เรื่องสิวนี่ถือว่าเป็นปัญหาอันดับหนึ่งจริงๆ ค่ะ ในคอลัมน์ Beauty Story เองก็เคยหยิบเรื่องสิวๆ มาพูดหลายครั้ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาสิวเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากๆ ค่ะ สาวๆ ที่ผิวมีต่างกันก็มักจะเจอปัญหาต่างกันไปด้วย เอาล่ะค่ะ! มาคราวนี้พี่โอ๊ตก็ขอรวบรวมเอาปัญหาที่น้องๆ ถามกันมาเยอะ มารวมไว้ในคอลัมน์เดียว เพื่อเป็นการตอบปัญหาได้ตรงจุด มากขึ้นนั่นเอง เรามาดูกันว่า มีคำถามอะไรที่เป็นสุดยอด ความกลุ้มใจของสาวๆ กันบ้าง

Q : เป็นสิวมานานมาก รักษายังไง ก็ไม่หายซักที ทำยังไงดีคะ?

A : สาวๆ หลายคนรักษาสิวมาไม่ถูกทาง เพราะกังวล อยากให้สิวหายเร็วๆ เลยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิว ได้ชั่วคราว หรือรักษาการอักเสบบนชั้นผิว ซึ่งเป็นการรักษา ที่ปลายเหตุค่ะ แม้ว่าเวลาเราส่องกระจกจะเห็นว่าหายไปแล้ว แต่ไม่นานก็จะเกิดสิวซ้ำขึ้นใหม่ที่เดิม เป็นวงจรไม่รู้จบ เพราะการรักษาสิววิธีเหล่านี้ ช่วยให้สิวหายได้อย่างรวดเร็ว แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้ผิวแห้งมากจนเกินไป จนเสียสมดุล ผิวระคายเคือง และเกิดสิวอักเสบใต้ชั้นผิวได้ จาก P. Acnes เชื้อสิวต้นตอของสิวที่ยังคงอยู่ใต้ผิวหนังนั่นเองค่ะ

วิธีที่สาวๆ พอจะทำได้ ก็คือการรักษาความสะอาดใบหน้า ให้ลึกถึงรูขุมขน และใส่ใจกับการเลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิว ที่ไม่ทำร้ายผิว ให้ระคายเคือง นอกจากนี้แล้วการทาน อาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นเรื่องที่ สำคัญและมีส่วนช่วยให้ผิวไม่เกิดสิวได้อีกด้วยค่ะ

Q : ผิวเป็นสิว ใช้ครีมบำรุง ได้มั้ยคะ?

A : ได้แน่นอนค่ะ และพี่โอ๊ตคิดว่าจำเป็นด้วย อย่างผิวของ พี่โอ๊ตเองก็เป็นสิวค่อนข้างง่ายค่ะ และสังเกตได้ว่า ช่วงไหน ที่ไม่ทาครีมบำรุงเลย สิวที่เป็นอยู่จะหายช้ากว่าเดิมไปอีก นั่นก็เพราะว่าเราปล่อยให้ผิวเริ่มแห้งจนเกิดการอักเสบได้ ง่ายขึ้นค่ะ แต่ถ้าผิวได้รับการบำรุงอย่างเพียงพอแล้ว ผิวก็จะ แข็งแรงและช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น รวมถึงไม่ทิ้งรอยสิวเอาไว้ ให้ช้ำใจอีกด้วย

วิธีการเลือกครีมบำรุงสำหรับผิวเป็นสิวก็ไม่ยากเลยค่ะ อย่างแรกคือเนื้อผลิตภัณฑ์ต้องบางเบา ไม่ระคายเคืองผิว ไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นสิวเพิ่ม และเหมาะกับทุกสภาพผิวแม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย ที่สำคัญเลย คือ มีการรับรองทางการแพทย์ว่าได้ผลจริง แบบนี้เวลาหยิบ ใช้ก็จะสบายใจ ไม่ต้องกลัวเป็นสิวเพิ่มค่ะ

Q : เป็นสิว แต่ก็อยากให้ผิว ขาวขึ้นด้วยได้มั้ยคะ?

A : สำหรับคำถามนี้ หลายคนน่าจะส่ายหน้าไปพร้อมๆ กัน และคิดว่าไม่มีทางแน่นอน เพราะกลัวว่ายิ่งใช้จะยิ่งเป็น สิว แต่พี่โอ๊ตขอสวนทางกับเรื่องนี้ค่ะ เพราะคนเป็นสิว ก็มีสิทธิ์ดูแลผิวให้ขาวใสไปพร้อมๆ กับการรักษาสิวได้ เพียงแค่ต้องใจเย็นกว่าคนที่มีสภาพผิวปกติค่ะ อย่าใจร้อน ไปใช้ครีมที่เค้าเคลมแรงว่าขาวเร็ว ทาปุ๊บขาวปั๊บ เพราะนอกจากสิวไม่หาย หน้าไม่ขาว ยังพังแบบกู่ไม่กลับ ด้วยค่ะ

แนะนำว่าให้เลือกไวท์เทนนิ่งที่เหมาะกับคนเป็นสิวจริงๆ คืออ่อนโยน ไม่ผลัดผิวแรงๆ จนทำให้ผิวบางและ ระคายเคือง จนไปกระตุ้นให้ผิวอักเสบมากกว่าเดิม นอกจากนี้อย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ SPF เพราะถ้าเรามัวแต่รักษาสิวอย่างเดียว แต่ไม่ปกป้องผิว จากแสงแดดเลย อาจทำให้รอยสิวที่มีเข้มขึ้น และยากที่ ผิวจะขาวใสขึ้นได้ค่ะ

