราจะทำได้ ก็เหมือนจะพัฒนาอะไรได้ยากขึ้นจนกลายเป็นตันหมดเลย ทั้งๆที่มันยังไม่ดีเลยอ่ะค่ะT^T
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ
จะลองเอาไปใช้ดู
ส่วนใหญ่ถ้าคิดอะไรไม่ออก จะลุกไปวิ่ง - แบกกระเป๋าเที่ยว - ไปร้านกาแฟนั่งมองผู้คนเดินผ่านไปมา (โดยเฉพาะผู้ชายหล่อ ๆ -,.- ) - ลุกขึ้นจัดห้องใหม่ - หาหนังสืออะไรสักอย่างที่ไม่เกี่ยวกับนิยายอ่าน - นอนสักงีบ - ดูหนัง - ฟังเพลง แผล็บเดียวไอเดียก็มา
หึยยยยยยเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ แต่น้องชอบไปวาดรูปเวลาตันแล้ววาดยาวจนลืมเนื้อแต่งไว้ในหัวเบยย55555
เราเป็นแบบมีพร๊อตแล้ว แต่คือไม่มีฉากอะคะ แต่ละตอนจะให้มันทำไงงี้อะ
เราเป็นแบบมีพร๊อตแล้ว แต่คือไม่มีฉากอะคะ แต่ละตอนจะให้มันทำไงงี้อะ
เป็นคนนึงค่ะที่ไม่อ่านนิยายแนวที่ตัวเองไม่ชอบ เป็นมือใหม่ด้วยเลยเขียนแนวที่ชอบมากกว่า(ตัวเองอ่านแล้วสนุกก็อัพเลย) 555 แต่เราจะเขียนแบบร่างตอนต่อตอนเลยนิยายเลยดูสะเปะสะปะ Y_Y แต่ถ้าตันจริงจะทำอย่างอื่นไปเลย แล้วมันก็ปิ๊งไอเดียเอง555 แต่จะคิดว่าเรากำลังฝึกฝน ฝึกฝนเท่านั้น ผิดพลาด เป็นเรื่องธรรมดา แบบนี้ก็ไม่บั่นทอนกำลังใจตัวเองแล้ว (โลกสวยไปอีก555+
เป็นคนนึงค่ะที่ไม่อ่านนิยายแนวที่ตัวเองไม่ชอบ เป็นมือใหม่ด้วยเลยเขียนแนวที่ชอบมากกว่า(ตัวเองอ่านแล้วสนุกก็อัพเลย) 555 แต่เราจะเขียนแบบร่างตอนต่อตอนเลยนิยายเลยดูสะเปะสะปะ Y_Y แต่ถ้าตันจริงจะทำอย่างอื่นไปเลย แล้วมันก็ปิ๊งไอเดียเอง555 แต่จะคิดว่าเรากำลังฝึกฝน ฝึกฝนเท่านั้น ผิดพลาด เป็นเรื่องธรรมดา แบบนี้ก็ไม่บั่นทอนกำลังใจตัวเองแล้ว (โลกสวยไปอีก555+
ผมเคยเขียนแนวเลิฟคอเมดี้ แต่รู้สึกว่าไปไม่รอด เลยลองหันมาเขียนแนวแฟนตาซีที่ตัวเองไม่ถนัด ปรากฏว่า "เฮ้ย! สนุกดีแฮะ" จากนั้นก็เขียนแนวแฟนตาซีอย่างเดียว(ฮา) แต่เวลาตันๆ ผมก็ไปนั่งดูอนิเม อ่านนิยายเพื่อหาพล็อตในการเขียน และขอบคุณสำหรับเคล็ดลับการเขียนนะครับ!
เราคิดได้นะคะ นึกบทอะไรออก แต่เราไม่รู้จะอธิบายยังไงให้คนอ่านเข้าใจ กลัวเขียนไปแล้วคนอ่านงง จนบางทีก็อธิบายซ่ะละเอียดจนนิยายยาวไปเรื่อย 55555