เมื่อใดที่ตัวละครและโลกของคุณเป็นรูปเป็นร่าง...
ผู้มาเยือนที่ชื่อว่านักอ่าน
จะเข้ามาร่วมเดินทางไปกับคุณ...


Season Cloud




สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีไรเตอร์ทุกคน มีน้องๆ ชาวเด็กดีคนไหนเป็นนิยายแฟนตาซีบ้างไหมเอ่ย มารายงานตัวหน่อยเร็ววว... เพราะวันนี้พี่หญิงจะพาทุกคนไปรู้จักกับนักเขียนนิยายแฟนตาซีมือทองที่เขียนนิยายแฟนตาซีมาแล้วหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนิยายแฟนตาซีแนวเกมออนไลน์อย่าง “DWO 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ” หรือแฟนตาซีเรื่องเยี่ยมอย่าง “Abyss Rider ดิ่งมฤตยูใต้นที” แถมเขาคนนี้ยังเคยเข้าร่วมเขียนนิยายโปรเจ็คท์พิเศษของสถาพรบุ๊คส์ “M. House จ้างมา . . . ป๋าจัดให้” อีกด้วย (โดยเป็นเจ้าของผลงานลำดับที่ 3 ตอน เซย์เซลส์แมนเอกซ์คาลิเบอร์) 

แหม... ฟังแล้วเริ่มอยากพูดคุย ทำความรู้จักกับนักเขียนคนนี้กันแล้วใช่ไหมเอ่ย งั้นอย่ารอช้าค่ะ ตอนนี้ “Season Cloud” มารอพบกันทุกคนอยู่แล้ว มาคุยกับเขาไปพร้อมๆ กันเลย ^__^



สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นเลย...ทักทายชาวเด็กดีเรากันหน่อยเร็ววว

Season Cloud : สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนนะครับ ผม Season Cloud เป็นนักเขียนคนหนึ่งที่มีจุดเริ่มต้นหรือเรียกได้ว่าเกิดมาจากเวปเด็กดี และยินดีที่ได้พบกับทุกท่านครับผม 


เขียนนิยายมานานเท่าไหร่แล้ว ทำไมถึงมาเขียนนิยายได้คะ?

Season Cloud : เขียนมาประมาณ 6 ปีครับ ส่วนที่ว่ามาเขียนนิยายได้ยังไง อันนี้เล่าไปแล้วก็ขำตัวเองครับ คือผมเนี่ยตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีภาพตัวเองจะมีหนังสือที่ตัวเองเป็นคนเขียนเลยครับ แต่ภาพที่เห็นคุ้นตาคือน้องสาวผมชอบไปนั่งเขียนนิยายอยู่เป็นระยะ สุดท้ายก็รู้ว่าเขียนจบแล้วและส่งไปพิจารณา 2-3 ครั้ง แต่ก็นะครับ.... ผลก็คือไม่ผ่าน ซึ่งผมเองไม่รู้เรื่องหนังสือนิยายมาก่อนเลยว่าเขาเขียนยังไง อ่านอะไรกัน ทั้งชีวิตจนถึงตอนนั้นอ่านนิยายทั้งหมดสองเล่ม คือ The ring และ the hunger games (แต่ถ้าเป็นหนังสืออื่นๆ เช่น สารคดี เรื่องเล่า ตำนาน หนังสือพิมพ์ นิตรสาร แฟชั่น เกม ไลฟ์สไตล์ ใบปลิว ใบโบรชัวร์สินค้า ผมอ่านเยอะ แบบเยอะมากๆ ขาดไม่ได้) ก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรกับน้อง ก็ได้แต่รับรู้ว่า ‘อ้าว เหรอ อือๆ’ อะไรประมาณนั้น

แต่ราวๆ ช่วงเดือนสิงหา-กันยา หกปีก่อน จู่ๆ ก็มีพล็อตวูบเข้ามาในหัว ก็เลยเดินไปถามน้องว่า “นิยายเนี่ย มันเขียนยังไง” น้องก็ยื่นนิยายเรื่องหนึ่งให้ดูจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร ผมเอามาดูว่าแต่ละหน้าจะเขียนแบบไหน จากนั้น.... ก็ลงมือเขียนแบบผิดๆ ถูกๆ และลงในเด็กดีนี่แหละครับ ทีละตอน ทีละตอน... จนสุดท้ายก็ใช้เวลาราวๆ หนึ่งเดือนก็เขียนจบ แต่ก็มารู้ทีหลังว่าสิ่งที่ตัวเองเขียนไม่มีบทบรรยายกำกับการพูดว่าใครพูด เหมือนแค่ประโยคต่อประโยคไปๆ มาๆ ก็ต้องแก้ตามคำแนะนำจากคนผ่านไปผ่านมาในเว็บเด็กดีนี่แหละครับ

