สวัสดีค่าา ก่อนอื่นต้องถามน้องๆ ก่อนว่า มีวิธีการจัดการการอ่านหนังสือยังไงบ้าง? อ่านเรื่อยๆ ตามอารมณ์ หรือ อ่านแบบมีแผนชัดเจน ที่พี่มิ้นท์ถาม ไม่ได้บอกว่าแบบไหนถูกหรือผิดนะคะ แต่วันนี้ Student Idol จะพาไปทำความรู้จักรุ่นพี่ 1 คน ที่เป็นอดีตเด็ก ม.ปลาย คนหนึ่ง แต่วันนี้ได้ดีสอบติดคณะแพทยศาสตร์ไปแล้ววววว
ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะเก่งแต่เกิดค่ะ แต่มาจากการวางแผนที่เป็นระเบียบ มีวินัยในตัวเองสุดๆ เรียกว่า จะอ่านหนังสือแต่ละที ก็ต้องวางแผน และจับเวลาแบบจริงจัง ทำแบบนี้ทุกวันๆ และที่สำคัญ ยังเผยแพร่เคล็ดลับนี้ให้น้องๆ ทางโซเชียลด้วย ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักกับ "พี่มะเฟือง" กันเลยดีกว่า^^
.jpg)
profile
ชื่อเล่น : มะเฟือง
แผนการเรียน : วิทย์-คณิต (กิ้ฟเลข)
งานอดิเรก : ดูการ์ตูน เล่นโซเชี่ยล อ่านหนังสือ/บทความ
สไตล์การเรียน : ใช้ชีวิตให้มีความสุขคู่ไปกับการตั้งใจเรียน :D
IG : @miffy.mf
(มี IG สำหรับให้คำปรึกษา, ลง diary การเรียน ที่ @ffim.medcu60 เลยค่า^^)
พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
น้องมะเฟือง : สวัสดีค่า^^ ชื่อ มณิชญา สุคนพาทิพย์ ชื่อเล่น มะเฟือง จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เกรดเฉลี่ย 3.97 ตอนนี้สอบติดคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการรับตรงความถนัดทางภาษาอังกฤษค่ะ:D เป็นคนขี้เล่นเป็นกันเองสุดๆ คุยรู้เรื่องไม่เนิร์ดแน่นอน5555 น้องๆก็มาทักทายหรือปรึกษากันได้เลยนะอิอิ
พี่มิ้นท์ : มีแรงบันดาลใจอะไรถึงเลือกเรียนแผนการเรียนนี้คะ
น้องมะเฟือง : คิดว่าแผนการเรียนของมะเฟืองค่อนข้างชัดตั้งแต่เด็กเลยค่ะ 555 เพราะจะทำเลขกับวิทย์ได้เด่นกว่าวิชาอื่น คือมันก็ไม่ได้ง่ายนะ (ไม่ใช่เด็กหัวดีมาก) ท้อหลายครั้งเลย แต่พยายามทำความเข้าใจแล้วมันไปต่อได้ พัฒนาได้อีกเรื่อยๆ และรู้สึกชอบที่จะเรียนรู้มัน สนุกเวลาได้แก้โจทย์ เลยคิดว่ามาทางนี้แหละถูกแล้ว^^
พี่มิ้นท์ : ชีวิตการเรียน ม.ต้น กับ ม.ปลาย ในความรู้สึกของเรา เหมือนกันไหมคะ
น้องมะเฟือง : ต่างกันเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะสายวิทย์คณิต ขึ้น ม.ปลายมา เลขก็แยกเป็นสิบกว่าบท ส่วนวิทย์ก็แยกเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แต่ละวิชายังมีบทย่อยเป็นสิบบทเช่นกัน ฟังแล้วดูโหดขึ้นเยอะเลยเนอะ (ซึ่งก็จริง 555) แต่มะเฟืองว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะ มันยากอยู่แล้วแหละกับการเรียนเรื่องใหม่ๆ แต่อยากให้น้องค่อยๆทำความเข้าใจไป อดทนไม่เลิกทำซะก่อน ทุกคนผ่านไปได้แน่นอน^^
พี่มิ้นท์ : แนวการเรียนของมะเฟืองที่ว่า "ค่อยๆ เรียนสะสมไปเรื่อยๆ" เป็นแบบไหนคะ
น้องมะเฟือง : ตอน ม.4-5 มะเฟืองจะเรียนเนื้อหาตามโรงเรียนไปก่อนค่ะ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเข้าคณะอะไร (แค่รู้ว่าสายวิทย์ชัวร์ๆ) เน้นเลขกับอังกฤษให้เร็วกว่าวิชาอื่นหน่อย เพราะเลขต้องฝึกทำโจทย์เยอะ ส่วนอังกฤษก็ต้องใช้เวลาสะสมทักษะแถมยังสำคัญมากสำหรับทุกสนามสอบ
ช่วง ม.4 ก็ควรทำกิจกรรมเยอะๆ แต่ต้องไม่ทิ้งการเรียนนะคะ มะเฟืองก็จะอ่านสะสมวันละนิดไปเรื่อยๆ พอช่วงใกล้สอบมิดเทอมกับไฟนอลซัก 1 อาทิตย์ก็ค่อยอ่านสอบจริงจัง ทำแบบนี้ไปทุกเทอมเลย