Q : อยากให้แนะนำผลิตภัณฑ์ ดูแลสิวที่อ่อนโยน ใช้แล้วหน้าใสขึ้น สิวไม่เห่อค่ะ

A : ต้องบอกก่อนว่า ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องสิว และรอยสิวหรือหน้ากระจ่างใสเยอะแยะเต็มไปหมด แต่จากที่พี่โอ๊ตได้ลองศึกษามาหลายแบรนด์ ก็พบว่า Eucerin DermoPURIFYER DAY MAT WHITENING เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนรู้จักหลายคนแนะนำให้ใช้ค่ะ เพราะมัน แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากๆ ไม่เอามาบอกต่อไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพราะมันช่วยทั้งลดสิว ลดรอยสิวให้จางลง และปรับให้ ผิวหน้าเรากระจ่างใสขึ้นด้วยค่ะ มีสารสกัดจากธรรมชาติ Licochalcone ที่ช่วยลดการระคายเคืองในชั้นผิว พร้อมลด ถึงเชื้อสิว P. Acne ที่เป็นต้นเหตุของสิวซ้ำซาก ที่สาวๆ หลายคนเป็นไม่หายซักที และยังช่วยลดรอยสิว รวมถึงการระคายเคืองผิวอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้แล้วก็ยังมี Natural White Active ที่ช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องห่วงเรื่องสารกัดผิว สบายใจ ที่จะบำรุงผิวเป็นสิว บอบบางแพ้ง่ายอย่างเราๆ แถมยังช่วย ลดสิว ผิวขาวกระจ่างใสไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

เห็นพี่โอ๊ตพูดมาขนาดนี้แล้ว หลายคนแอบคิดว่ามาโม้รึเปล่า บอกเลยค่ะว่าผลลัพธ์จากการใช้ Eucerin DermoPURIFYER DAY MAT WHITENING ไม่ธรรมดานะจะบอกให้ เพราะสาวๆ สามารถวัดผล ได้ด้วยเครื่องตรวจคอมิโดนที่มีตามโรงพยาบาล คลินิกผิวหนัง หรือเคาน์เตอร์ยูเซอรินค่ะ โดยอาจจะไป ตรวจก่อนใช้ และหลังจากใช้แล้วประมาณ 30 วัน ก็จะทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้น ว่าเชื้อสิวใต้ผิวของเรามันลดลงจริงๆ หรือยังคงมีอยู่ อย่างจุดสีส้มที่เราเห็นเมื่อมองผ่านเครื่อง คือเชื้อ P. Acnes ใต้ชั้นผิว ต้นเหตุของสิวที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เลยอาจจะทำให้เราเข้าใจผิดว่า ตอนนี้เราไม่ได้เป็นสิวอยู่ เพราะยังมี P. Acnes ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวนั่นเองค่ะ

สุดท้ายแล้วเรื่องสิวที่เรามองว่าเป็นปัญหาใหญ่มาตลอด ก็สามารถแก้ได้ง่ายๆ แค่เราต้องรู้ต้นตอ และสาเหตุของมัน แล้วจัดการให้ตรงจุดค่ะ อย่ามองว่าเรื่องการเลือกครีมบำรุงเป็นเรื่องเล็ก และใช้ตามใครก็ได้ เราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเหมาะกับผิวของเราให้มากที่สุดค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลกับการรักษาสิวซ้ำซาก หรือรักษารอยสิวแบบไม่รู้จบกันอีก กลับมาเจอกันใหม่กับพี่โอ๊ตและ Beauty Story ในครั้งหน้านะคะ อยากรู้เรื่องอะไรอย่าลืมคอมเมนต์มาคุยกันนะ ^^

พี่โอ๊ต
พี่โอ๊ต - Columnist คอลัมนิสต์สายบิวตี้ ชอบอัปเดตเมคอัพ และศึกษาเรื่องสกินแคร์ เพื่อผิวสวยอย่างปลอดภัย

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กุศลิน ยาใต 1 ก.ย. 61 16:27 น. 1

เป็นสิวตั้งแต่ป.5ค่ะแต่ตอนนี้ม.2แล้วยังไม่หายเลย มีโอกาสหายเมื่อไหร่หรอคะ แล้วถ้าหายหน้าจะใสไหมคะ

3
HanaOat Columnist 3 ก.ย. 61 08:44 น. 1-1

จริงๆ ทุกคนที่เป็นสิว มีโอกาสหายได้หมดค่ะ อยู่ที่ว่าเรารู้สาเหตุและแก้ไขได้ตรงจุดรึเปล่า ส่วนใหญ่เรื่องสิวรักษาไม่ยากค่ะ แต่ที่ยากคือเรื่องแผลเป็น รอยสิว และหลุมสิว ที่จะตามมามากกว่า


เบื้องต้นพี่อาจจะพอให้คำแนะนำได้บ้าง ยังไงน้องลองเล่าอาการคร่าวๆ ให้พี่ฟังได้มั้ยคะ เช่น สิวส่วนมากที่เป็น เป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวผด และน้องรักษายังไง ใช้สกินแคร์อะไรอยู่บ้าง ประมาณนี้ค่ะ จะคอมเม้นท์ทิ้งไว้หรือส่งมาทางข้อความลับก็ได้ค่ะ เอาที่เราสะดวกใจเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด