สวัสดีค่ะ ถ้าถามว่าวัยมัธยมอย่างน้องๆ ชอบอ่านหนังสืออะไรมากที่สุด? เสียงตอบกลับมาคงเป็นหนังสือนิยายมากกว่าหนังสือเรียนใช่มั้ยคะ ท่ามกลางเสียงผู้ใหญ่ที่มักจะบอกว่า "เลิกอ่านได้แล้ว! เดี๋ยวการเรียนจะเสีย" แต่พี่มิ้นท์เชื่อว่ายังมีอีกหลายบ้าน ที่น้องๆ ติดนิยาย แต่มันไม่ทำให้การเรียนแย่อย่างที่ผู้ใหญ่คิด
Student Idol วันนี้ก็เช่นกันค่ะ พี่มิ้นท์มีตัวอย่างของเด็กไทย ที่รักการอ่านนิยาย และเขียนนิยายมาถึง 8 ปี แต่การเรียนก็อยู่ในระดับดีมาก และล่าสุดก็สามารถสอบตรงติดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากมากมาได้ ไปทำความรู้จักน้องพิณ หรือ พี่พิณ คนนี้กันเลยจ้า
Student Idol วันนี้ก็เช่นกันค่ะ พี่มิ้นท์มีตัวอย่างของเด็กไทย ที่รักการอ่านนิยาย และเขียนนิยายมาถึง 8 ปี แต่การเรียนก็อยู่ในระดับดีมาก และล่าสุดก็สามารถสอบตรงติดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากมากมาได้ ไปทำความรู้จักน้องพิณ หรือ พี่พิณ คนนี้กันเลยจ้า

profile
ชื่อเล่น : พิณ
แผนการเรียน : ศิลป์คำนวณ (คณิตศาสตร์ – อังกฤษ)
งานอดิเรก : ดูซีรีส์ การ์ตูน แต่ส่วนใหญ่จะชอบ อ่านนิยาย เขียนนิยาย
สไตล์การเรียน : ถึงเวลาเรียนก็จริงจัง เวลาเล่นก็จะผ่อนคลายเต็มที่ค่ะ
IG : pkikyou
พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
น้องพิณ : สวัสดีค่าทุกคน ชื่อ พิณทิรา เจนบุญลาภ ชื่อเล่น พิณ จบจากโรงเรียนโพธิสารพิทยากร สายศิลป์คำนวณ ภาคปกติ เกรดเฉลี่ย 6 เทอม ได้ 3.74 ค่า โดยปกติจะชอบพูดมาก ขี้บ่น กวนๆ กับเพื่อนสนิทค่ะ ถ้ากับคนไม่สนิทก็จะพูดน้อย คิดคำพูดไม่ค่อยออกเท่าไหร่ 55555
พี่มิ้นท์ : ทำไมถึงเลือกเรียนสายการเรียนศิลป์-คำนวณคะ
น้องพิณ : พิณเริ่มคิดเลือกสายการเรียนตอน ม.2 เพราะตอนนั้นพี่สาวพิณอยู่ ม.6 เพิ่งผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาหมาดๆ พี่ก็เลยมาแนะนำให้คิดดูว่าเราชอบอะไร จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า วางแผนอนาคตได้ ซึ่งพิณเป็นคนที่เกลียดวิทยาศาสตร์มากกก เรียนยังไงก็รู้สึกว่าไม่ใช่ เกรด 4 ไม่เคยแตะถึง 5555 แต่ชอบคณิตศาสตร์มากค่ะ ตอนนั้นพิณก็เริ่มคิดแล้วว่าเราอยากเข้าคณะอะไร จบมาอยากทำงานด้านไหน เลยไปค้นคว้าหาข้อมูลมาว่าแต่ละคณะเรียนเป็นยังไง จบมาทำอะไรได้บ้าง ก็รู้สึกว่าบัญชีนี่แหละที่ตรงใจเรามากที่สุด แล้วยังได้ใช้เลขด้วย พิณจึงเลือกเรียนสายศิลป์คำนวณเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : และในฐานะรุ่นพี่ คุณสมบัติแบบไหนที่เหมาะกับการเรียนแผนนี้