การที่เราตั้งใจกับการสอบทุกครั้งจะทำให้เรามีเนื้อหาติดตัวอยู่ (ถึงจะลืม แต่จะทวนได้เร็ว) มีทำสรุปเก็บไว้บ้าง ทำโจทย์มาเยอะพอสมควร ทำให้ตอน ม.6 มะเฟืองอ่านทวนเนื้อหาเองได้ ซึ่งประหยัดเวลากว่าการลงเรียนคอร์สทวนใหม่หมด แล้วเอาเวลามาฝึกจับเวลาทำโจทย์คละบท แก้ไขจุดผิดพลาดของตัวเองไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โจทย์พื้นฐานจนถึงระดับสอบเข้า/ยากกว่าเล็กน้อย ทำให้ก่อนถึงวันสอบมะเฟืองจะสบายใจกว่าเพราะฝึกทำโจทย์มาเยอะพอสมควรและไม่ต้องเร่งตอนท้ายๆ ค่ะ^^
พี่มิ้นท์ : จากประสบการณ์ของตัวเอง ถ้าจะเตรียมตัวสอบ ต้องเตรียมตั้งแต่ตอนไหนถึงจะไม่เหนื่อยมาก
น้องมะเฟือง : จริงๆ วิธีเก็บแต่ละวิชาก็ต่างกันนะคะ คือ วิชาคำนวณจะเน้นเข้าใจนิยาม/หลักการ แล้วฝึกทำโจทย์เยอะๆ และยังต้องเข้าใจที่มาของวิธีคิดเพื่อที่เราจะได้ประยุกต์เป็น ทำโจทย์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ ส่วนวิชาบรรยายจะเน้นอ่านบ่อยๆ ให้จำได้น่าจะดีกว่า แล้วทำโจทย์ให้รู้แนว จับจุดสำคัญได้ค่ะ^^
สำหรับน้องที่ยังอยู่ ม.4-5 มะเฟืองแนะนำให้ตั้งใจเรียนเนื้อหาในชั้นเรียน ก่อนสอบก็อ่านหนังสือ ทำโจทย์จริงจัง (มันช่วยเตรียมสอบเข้าไปด้วยจริงๆ) อาจจะทำสรุปสั้นๆ เก็บไว้ให้เอากลับมาทวนเร็วๆ ได้ ทวนเนื้อหาเก่าเรื่อยๆ เพราะหลายๆ บทจะเชื่อมโยงกัน ถ้าพื้นฐานไม่แน่นก็จะต่อยอดได้ยาก มาเก็บใหม่ตอน ม.6 ก็จะเหนื่อยมาก
ส่วนน้องที่ขึ้น ม.6 แล้ว ถ้ายังเก็บเนื้อหาไม่จบ อันนี้น้องก็ต้องอ่านจริงจังมากกว่าคนอื่นนะ รีบเก็บเนื้อพร้อมทำโจทย์แต่ละบทให้เข้าใจ ส่วนน้องที่เก็บเนื้อจบแล้ว ก็เริ่มทำโจทย์คละบทกันเลย (ระหว่างนั้นก็ทวนๆ เนื้อหาส่วนที่ลืม/ทำผิดเรื่อยๆ เราจะไฮไลท์เนื้อหาที่ชอบลืมไว้) พอทำได้ระดับนึงก็ลองทำข้อสอบจริงปีใหม่ๆ เลย (มะเฟืองทำ 2-3 เดือนก่อนสอบ) อย่าเก็บไว้ทำใกล้เกินไป
พี่มิ้นท์ : เห็นมะเฟืองมีการจับเวลาในการอ่านหนังสือทุกวันด้วย แล้วมันคืออะไรแล้วมีประโยชน์ยังไงคะ
น้องมะเฟือง : ใช่ค่ะ ที่เริ่มทำเพราะมะเฟืองอยากจดบันทึก เป็นไดอารี่ระหว่างการสอบซึ่งก็ทำให้อ่านสอบสนุกขึ้นบ้าง แต่ละวันมะเฟืองจะลิสต์ว่าวันนี้จะทำเล่มไหนบ้าง (ตั้งgoal) แล้วจดเวลาที่ใช้ (อย่างที่เห็นในตาราง) ข้อผิดพลาดต่างๆ ซึ่งเป็นการ recheck ตัวเองว่าเราใช้เวลากับอะไรมากน้อยแค่ไหน เล่นเยอะไปนะ หรือมีอะไรที่ควรปรับปรุง
แล้ววันไหนอ่านอะไรบ้าง วางแผนยังไง เดือนนึงมะเฟืองจะลิสต์ไว้ว่าแต่ละวิชาเหลือเล่มไหนที่ต้องทำบ้าง (คร่าวๆ) ส่วนแพลนแต่ละวันจะอ่านตามใจเลย วิชาไหนรู้สึกอ่อนอยากอ่านก็อ่านเลย555 โดยวันนึงจะอ่านหลายวิชา ให้วิชาคำนวณกับบรรยายสลับกันไป และสลับวิชาที่ชอบกับไม่ชอบจะได้ไม่เบื่อและอ่านได้นานขึ้น
ตอนอ่านหนังสือก็จะเอาโทรศัพท์ไว้นอกห้องค่ะ แล้วจับเวลา มันทำให้เรา focus มากขึ้น พออ่านจบวิชานึง ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็จะออกมานั่งเล่นโทรศัพท์ 10-20 นาที แล้วกลับไปอ่านต่อ ตอนพักกินข้าวก็จะดูการ์ตูนไปพร้อมกันเลย (ใครติดซีรีย์อะไรก็เอาเวลาตรงนี้แหละ) น้องที่อยากทำ ก็ทำแบบไหนก็ได้ค่ะ 555 ทำในแบบของตัวเองให้อยากอ่านก็พอ เพราะการที่เราจะอดทนอ่านหนังสือนานๆ ได้ มันก็ต้องเกิดจากความตั้งใจจากภายในของเราจริงๆนั่นแหละค่ะ ต้องคุมตัวเองได้ให้อ่านมากขึ้นและเล่นน้อยลง รู้เป้าหมาย รู้คะแนนที่ต้องใช้ รู้ตัวเองว่ายังไม่พร้อมวิชาไหนแล้วลงมืออ่านเลยดีกว่า^^
พี่มิ้นท์ : ฟิตขนาดนี้ มีเวลาว่างไปทำกิจกรรมแบบวัยรุ่นคนอื่นบ้างมั้ยคะ?