ครับ ก็อย่างที่ผมบอก ว่าผมแทบไม่ได้อ่านนิยายเลย และไม่รู้ว่าเขียนยังไง ตอนนั้นเลยทำตัวเป็นศูนย์ ใครแนะนำอะไรมาก็รับฟังและไปหาข้อมูลเพิ่มเติมหมดน่ะครับ สุดท้ายก็ได้ต้นฉบับขึ้นมา ชื่อ The Traveler นัยน์ตาสะกดมิติ... ก็ส่งพิจารณากับทางสถาพรบุ๊คส์ครับ ซึ่งนับว่ามีโชค คือตอนนั้น น้อง บก. กำลังหาต้นฉบับอยู่พอดี และเกิดสนใจเรื่องนี้ แต่นะครับ... อย่าคิดว่าต้นฉบับมันดีนะครับ และไหนๆ ที่นี่ก็มีแต่พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ดังนั้นขอเล่าแบบไม่อายเลยนะครับ คือต้นฉบับที่ส่งไปมีดีที่พล๊อตเรื่องน่ะครับ เนื้อหาและการเขียนที่ผมเขียนไป น้อง บก. ต้องแก้ให้แบบทั้งเล่มเลยครับ ถ้าเป็นไปได้ผมนี่อยากจะขอให้ใส่ชื่อนักเขียนเป็นชื่อผมและ น้อง บก. แอ้ม เลยครับ 

นั่นละครับ หนังสือเรื่องแรกของผม... ที่ทุกวันนี้ใครพูดถึงผมก็อายและต้องกล่าวขอโทษเขาทุกครั้งไปที่เขียนภาษาได้ไม่ดีเลย เรียกว่าอายจนบัดนี้เลยครับ (ตอนนี้ก็ใช่ว่าเขียนดีนะครับ แต่มันดีกว่าตอนนั้นจริงๆ  คร๊าบบบ)


   

นิยายชุดแรกที่เขียน ชุดความลับแห่งทวีปสาบสูญ

ภาพประกอบโดย Loxsiana

ตีพิมพ์กับ สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์

ครั้งนี้มีอะไรใหม่ๆ มาฝากแฟนๆ กันบ้าง

Season Cloud : อย่าเรียกว่าอะไรใหม่เลยครับ เพราะคำที่ว่า ‘ไม่มีอะไรใหม่ใต้ดวงตะวัน’ ยังคงใช้ได้เสมอ แต่ถ้าพูดถึงชิ้นงานใหม่ ก็มีเรื่อยๆ ครับ เพราะตลอดเวลาที่ลงมือเขียนครั้งแรกเหมือนผมจะตกหลุมรักการเขียนไปเสียแล้ว และดูท่ายังไม่สามารถถอนตัวได้ง่ายๆ ทำให้ผมเขียนต่อเนื่องตลอดมา ส่วนผลงานที่กำลังตีพิมพ์ด้วยตัวเองก็มี Era of Eizenger (7 การ์ดเทวาสยบพิภพ) ภาคต่อของ DWO ครับ และอีกเรื่องคือ The Book Revival (คนคืนชีพหนังสือ) และที่กำลังเขียนอีกเรื่องคือ Desta Lafinos (ศาสตร์สยบฟ้า) ครับ



 

Era of Eizenger 7 การ์ดเทวาสยบพิภพ เล่มที่ 1

ภาพประกอบโดย Loxsiana



       

The Book Revival คนคืนชีพหนังสือ เล่มที่ 1 และ 2

ภาพประกอบโดย Enfer De Hell



ผลงานเรื่อง “The Book Revival คนคืนชีพหนังสือ”  เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร 

Season Cloud : เรื่องนี้ไม่มีอะไรมากครับ ผมแค่อยากเขียนนิยายแนวแฟนตาซีเขย่าขวัญ+ผจญภัย แต่ต้องการให้ตัวเอกเป็นคนไทยครับ ซึ่งก็คิดอยู่นานมากสองข้อ ข้อแรกคือ จะทำยังไงให้เรื่องที่มีตัวละครเอกเป็นคนไทยดูอินเตอร์ กับเรื่องที่สองคือ จะไปผจญภัยสถานที่แบบไหนดี เพราะเราอยากใส่สัตว์ประหลาดต่างๆ นานา ที่มันไม่น่าจะมีจริง ซึ่งสุดท้ายก็มาจบลงที่ว่า ‘ก็เข้าไปผจญภัยในโลกจินตนาการสิ’ ก็เลยทำให้ได้เรื่องนี้ขึ้นมาครับ 