น้องพิณ : สายศิลป์คำนวณก็จะเน้นวิชาคณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ เป็นหลักค่ะ ในการเรียนแต่ละวันอย่างน้อยต้องเจอวิชาคณิต 1 คาบเป็นอย่างต่ำ และหน่วยกิตเยอะด้วยค่ะ เพราะงั้นถ้าจะเรียนสายนี้น้องต้องเผชิญหน้ากับคณิตศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นตัวฉุดหรือดึงเกรดก็ขึ้นอยู่กับวิชานี้แหละค่ะ 55555 ส่วนภาษาอังกฤษก็สำคัญสำหรับทุกแผนการเรียนอยู่แล้วเนอะ สำหรับสายนี้ก็จะเน้นอยู่สองวิชานี้แหละค่ะ
พี่มิ้นท์ : เรียนมา 3 ปี ชอบเรียนวิชาไหนมากที่สุดคะ รีวิวให้น้องๆ ฟังหน่อย
น้องพิณ : ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่สุดเลยค่ะ ซึ่งอยากจะบอกว่าคณิต ม.ปลาย ยากกว่าสมัย ม.ต้น มากกกกก จำนวนบทก็เยอะมากค่ะ เราจะต้องเรียนเซต ตรรกศาสตร์ จำนวนจริง ทฤษฎีจำนวนและเลขยกกำลัง ความสัมพันธ์และฟังก์ชั่น เรขาคณิตวิเคราะห์และภาคตัดกรวย เอ็กโปแนนเชียลและล็อกการิทึม ตรีโกณมิติ เวกเตอร์ จำนวนเชิงซ้อน เมตริกซ์ ลำดับและอนุกรม วิธีเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่ ความน่าจะเป็น สถิติ และแคลคูลัสค่ะ (บางโรงเรียนอาจมีเรียนทฤษฎีกราฟ)
ทั้งหมดนี้จะเรียนอัดภายใน 3 ปี แต่ละบทมีความโหดหินอยู่ในตัวสูงมาก และหลายบทก็สามารถไปมิกซ์รวมกับบทอื่นๆ อีกเยอะมากค่ะ ถ้าใครไม่ชอบคณิตศาสตร์ ลำบากแน่นอน เพราะวิชานี้ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ จะทำไม่ได้กันเลย แต่ถ้าตั้งใจจริงๆ แล้วฝึกไปเรื่อยๆ ไม่ย่อท้อมันจะง่ายเองค่ะ เพราะคณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาความจำ เราจะต้องทำด้วยระบบการคิดวิเคราะห์ แก้โจทย์ปัญหาเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง อย่างพิณจะไม่ค่อยเก่งวิชาอื่นเท่าไหร่จึงหันมาทุ่มเทให้กับคณิตศาสตร์มากเป็นพิเศษ ชอบทำโจทย์หาคำตอบ มากกว่าที่จะต้องนั่งท่องจำคำตอบมาสอบด้วย เลยได้เกรด 4 วิชาคณิตทุกเทอมเลยค่ะ
น้องพิณ : ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่สุดเลยค่ะ ซึ่งอยากจะบอกว่าคณิต ม.ปลาย ยากกว่าสมัย ม.ต้น มากกกกก จำนวนบทก็เยอะมากค่ะ เราจะต้องเรียนเซต ตรรกศาสตร์ จำนวนจริง ทฤษฎีจำนวนและเลขยกกำลัง ความสัมพันธ์และฟังก์ชั่น เรขาคณิตวิเคราะห์และภาคตัดกรวย เอ็กโปแนนเชียลและล็อกการิทึม ตรีโกณมิติ เวกเตอร์ จำนวนเชิงซ้อน เมตริกซ์ ลำดับและอนุกรม วิธีเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่ ความน่าจะเป็น สถิติ และแคลคูลัสค่ะ (บางโรงเรียนอาจมีเรียนทฤษฎีกราฟ)