น้องมะเฟือง : ตอน ม.4 มะเฟืองเคยมีโอกาสได้เป็นลีด ซึ่งซ้อมหนักมากกกก ทั้งกลางวันและหลังเลิกเรียนถึงมืดๆ กลับบ้านก็ดึกและเพลียแล้ว แถมไม่ค่อยมีเวลาไปเรียนพิเศษด้วย เรียกได้ว่าตอนนั้นทุ่มเทให้กับกิจกรรมจริงๆ แต่เราจะไม่เอามาเป็นข้ออ้างที่จะทิ้งการเรียนไป กลับกันเราควรแบ่งเวลาให้ทำกิจกรรมได้โดยการเรียนไม่เสียมากกว่า^^
ตอนนั้นมะเฟืองได้ฝึกบริหารเวลาให้คุ้มสุดๆ กลับถึงบ้านดึกๆ ก็จะขออ่านหนังสือสะสมไว้ครึ่งชั่วโมงก็ยังดี (เพราะเป็นคนเข้าใจบทเรียนช้า อ่านวันเดียวก่อนสอบไม่ไหว ฮือTT) ตอนนั่งรถมาโรงเรียนก็อ่านศัพท์วันละนิด ตอนเรียนในห้องก็ตั้งใจ หรือถ้าไม่อยากเรียน ก็แอบเอาวิชาอื่นมาอ่าน 5555 ตอนก่อนสอบก็ตั้งใจอ่านมากๆ จบเทอมแรกก็เลยยังได้เกรด 4 อยู่ค่ะ ซึ่งตอนแรกแม่ก็แอบห่วงว่าจะเรียนตกรึเปล่า
ส่วนตอน ม.6 ที่ใกล้สอบ มะเฟืองก็ทำ instagram บันทึกการอ่านหนังสือ นอกจากได้รู้จักเพื่อนดีๆ เป็นกำลังใจให้กัน ยังได้ประสบการณ์ที่มีค่ามากๆ ทั้งได้ช่วยแนะนำ ให้คำปรึกษาทั้งรุ่นน้องและเพื่อน ได้รับรู้ปัญหาหลายๆ แบบ ฟังความคิดเห็นจากหลายๆ มุมมอง ทำให้มะเฟืองเข้าใจคนอื่นมากขึ้นและรู้สึกดีที่ได้มีโอกาสช่วยในส่วนที่ทำได้ในฐานะเด็ก ม.ปลายคนนึง ก็จะเห็นว่าการพักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆ หรืองานอดิเรกไม่ได้ทำให้การเรียนเสียเลย แถมยังได้ประสบการณ์ดีๆที่หาไม่ได้ในห้องเรียนด้วย^^
พี่มิ้นท์ : ปัญหาของน้องๆ ส่วนใหญ่คือ "ขี้เกียจ" มีเทคนิคเอาชนะความขี้เกียจมั้ยคะ
น้องมะเฟือง : ตอนที่เตรียมตัวสอบเข้า มะเฟืองก็ยังขี้เกียจอยู่นะ 555 แต่เพราะขี้เกียจนี่แหละที่มากดดันให้ต้องรีบอ่านให้รู้เรื่อง ทำโจทย์ให้ได้ จะได้ไม่ยากลำบากตอนใกล้สอบหรือถึงขั้นสอบไม่ติด เป็นภาระให้เราอ่านต่อถึงปีหน้า ตอนแรกๆ เราจะขี้เกียจเพราะอ่านไม่เข้าใจ เลยท้อแล้วคิดจะเลิกใช่มั้ย แต่ถ้าเราลองเริ่มทำดูแล้วฝืนทำต่อไปถึงจุดนึงมันก็จะดีขึ้นเอง
เวลาที่เราตั้งใจทำอะไรเต็มที่ มันทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองและจะสนุกไปกับสิ่งนั้นมากขึ้นด้วยค่ะ^^ ถ้าเราจริงจังกับเป้าหมายพอ เราก็จะรู้ตัวเองว่าควรทำอะไร อย่างที่บอกไปแล้วว่าเราจะทำได้นานถ้าความตั้งใจมันเกิดจากภายในตัวเราจริงๆ :D
ตอนที่มีไฟอ่านจริงจังก็คือตั้งแต่ปิดเทอมก่อนขึ้น ม.6 ค่ะ มะเฟืองคิดว่ามีเวลาเหลืออีกไม่ถึงปี มันแปปเดียวเองกับการตั้งใจอ่านหนังสือแล้วได้ผลที่คุ้ม ที่สำคัญคืออยากท้าทายตัวเองด้วยว่าถ้าตั้งใจทำเต็มที่แล้วเราจะทำได้ดีแค่ไหน (ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่สอบติด แต่อยากได้คะแนนดีสุดเท่าที่จะทำได้) ถึงจะบอกว่าตั้งใจอ่านแต่ก็ไม่ได้ฟิตขนาดนั้นนะคะ ยังพักผ่อน ดูการ์ตูน เล่นโซเชี่ยลทุกวันแต่ก็เล่นให้น้อยลง :)