เรื่องนี้แอบเห็นว่าพล็อตซับซ้อนหลายชั้นมาก ใช้เวลาวางโครงสร้าง เขียนพล็อตนานไหมคะ 

Season Cloud : ไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้นหรอกครับ แต่เวลาเขียนไปเราค่อยๆ ผูกปมย่อยเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ โดยมีปมหลักอยู่ในใจแล้ว และทุกครั้งที่ผูกปมย่อยเราก็จดไว้ว่ามีปมนี้นะ ซึ่งปกติแล้วถ้าผมผูกปมไว้ 5 ปม ราว 2-3 ปมจะคลายในเล่ม ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้คลายที่เล่มต่อๆ ไป และด้วยเล่มที่ 1 เป็นการเล่าแบบตัวเอกไม่รู้อะไรเลย หลายๆ สิ่งจึงดูซับซ้อนเสียมากกว่าครับ ส่วนพล็อต.... เอ่อ... จริงๆ ก็อยากจะตอบให้หล่อๆ นะครับ แต่... เรื่องจริงมันคือวันหนึ่งขณะขับรถอยู่ จู่ๆ ก็คิดพล็อตได้น่ะครับ พอคิดได้ก็ลงมือเขียนเลย (ตอนนั้นผมเขียนนิยายอื่นอยู่สองเรื่อง ทำให้เขียนเรื่องนี้ได้ครึ่งเล่มก็หยุดพักครับ) แต่โดยปกติแล้ว หลักการเขียนของผม ผมจะมี 3 ส่วนใหญ่ๆ ที่จะต้องมีก่อนลงมือลุยเขียนครับ ‘ตอนเริ่ม’ ‘จุดพีค’ และ ‘ตอนจบ’ ครับ มีเพียงแค่นั้น และส่วนรายละเอียดปลีกย่อย พล๊อตปลีกย่อย ‘จะมาเมื่อนิ้วสัมผัสแป้นพิมพ์และเขียนตอนล่าสุดจบครับ’ 

ซึ่ง จริงๆ เป็นเรื่องที่ไม่ดีนะครับสำหรับน้องๆ เพราะหากทำแบบนี้มีโอกาสที่เรื่องจะออกนอกกรอบได้ง่าย ซึ่งที่แล้วๆ มาด้วยการทำงานแบบนี้ของผม ผมเคยลบงานทิ้งไปครึ่งเล่มแล้วเขียนใหม่อยู่ครั้งสองครั้งครับเพราะรู้สึกว่างานที่ออกมามันยังไม่ได้อย่างที่ตั้งใจครับ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาคิดทบทวนอีกพักใหญ่ว่าจะปรับเปลี่ยนอะไร แล้วลงมือเขียนใหม่ครับผม 


เล่าเรื่องย่อๆ ของนิยายเรื่องนี้ให้ชาวเด็กดีฟังกันหน่อย

Season Cloud : คนคืนชีพหนังสือ เป็นเรื่องของ ตริน นักเขียนหนุ่มชาวไทยที่กำลังดีใจลิงโลดเพราะได้รับการติดต่อจากสำนักพิมพ์ใหญ่ระดับโลกให้ไปร่วมงานกัน ซึ่งตัวเอกคิดว่าเขาถูกทาบทามซื้อลิขสิทธิ์หนังสือ แต่สุดท้ายกลับไม่ใช่ เพราะเมื่อไปถึง เขาจึงได้รู้ว่าคนที่ติดต่อไปคือร้านซ่อมหนังสือในสังกัดสำนักพิมพ์ที่ว่าต่างหากที่ต้องการตัวเขา (และแน่นอนว่าไม่ต้องการงานเขา ฮ่าๆ) และด้วยความที่คุยโตไว้กับหลายต่อหลายคนที่บ้านเกิด ทำให้จะกลับก็อาย แถมทางร้านซ่อมหนังสือนั้นยังยื่นข้อเสนอเป็นเงินไม่น้อยให้เขาทั้งที่ตัวตรินเองไม่มีความรู้ด้านนี้เลย และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเขาก็ได้รู้ว่าทำไมตัวเองถึงถูกติดต่อให้มาที่นี่ นั่นก็เพราะเขามีความสามารถของ ‘อาร์ติเคิล’ ที่สามารถเข้าสู่หนังสือได้นั่นเอง และไม่เพียงแค่นั้น ในคืนที่เขาถูก อีธาน ฮานีล และเดมป์ซีย์ ลากเข้าสู่หนังสือครั้งแรก ซึ่งเป็นหนังสือเปอร์เซียร์โบราณ โดยจุดหมายคือสิ่งมีค่าสูงสุด ‘ดวงใจอักษร’ หัวใจของหนังสือที่เมื่อนำกลับสู่โลกความจริงจะเปลี่ยนเป็นเพชรเลอค่า สิ่งที่เขาต้องผจญในราชวังเงา วิหารโบราณ และอสุรกายซึ่งทั้งหมดเกิดจากจินตนาการวิปลาสของผู้เขียน ตรินจึงต้องทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ตัวเอง... รอดกลับออกมาสู่โลกภายนอก