ทั้งหมดนี้จะเรียนอัดภายใน 3 ปี แต่ละบทมีความโหดหินอยู่ในตัวสูงมาก และหลายบทก็สามารถไปมิกซ์รวมกับบทอื่นๆ อีกเยอะมากค่ะ ถ้าใครไม่ชอบคณิตศาสตร์ ลำบากแน่นอน เพราะวิชานี้ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ จะทำไม่ได้กันเลย แต่ถ้าตั้งใจจริงๆ แล้วฝึกไปเรื่อยๆ ไม่ย่อท้อมันจะง่ายเองค่ะ เพราะคณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาความจำ เราจะต้องทำด้วยระบบการคิดวิเคราะห์ แก้โจทย์ปัญหาเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง อย่างพิณจะไม่ค่อยเก่งวิชาอื่นเท่าไหร่จึงหันมาทุ่มเทให้กับคณิตศาสตร์มากเป็นพิเศษ ชอบทำโจทย์หาคำตอบ มากกว่าที่จะต้องนั่งท่องจำคำตอบมาสอบด้วย เลยได้เกรด 4 วิชาคณิตทุกเทอมเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทราบมาว่าน้องพิณเองก็เป็นนักเขียนด้วย?
น้องพิณ : จุดเริ่มต้นคือพิณอ่านนิยายตามพี่สาวค่ะ แล้วชอบมาก ตอนนั้นเพิ่งจะ ป.4 เอง แล้วพิณก็ชอบเข้าห้องสมุดไปยืมนิยายมาอ่านทีละเล่มไปเรื่อยๆ ทุกครั้ง พอยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุก แต่หลายครั้งก็แอบขัดใจกับนิยาย เช่น ทำไมพระเอกถึงได้โง่อย่างนี้นะ! ทำไมต้องจบแบบนี้ด้วย ไม่โอเคคคค มันเลยเป็นสิ่งที่จุดเปลี่ยนให้พิณอยากเขียนนิยายของตัวเอง จะได้ดำเนินเรื่องได้ตามที่ใจต้องการ และอยากให้คนอื่นมาอ่านนิยายเพื่อติ ชม หรือมาเล่าสู่กันฟังถึงนิยายของเรา
พิณชอบคิดว่า ‘อยากเป็นนักเขียน’ ให้นักอ่านได้รับรู้ถึงสิ่งที่พิณอยากจะสื่อออกไปและได้ข้อคิดกลับไปบ้างไม่มากก็น้อย อยากให้เขาชอบนิยายเราเหมือนที่เราตั้งใจแต่งลงไป เพราะตอนที่พิณเป็นนักอ่าน พิณก็จะชอบไปเขียนรีวิว ติชมนิยายให้พี่นักเขียนตลอด พิณยืนอยู่ในจุดนั้นมานาน ก็เลยอยากจะมายืนจุดที่เป็นนักเขียนแล้วมีคนมาอ่านนิยายเราบ้าง ประมาณนี้แหละค่ะ ^^
ถ้าถามว่าจริงจังกับการเขียนนิยายมากแค่ไหน ก็จริงจังชนิดที่ว่าเขียนนิยายมา 8 ปีเต็มแล้วค่ะ และมีความฝันว่าจะต้องมีนิยายตีพิมพ์เป็นของตัวเองสักวันให้ได้ เพราะการเขียนนิยายมันถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพิณไปแล้ว เปิดคอมทีไรก็จะเปิดเวิร์ดเป็นอันดับแรกเพื่อเขียนนิยาย ได้สักบรรทัดหรือสองย่อหน้าก็ยังดี แต่ละครั้งที่พิณเขียนจะรู้สึกผูกพันกับตัวละครในเรื่องมาก เหมือนพวกเขามีชีวิตอยู่ขึ้นมาจริงๆ คือรู้สึกเหมือน ‘มีเพื่อน’ ร่วมเดินทางไปกับเราจนจบเรื่องเลย ไม่ว่าจะทุกข์ เครียด หรือเศร้า ถ้าพิณมาเขียนนิยายก็จะอารมณ์ดีขึ้น เหมือนเราได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองออกไปใส่ในนิยายให้หมด เลยทำให้พิณรักการเขียนมากเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : ได้อะไรจากการเขียนนิยายคะ