พี่มิ้นท์ : ตอนนี้เป็นนิสิตแพทย์เต็มตัวแล้ว รู้สึกยังไงบ้างคะ และเตรียมตัวสำหรับการเป็นเฟรชชี่ยังไงบ้าง
น้องมะเฟือง : รู้สึกว่าเราต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ตั้งใจเรียน พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกเพื่อที่จะได้เป็นที่พึ่งของคนไข้และคนรอบตัวได้ค่ะ ส่วนช่วงก่อนเปิดเทอมก็ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด :D ที่มะเฟืองทำก็เช่นเรียนภาษาญี่ปุ่น ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ, ครอบครัว อ่านหนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน อิอิ) ทำชีทสรุป (ร้าน@noteworthy.mf แอบขายของนิดนึง555) ฝึกภาษาอังกฤษเพิ่มบ้าง ช่วงนี้ก็ไปทำกิจกรรมที่คณะ ละก็ตั้งใจว่าจะทำอีกหลายๆ กิจกรรมเลย เพราะอยากได้ประสบการณ์ เรียนรู้การทำงาน และรู้จักเพื่อนๆมากขึ้น^^
พี่มิ้นท์ : สุดท้ายแล้ว ให้กำลังใจน้องๆ กับการเรียน (หนัก) ในชีวิต ม.ปลาย หน่อยค่า^^
น้องมะเฟือง : สู้ๆ น้าน้องๆ ทุกคน:D พี่เชื่อว่าถ้าน้องพยายามทำเต็มที่ ผลที่ได้ยังไงก็คุ้ม^^ ไม่ว่าจะเจออะไรก็อย่ายอมแพ้ พยายามทำและอดทนผ่านมันไปให้ได้เลยนะแล้วเวลาที่น้องมองย้อนกลับมา จะรู้สึกดีมากๆเลย5555 อีกอย่างคือชีวิตม.ปลายเป็นช่วงที่มีค่ามากๆ พี่ก็อยากให้น้องๆได้ลองทำในสิ่งที่ชอบ ใช้ชีวิตให้มีความสุขคู่ไปกับการตั้งใจเรียน ค่อยๆสะสมไปวันละก้าวจะได้ไม่หนักตอนท้ายๆแล้วเดินไปให้ถึงฝันกันทุกคนเลยนะอิอิ
พี่มิ้นท์เชื่อว่าหลายคนก็มีความคิดที่จะวางแผนอ่านหนังสือ แต่ทำไปทำมาล่มตลอด ก็หวังว่าพี่มะเฟืองของน้องๆ ในวันนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้เห็นได้ว่า ถ้าเราลงมือทำมันจริงๆ ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันไปเลย ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับตัวเองค่ะ และถ้าใครอยากได้เทคนิคจากพี่มะเฟืองเพิ่มเติม ก็ไปตาม IG ด้านบนกันได้เลยนะคะ ^^
ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะเก่งแต่เกิดค่ะ แต่มาจากการวางแผนที่เป็นระเบียบ มีวินัยในตัวเองสุดๆ เรียกว่า จะอ่านหนังสือแต่ละที ก็ต้องวางแผน และจับเวลาแบบจริงจัง ทำแบบนี้ทุกวันๆ และที่สำคัญ ยังเผยแพร่เคล็ดลับนี้ให้น้องๆ ทางโซเชียลด้วย ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักกับ "พี่มะเฟือง" กันเลยดีกว่า^^
.jpg)
profile
ชื่อเล่น : มะเฟือง
แผนการเรียน : วิทย์-คณิต (กิ้ฟเลข)
งานอดิเรก : ดูการ์ตูน เล่นโซเชี่ยล อ่านหนังสือ/บทความ
สไตล์การเรียน : ใช้ชีวิตให้มีความสุขคู่ไปกับการตั้งใจเรียน :D
IG : @miffy.mf
(มี IG สำหรับให้คำปรึกษา, ลง diary การเรียน ที่ @ffim.medcu60 เลยค่า^^)
พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
น้องมะเฟือง : สวัสดีค่า^^ ชื่อ มณิชญา สุคนพาทิพย์ ชื่อเล่น มะเฟือง จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เกรดเฉลี่ย 3.97 ตอนนี้สอบติดคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการรับตรงความถนัดทางภาษาอังกฤษค่ะ:D เป็นคนขี้เล่นเป็นกันเองสุดๆ คุยรู้เรื่องไม่เนิร์ดแน่นอน5555 น้องๆก็มาทักทายหรือปรึกษากันได้เลยนะอิอิ
พี่มิ้นท์ : มีแรงบันดาลใจอะไรถึงเลือกเรียนแผนการเรียนนี้คะ
น้องมะเฟือง : คิดว่าแผนการเรียนของมะเฟืองค่อนข้างชัดตั้งแต่เด็กเลยค่ะ 555 เพราะจะทำเลขกับวิทย์ได้เด่นกว่าวิชาอื่น คือมันก็ไม่ได้ง่ายนะ (ไม่ใช่เด็กหัวดีมาก) ท้อหลายครั้งเลย แต่พยายามทำความเข้าใจแล้วมันไปต่อได้ พัฒนาได้อีกเรื่อยๆ และรู้สึกชอบที่จะเรียนรู้มัน สนุกเวลาได้แก้โจทย์ เลยคิดว่ามาทางนี้แหละถูกแล้ว^^
พี่มิ้นท์ : ชีวิตการเรียน ม.ต้น กับ ม.ปลาย ในความรู้สึกของเรา เหมือนกันไหมคะ
น้องมะเฟือง : ต่างกันเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะสายวิทย์คณิต ขึ้น ม.ปลายมา เลขก็แยกเป็นสิบกว่าบท ส่วนวิทย์ก็แยกเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แต่ละวิชายังมีบทย่อยเป็นสิบบทเช่นกัน ฟังแล้วดูโหดขึ้นเยอะเลยเนอะ (ซึ่งก็จริง 555) แต่มะเฟืองว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะ มันยากอยู่แล้วแหละกับการเรียนเรื่องใหม่ๆ แต่อยากให้น้องค่อยๆทำความเข้าใจไป อดทนไม่เลิกทำซะก่อน ทุกคนผ่านไปได้แน่นอน^^
พี่มิ้นท์ : แนวการเรียนของมะเฟืองที่ว่า "ค่อยๆ เรียนสะสมไปเรื่อยๆ" เป็นแบบไหนคะ
น้องมะเฟือง : ตอน ม.4-5 มะเฟืองจะเรียนเนื้อหาตามโรงเรียนไปก่อนค่ะ เพราะยังไม่รู้ว่าจะเข้าคณะอะไร (แค่รู้ว่าสายวิทย์ชัวร์ๆ) เน้นเลขกับอังกฤษให้เร็วกว่าวิชาอื่นหน่อย เพราะเลขต้องฝึกทำโจทย์เยอะ ส่วนอังกฤษก็ต้องใช้เวลาสะสมทักษะแถมยังสำคัญมากสำหรับทุกสนามสอบ
ช่วง ม.4 ก็ควรทำกิจกรรมเยอะๆ แต่ต้องไม่ทิ้งการเรียนนะคะ มะเฟืองก็จะอ่านสะสมวันละนิดไปเรื่อยๆ พอช่วงใกล้สอบมิดเทอมกับไฟนอลซัก 1 อาทิตย์ก็ค่อยอ่านสอบจริงจัง ทำแบบนี้ไปทุกเทอมเลย
การที่เราตั้งใจกับการสอบทุกครั้งจะทำให้เรามีเนื้อหาติดตัวอยู่ (ถึงจะลืม แต่จะทวนได้เร็ว) มีทำสรุปเก็บไว้บ้าง ทำโจทย์มาเยอะพอสมควร ทำให้ตอน ม.6 มะเฟืองอ่านทวนเนื้อหาเองได้ ซึ่งประหยัดเวลากว่าการลงเรียนคอร์สทวนใหม่หมด แล้วเอาเวลามาฝึกจับเวลาทำโจทย์คละบท แก้ไขจุดผิดพลาดของตัวเองไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โจทย์พื้นฐานจนถึงระดับสอบเข้า/ยากกว่าเล็กน้อย ทำให้ก่อนถึงวันสอบมะเฟืองจะสบายใจกว่าเพราะฝึกทำโจทย์มาเยอะพอสมควรและไม่ต้องเร่งตอนท้ายๆ ค่ะ^^
พี่มิ้นท์ : จากประสบการณ์ของตัวเอง ถ้าจะเตรียมตัวสอบ ต้องเตรียมตั้งแต่ตอนไหนถึงจะไม่เหนื่อยมาก
น้องมะเฟือง : จริงๆ วิธีเก็บแต่ละวิชาก็ต่างกันนะคะ คือ วิชาคำนวณจะเน้นเข้าใจนิยาม/หลักการ แล้วฝึกทำโจทย์เยอะๆ และยังต้องเข้าใจที่มาของวิธีคิดเพื่อที่เราจะได้ประยุกต์เป็น ทำโจทย์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ ส่วนวิชาบรรยายจะเน้นอ่านบ่อยๆ ให้จำได้น่าจะดีกว่า แล้วทำโจทย์ให้รู้แนว จับจุดสำคัญได้ค่ะ^^
สำหรับน้องที่ยังอยู่ ม.4-5 มะเฟืองแนะนำให้ตั้งใจเรียนเนื้อหาในชั้นเรียน ก่อนสอบก็อ่านหนังสือ ทำโจทย์จริงจัง (มันช่วยเตรียมสอบเข้าไปด้วยจริงๆ) อาจจะทำสรุปสั้นๆ เก็บไว้ให้เอากลับมาทวนเร็วๆ ได้ ทวนเนื้อหาเก่าเรื่อยๆ เพราะหลายๆ บทจะเชื่อมโยงกัน ถ้าพื้นฐานไม่แน่นก็จะต่อยอดได้ยาก มาเก็บใหม่ตอน ม.6 ก็จะเหนื่อยมาก
ส่วนน้องที่ขึ้น ม.6 แล้ว ถ้ายังเก็บเนื้อหาไม่จบ อันนี้น้องก็ต้องอ่านจริงจังมากกว่าคนอื่นนะ รีบเก็บเนื้อพร้อมทำโจทย์แต่ละบทให้เข้าใจ ส่วนน้องที่เก็บเนื้อจบแล้ว ก็เริ่มทำโจทย์คละบทกันเลย (ระหว่างนั้นก็ทวนๆ เนื้อหาส่วนที่ลืม/ทำผิดเรื่อยๆ เราจะไฮไลท์เนื้อหาที่ชอบลืมไว้) พอทำได้ระดับนึงก็ลองทำข้อสอบจริงปีใหม่ๆ เลย (มะเฟืองทำ 2-3 เดือนก่อนสอบ) อย่าเก็บไว้ทำใกล้เกินไป
พี่มิ้นท์ : เห็นมะเฟืองมีการจับเวลาในการอ่านหนังสือทุกวันด้วย แล้วมันคืออะไรแล้วมีประโยชน์ยังไงคะ
น้องมะเฟือง : ใช่ค่ะ ที่เริ่มทำเพราะมะเฟืองอยากจดบันทึก เป็นไดอารี่ระหว่างการสอบซึ่งก็ทำให้อ่านสอบสนุกขึ้นบ้าง แต่ละวันมะเฟืองจะลิสต์ว่าวันนี้จะทำเล่มไหนบ้าง (ตั้งgoal) แล้วจดเวลาที่ใช้ (อย่างที่เห็นในตาราง) ข้อผิดพลาดต่างๆ ซึ่งเป็นการ recheck ตัวเองว่าเราใช้เวลากับอะไรมากน้อยแค่ไหน เล่นเยอะไปนะ หรือมีอะไรที่ควรปรับปรุง
แล้ววันไหนอ่านอะไรบ้าง วางแผนยังไง เดือนนึงมะเฟืองจะลิสต์ไว้ว่าแต่ละวิชาเหลือเล่มไหนที่ต้องทำบ้าง (คร่าวๆ) ส่วนแพลนแต่ละวันจะอ่านตามใจเลย วิชาไหนรู้สึกอ่อนอยากอ่านก็อ่านเลย555 โดยวันนึงจะอ่านหลายวิชา ให้วิชาคำนวณกับบรรยายสลับกันไป และสลับวิชาที่ชอบกับไม่ชอบจะได้ไม่เบื่อและอ่านได้นานขึ้น
ตอนอ่านหนังสือก็จะเอาโทรศัพท์ไว้นอกห้องค่ะ แล้วจับเวลา มันทำให้เรา focus มากขึ้น พออ่านจบวิชานึง ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็จะออกมานั่งเล่นโทรศัพท์ 10-20 นาที แล้วกลับไปอ่านต่อ ตอนพักกินข้าวก็จะดูการ์ตูนไปพร้อมกันเลย (ใครติดซีรีย์อะไรก็เอาเวลาตรงนี้แหละ) น้องที่อยากทำ ก็ทำแบบไหนก็ได้ค่ะ 555 ทำในแบบของตัวเองให้อยากอ่านก็พอ เพราะการที่เราจะอดทนอ่านหนังสือนานๆ ได้ มันก็ต้องเกิดจากความตั้งใจจากภายในของเราจริงๆนั่นแหละค่ะ ต้องคุมตัวเองได้ให้อ่านมากขึ้นและเล่นน้อยลง รู้เป้าหมาย รู้คะแนนที่ต้องใช้ รู้ตัวเองว่ายังไม่พร้อมวิชาไหนแล้วลงมืออ่านเลยดีกว่า^^
พี่มิ้นท์ : ฟิตขนาดนี้ มีเวลาว่างไปทำกิจกรรมแบบวัยรุ่นคนอื่นบ้างมั้ยคะ?
น้องมะเฟือง : ตอน ม.4 มะเฟืองเคยมีโอกาสได้เป็นลีด ซึ่งซ้อมหนักมากกกก ทั้งกลางวันและหลังเลิกเรียนถึงมืดๆ กลับบ้านก็ดึกและเพลียแล้ว แถมไม่ค่อยมีเวลาไปเรียนพิเศษด้วย เรียกได้ว่าตอนนั้นทุ่มเทให้กับกิจกรรมจริงๆ แต่เราจะไม่เอามาเป็นข้ออ้างที่จะทิ้งการเรียนไป กลับกันเราควรแบ่งเวลาให้ทำกิจกรรมได้โดยการเรียนไม่เสียมากกว่า^^
ตอนนั้นมะเฟืองได้ฝึกบริหารเวลาให้คุ้มสุดๆ กลับถึงบ้านดึกๆ ก็จะขออ่านหนังสือสะสมไว้ครึ่งชั่วโมงก็ยังดี (เพราะเป็นคนเข้าใจบทเรียนช้า อ่านวันเดียวก่อนสอบไม่ไหว ฮือTT) ตอนนั่งรถมาโรงเรียนก็อ่านศัพท์วันละนิด ตอนเรียนในห้องก็ตั้งใจ หรือถ้าไม่อยากเรียน ก็แอบเอาวิชาอื่นมาอ่าน 5555 ตอนก่อนสอบก็ตั้งใจอ่านมากๆ จบเทอมแรกก็เลยยังได้เกรด 4 อยู่ค่ะ ซึ่งตอนแรกแม่ก็แอบห่วงว่าจะเรียนตกรึเปล่า
ส่วนตอน ม.6 ที่ใกล้สอบ มะเฟืองก็ทำ instagram บันทึกการอ่านหนังสือ นอกจากได้รู้จักเพื่อนดีๆ เป็นกำลังใจให้กัน ยังได้ประสบการณ์ที่มีค่ามากๆ ทั้งได้ช่วยแนะนำ ให้คำปรึกษาทั้งรุ่นน้องและเพื่อน ได้รับรู้ปัญหาหลายๆ แบบ ฟังความคิดเห็นจากหลายๆ มุมมอง ทำให้มะเฟืองเข้าใจคนอื่นมากขึ้นและรู้สึกดีที่ได้มีโอกาสช่วยในส่วนที่ทำได้ในฐานะเด็ก ม.ปลายคนนึง ก็จะเห็นว่าการพักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆ หรืองานอดิเรกไม่ได้ทำให้การเรียนเสียเลย แถมยังได้ประสบการณ์ดีๆที่หาไม่ได้ในห้องเรียนด้วย^^
พี่มิ้นท์ : ปัญหาของน้องๆ ส่วนใหญ่คือ "ขี้เกียจ" มีเทคนิคเอาชนะความขี้เกียจมั้ยคะ
น้องมะเฟือง : ตอนที่เตรียมตัวสอบเข้า มะเฟืองก็ยังขี้เกียจอยู่นะ 555 แต่เพราะขี้เกียจนี่แหละที่มากดดันให้ต้องรีบอ่านให้รู้เรื่อง ทำโจทย์ให้ได้ จะได้ไม่ยากลำบากตอนใกล้สอบหรือถึงขั้นสอบไม่ติด เป็นภาระให้เราอ่านต่อถึงปีหน้า ตอนแรกๆ เราจะขี้เกียจเพราะอ่านไม่เข้าใจ เลยท้อแล้วคิดจะเลิกใช่มั้ย แต่ถ้าเราลองเริ่มทำดูแล้วฝืนทำต่อไปถึงจุดนึงมันก็จะดีขึ้นเอง
เวลาที่เราตั้งใจทำอะไรเต็มที่ มันทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองและจะสนุกไปกับสิ่งนั้นมากขึ้นด้วยค่ะ^^ ถ้าเราจริงจังกับเป้าหมายพอ เราก็จะรู้ตัวเองว่าควรทำอะไร อย่างที่บอกไปแล้วว่าเราจะทำได้นานถ้าความตั้งใจมันเกิดจากภายในตัวเราจริงๆ :D
ตอนที่มีไฟอ่านจริงจังก็คือตั้งแต่ปิดเทอมก่อนขึ้น ม.6 ค่ะ มะเฟืองคิดว่ามีเวลาเหลืออีกไม่ถึงปี มันแปปเดียวเองกับการตั้งใจอ่านหนังสือแล้วได้ผลที่คุ้ม ที่สำคัญคืออยากท้าทายตัวเองด้วยว่าถ้าตั้งใจทำเต็มที่แล้วเราจะทำได้ดีแค่ไหน (ไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่สอบติด แต่อยากได้คะแนนดีสุดเท่าที่จะทำได้) ถึงจะบอกว่าตั้งใจอ่านแต่ก็ไม่ได้ฟิตขนาดนั้นนะคะ ยังพักผ่อน ดูการ์ตูน เล่นโซเชี่ยลทุกวันแต่ก็เล่นให้น้อยลง :)
พี่มิ้นท์ : ตอนนี้เป็นนิสิตแพทย์เต็มตัวแล้ว รู้สึกยังไงบ้างคะ และเตรียมตัวสำหรับการเป็นเฟรชชี่ยังไงบ้าง
น้องมะเฟือง : รู้สึกว่าเราต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ตั้งใจเรียน พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกเพื่อที่จะได้เป็นที่พึ่งของคนไข้และคนรอบตัวได้ค่ะ ส่วนช่วงก่อนเปิดเทอมก็ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด :D ที่มะเฟืองทำก็เช่นเรียนภาษาญี่ปุ่น ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ, ครอบครัว อ่านหนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน อิอิ) ทำชีทสรุป (ร้าน@noteworthy.mf แอบขายของนิดนึง555) ฝึกภาษาอังกฤษเพิ่มบ้าง ช่วงนี้ก็ไปทำกิจกรรมที่คณะ ละก็ตั้งใจว่าจะทำอีกหลายๆ กิจกรรมเลย เพราะอยากได้ประสบการณ์ เรียนรู้การทำงาน และรู้จักเพื่อนๆมากขึ้น^^
พี่มิ้นท์ : สุดท้ายแล้ว ให้กำลังใจน้องๆ กับการเรียน (หนัก) ในชีวิต ม.ปลาย หน่อยค่า^^
น้องมะเฟือง : สู้ๆ น้าน้องๆ ทุกคน:D พี่เชื่อว่าถ้าน้องพยายามทำเต็มที่ ผลที่ได้ยังไงก็คุ้ม^^ ไม่ว่าจะเจออะไรก็อย่ายอมแพ้ พยายามทำและอดทนผ่านมันไปให้ได้เลยนะแล้วเวลาที่น้องมองย้อนกลับมา จะรู้สึกดีมากๆเลย5555 อีกอย่างคือชีวิตม.ปลายเป็นช่วงที่มีค่ามากๆ พี่ก็อยากให้น้องๆได้ลองทำในสิ่งที่ชอบ ใช้ชีวิตให้มีความสุขคู่ไปกับการตั้งใจเรียน ค่อยๆสะสมไปวันละก้าวจะได้ไม่หนักตอนท้ายๆแล้วเดินไปให้ถึงฝันกันทุกคนเลยนะอิอิ
พี่มิ้นท์เชื่อว่าหลายคนก็มีความคิดที่จะวางแผนอ่านหนังสือ แต่ทำไปทำมาล่มตลอด ก็หวังว่าพี่มะเฟืองของน้องๆ ในวันนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้เห็นได้ว่า ถ้าเราลงมือทำมันจริงๆ ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันไปเลย ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์กับตัวเองค่ะ และถ้าใครอยากได้เทคนิคจากพี่มะเฟืองเพิ่มเติม ก็ไปตาม IG ด้านบนกันได้เลยนะคะ ^^





.jpg)
7 ความคิดเห็น
รักพี่เฟือง
ติดตามมาน่าจะ ครึ่งปีได้เเล้ว
พี่เค้าน่ารักมากๆ แนะนำน้องๆได้ดีด้วย ตรงประเด็นดี
ขอบคุณค่าาา>_< สู้ๆน้าาา
รักพี่เฟือง
ติดตามมาน่าจะ ครึ่งปีได้เเล้ว
พี่เค้าน่ารักมากๆ แนะนำน้องๆได้ดีด้วย ตรงประเด็นดี
อุ้ย sorry ka เด้ง อ่าา
ติดตามพี่มะเฟืองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นstudygramที่ชอบมาก ตอนนี้ก็ยังติดตามไอจีส่วนตัวของพี่มะเฟือง ตอนนั้นหนูอยู่ม.3 คิดไว้ว่าม.4อยากจะตั้งใจอ่านหนังสือให้ได้แบบพี่มะเฟือง เพราะอยากสำเร็จเหมือนพี่และเพื่อนๆของพี่ที่หนูก็ติดตามเหมือนๆกัน เห็นตอนนั้นพวกพี่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันละคือแบบรู้สึกสบายใจแทนเลยเพราะพี่ๆสอบติดกันแล้วและได้ที่ดีๆกันทุกคน ตอนนี้ม.4แล้ว หนูว่าหนูขยันขึ้นมากๆก็เพราะพี่มะเฟืองเลย พี่เป็นไอดอลในการเรียนจริงๆค่ะ ขอบคุณพี่มะเฟืองที่เป็นแบบอย่างในด้านนี้ มันทำให้คนที่คอยติดตามอยากจะขยันและสำเร็จให้ได้แบบพี่....หนูว่าหนูไม่ได้คิดแบบนี้คนเดียวแน่ คนอื่นที่ติดตามพี่มะเฟืองก็เช่นกันค่ะ
ขอบคุณนะค่าาาา
ขอบคุณค่าาา❤️ ดีใจมากๆเลยที่มีส่วนให้น้องขยันอ่านมากขึ้น^_^ ขอให้สอบติดที่หวังไว้เลยน้าค้าาาาอิอิ
รักพี่มะเฟืองง่า ติดตามมานานมากอยาดขอลายเซนเลย
งื้ออเขินเลยยย ขอบคุณค่าา❤️>_<
เก่งมาก
ขอบคุณค่าาา^_^❤️
เก่งจริง น่ารักด้วย
ขอบคุณค่าาา^_^❤️