น้องพิณ : การเขียนนิยายนี่ได้อะไรมาเยอะจริงๆ นะคะ สำหรับพิณคือเราได้ฝึก ‘คิด’ ซึ่งการเขียนนิยายสักเรื่องมันไม่ง่าย ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องราว ปัญหา วิธีแก้ ปมของเรื่อง ลำดับการเล่าเรื่องจะเป็นยังไงอยู่ที่ผู้เขียนทั้งหมดค่ะ ทั้งหมดนี้จะทำให้เราหัดเป็นคนที่คิดวิเคราะห์สถานการณ์ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป (พิณเป็นคนที่ชอบคิด วิชาคณิตศาสตร์ก็จะเน้นคิดหาคำตอบ ส่วนการแต่งนิยายก็เป็นการคิดสร้างโลกของตัวละครขึ้นมาใหม่เหมือนกัน สองสิ่งนี้ก็คล้ายกันตรงที่ต้องคิดนี่แหละค่ะ) ยิ่งถ้าเราเป็นคนชอบคิดเยอะๆ กระบวนการความคิดก็จะจัดเป็นระบบค่ะ
แล้วก็ได้ ‘ความเป็นระเบียบและรอบคอบ’ ด้วยค่ะ เขียนนิยายเราต้องมีวินัย การจะเขียนให้จบได้ต้องอดทนและตั้งใจมากจริงๆ เวลาเขียนพิณก็จะระวังเรื่องการใช้คำภาษาไทยว่าถูกไหม (ถึงขั้นเสิร์ชกูเกิ้ลตอนเขียนไปด้วย) ก็จะส่งผลให้ตอนทำรายงานที่โรงเรียนละเอียดรอบคอบขึ้น ทุกอย่างในรายงานต้องเป๊ะ พยายามให้ผิดพลาดน้อยที่สุดค่ะ ทำให้เรารู้ศัพท์ภาษาไทยมากขึ้น เวลาเขียนก็จะสามารถใส่ความรู้สึกและความสละสลวยโดยผ่านตัวอักษรได้อย่างดีค่ะ
อย่างสุดท้ายพิณว่าเราได้ ‘ข้อคิด’ เยอะมาก ตอนเขียนพิณจะใส่ปัญหาลงไปในเรื่อง แล้วตอนสุดท้ายค่อยแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งมันจะสอนนักอ่านอยู่ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่ควรจะทำตัวแบบตัวละครในเรื่อง หรืออะไรที่เป็นสิ่งดีๆ ก็เก็บไว้ อะไรที่ตัวละครทำไม่ดีก็อย่าเก็บมาทำ ซึ่งก่อนที่เราจะสามารถเขียนให้นักอ่านได้เข้าใจถึงตรงนั้น พิณก็ต้องเขียนให้ตัวเองเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานั้นอย่างลึกซึ้งก่อนค่ะ ถึงจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกไปให้นักอ่านได้สัมผัสถึง
พี่มิ้นท์ : อัปเดตชีวิตตอนนี้หน่อยค่ะ ว่ายังเขียนนิยายอยู่หรือเปล่า
น้องพิณ : ตอนนี้พิณสอบติดรับตรง บัญชี จุฬาฯ แล้วค่ะ และจะยังคงเขียนนิยายเหมือนเดิมแน่นอนค่า จะเขียนไปตลอดชีวิตเลย~
พี่มิ้นท์ : เห็นผลงานกระทู้แนะแนวของน้องพิณอยู่บ่อยๆ อยากให้น้องๆ ได้อะไรจากเราคะ
น้องพิณ : อยากให้น้องๆ ได้รู้แนวทางการเตรียมตัวในแบบของพิณแล้วนำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองน่ะค่ะ เพราะก่อนที่พิณจะมาเขียนกระทู้แนะนำน้อง พิณก็เคยเป็น ‘น้อง’ ที่ชอบไปอ่านกระทู้แนะแนวของพวกรุ่นพี่เหมือนกัน พิณจะอ่านหลายๆ กระทู้แล้วเห็นว่ารุ่นพี่เขาเขียนได้ดีมาก พิณก็เลยอยากลองเขียนแนะแนวน้องๆ ดูบ้าง โดยหวังว่าน้องจะได้ประโยชน์ต่อๆ ไป โดยสิ่งที่พิณเขียนจะเป็นวิธีการเตรียมตัวอ่านหนังสือฉบับของพี่ แต่น้องไม่จำเป็นต้องทำตามแบบพี่เป๊ะๆ ก็ได้ เพราะการอ่านหนังสือแบบพี่อาจจะไม่เวิร์กสำหรับน้อง อยากให้น้องนำวิธีไปเป็นแนวคิดแล้วปรับเป็นแบบของตัวเองจะดีกว่าค่ะ
ถ้าใครอยากเข้าบัญชีก็อ่านกระทู้ของพี่ได้นะคะ (โฆษณานิดนึง 5555)
พี่มิ้นท์ : ทั้งเรียน ทั้งทำกิจกรรมในโรงเรียน และยังเขียนนิยายด้วย แบ่งเวลายังไงคะ โดยที่การเรียนไม่เสีย
น้องพิณ : ถ้าถึงเวลาเรียนจริงๆ พิณก็จะตั้งใจค่ะ ส่วนกิจกรรมพิณมักไปคอยช่วยเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า โดยกิจกรรมหลักที่ทำมาตั้งแต่ ม.1-ม.6 ก็คือบรรณารักษ์ห้องสมุด พิณจะชอบเข้าห้องสมุดตลอดเลย ทำหน้าที่ให้บริการยืม-คืนหนังสือ จัดชั้นหนังสือ จัดโต๊ะบ้างเป็นครั้งคราวค่ะ
ส่วนแบ่งเวลายังไง คือพิณเป็นคนที่ชอบทำการบ้านให้เสร็จไปเร็วๆ เพราะเป็นคนไม่ชอบดองการบ้านแล้วมาปั่นจนดึกดื่น ชอบทำเวลาหลังเลิกเรียนซึ่งแต่ละวันจะเลิกไม่เกินบ่ายสาม พิณก็จะทำการบ้านให้เสร็จภายในช่วงเย็น แล้วเปิดคอมเขียนนิยายช่วงดึก แต่ถ้าบางวันการบ้านมันเยอะสาหัสเอาการจริงๆ ก็ไม่ได้แต่งค่ะ นั่งปั่นการบ้านทั้งคืน 55555 พิณทำอย่างนี้มาโดยตลอดค่ะตั้งแต่ ป.4-ม.5 เลยทำให้เขียนนิยายได้เยอะ แต่ ม.6 พิณทุ่มเทไปกับการอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่อน เลยต้องยอมหยุดแต่งนิยายไปเลยค่ะ เพราะรู้ตัวเองว่าถ้าไม่หักดิบแล้วก็จะแต่งตลอดนั่นแหละ
พี่มิ้นท์ : อยากให้น้องพิณเป็นกระบอกเสียงหน่อยว่า การที่เด็กวัยรุ่นชอบอ่านนิยายหรือเขียนนิยายมันไม่ได้แย่เสมอไป
น้องพิณ : พิณว่าการอ่านหรือเขียนนิยายนี่เป็นสิ่งที่ดีมากๆ เลยนะ เพราะทำให้เรามีจินตนาการที่ก้าวไกล ทำให้ผ่อนคลายความเครียด และได้ความรู้รอบตัวจากนิยายเยอะมากเลยค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือต้องแบ่งเวลาให้เป็น เวลาเรียนก็ต้องจริงจังกับมัน อย่าให้การอ่านหรือเขียนนิยายมาทำให้ผลการเรียนของเราตกลง ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าการอ่านหรือเขียนนิยายกลับให้โทษซะงั้น
พี่มิ้นท์ : ให้น้องพิณฝากอะไรถึงเพื่อนๆ น้องๆ ชาว Dek-D หน่อยจ้า
น้องพิณ : ก็อยากจะขอฝากนิยาย #ผิด 55555 พูดถึงเหล่านักเขียนก่อนแล้วกันเนอะ อยากให้ทุกคนอย่าเพิ่งย่อท้อต่อความฝันนะ ถึงจะมีอุปสรรคมากมาย เขียนเท่าไหร่ก็ยังไม่เคยตีพิมพ์ แต่สักวันหนึ่งมันจะเป็นวันของเราแน่นอน ขอเพียงแค่อย่าเพิ่งหยุดเดินต่อไปข้างหน้า เพียงแค่ก้าวเท้าอย่างสม่ำเสมอ สักวันก็จะถึงเส้นชัยเองค่ะ มาพยายามไปด้วยกันนะคะ :)
ส่วนเรื่องเรียน ก็อยากบอกน้องๆ ว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ว่าอ่านไม่กี่วันก็ทำได้ อยากให้น้องๆ เตรียมตัวกันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ตอนอ่านอาจจะท้อเยอะนะ แต่อยากให้เราลองคิดถึงผลลัพธ์ในวันข้างหน้าว่ามันจะสวยหรูแค่ไหนถ้าเราทำมันสำเร็จ พิณชอบคำคมประโยคหนึ่งที่คุณครูเคยเขียนให้อ่านมากเลย เขาเขียนว่า ‘To climb to the mountain is very difficult, but the view on it is very beautiful.’ :)
สมกับเป็นทั้งนักเขียนและนักเรียนในคนๆ เดียวกันจริงๆ นะคะ เพราะน้องพิณอธิบายได้ละเอียด เห็นภาพ และชัดเจนมากๆ เลย
พี่มิ้นท์ว่าไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกอะไร ถ้าเรามั่นใจว่าทำแล้วไม่มีผลเสียกับการเรียน และสามารถหาประโยชน์จากสิ่งๆ นั้นได้ พี่มิ้นท์ว่าลงมือทำไปเถอะค่ะ ประสบการณ์พวกนี้ห้องเรียนไม่มีสอน เหมือนอย่างที่น้องพิณได้นำทักษะต่างๆ จากการเขียนนิยายมาใช้กับการเรียนจนประสบความสำเร็จนั่นเอง สุดยอดจนพี่มิ้นท์ขอยกให้เป็น Idol ในสัปดาห์นี้เลยจ้า^^
พี่มิ้นท์ว่าไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกอะไร ถ้าเรามั่นใจว่าทำแล้วไม่มีผลเสียกับการเรียน และสามารถหาประโยชน์จากสิ่งๆ นั้นได้ พี่มิ้นท์ว่าลงมือทำไปเถอะค่ะ ประสบการณ์พวกนี้ห้องเรียนไม่มีสอน เหมือนอย่างที่น้องพิณได้นำทักษะต่างๆ จากการเขียนนิยายมาใช้กับการเรียนจนประสบความสำเร็จนั่นเอง สุดยอดจนพี่มิ้นท์ขอยกให้เป็น Idol ในสัปดาห์นี้เลยจ้า^^



.jpg)
4 ความคิดเห็น
เวลาอ่านนิยายที่บ้านก็ชอบพูดเหมือนกันนะคะว่า เอาเวลาที่อ่านิยายไปอ่านหนังสือเรียนบ้างเถอะ5555 ก็นิยายมันสนุกกว่าหนังสือเรียนนี่นา55555
น้องเป็นแบบอย่างที่ดีมากค่ะ
FC พี่พิณค่าาา
อยากอ่านนิยายของพี่พิณจังเลยค่าาาา
เข้าไปที่ my.dek-d.com/kikyou/writer ได้เลยค่าาาา