คิดว่า...อะไรคือเสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้  

Season Cloud : สิ่งที่อยากนำเสนอของเรื่องนี้คือปมปริศนา ความหวาดหวั่น ความกลัว ความกดดันนานาชนิด และการเหมือนได้ติดตามพวกตัวเอกแบบเกาะติดไปในโลกวิปริตที่ไม่น่าจะพบได้ในโลกปกติ โดยการบุกเข้าไปจะเน้นความเป็นมนุษย์ของพวกตัวเอก คือใช้ได้แค่ ปืน มีด หรืออาวุธที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันมี ส่วนใหญ่ไม่ได้มีพลังพิเศษยิงแสงทำลายปีศาจอะไรแบบนั้น เรื่องนี้จึงนำเสนอการผจญภัยด้วยพลังวิทยาการของมนุษย์เป็นหลักครับ 


สิ่งที่ยากที่สุดของการเขียนนิยายเรื่องนี้คืออะไรคะ  

Season Cloud : สิ่งที่ยากที่สุดคือ ‘ความย้วย’ ครับ เพราะเรื่องนี้เขียนด้วยบุรุษที่หนึ่ง เป็นการเขียนตามกระแสสำนึกของตัวเอก ดังนั้นบางทีเราจะเขียนวนเวียน คำเฟ้อ ประโยคซ้ำ พวกนี้จะมาเยอะครับ ซึ่งเราเองจะไม่สามารถมองเห็นได้เอง ต้องอาศัยฝีมือบรรณาธิการมีฝีมือช่วยตัดช่วยเกลาครับ


ระหว่างเขียนนิยายเรื่องนี้ แอบเห็นว่ายังเขียนนิยายเรื่องอื่นไปพร้อมๆ กันด้วยใช่ไหม มีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ถึงเขียนนิยายได้พร้อมกันทีละหลายๆ เรื่องแบบนี้

Season Cloud : มนุษย์เรามีอารมณ์ สุข ทุกข์ เศร้า ผสมปนเปกันไป และด้วยความที่ผมเป็นคนเสพติดการเขียน บางวันที่อารมณ์เราไม่ตรงกับเนื้อเรื่องเรื่อง A ที่เขียนไป เราก็ย้ายไปเขียนเรื่อง B ที่อารมณ์ตอนนั้นเหมาะกว่าครับ ผมไม่ค่อยชอบที่จะดึงดันเขียนถ้าอารมณ์และความคิดยังไม่นิ่งนัก (แต่ก็เคยฝืนครับ ก็อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อก่อนๆ ว่าสุดท้ายก็ลบไปครึ่งเล่มเสียหลายครั้ง)

ส่วนเรื่องเคล็ดลับไม่ได้มีเคล็ดอะไรครับ แต่เราต้องตั้งอยู่บนคำว่า ‘ความรับผิดชอบ’ นั่นหมายความว่าเรื่องไหนที่เราเขียนแล้ว เราต้องทำเรื่องนั้นให้จบได้ดีที่สุดเท่าที่ฝีมือตอนนั้นเรามี แต่หากให้ผมแนะนำน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มเขียน อย่าพยายามเขียนหลายเรื่องครับ เพราะเมื่อเขียนหลายเรื่องสมาธิเราจะวอกแวก มันจะสับสนพอควร เต็มที่เลยคือเขียน 2 เรื่องครับสำหรับมือใหม่ และนั่นหมายความว่าต้องบังคับตัวเองได้นะครับ ว่าคุณจะเขียนเรื่อง A เมื่อไร เรื่อง B เมื่อไร ห้าม.... ผัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด เราอาจจะมีวันไม่ว่าง แต่สุดท้ายควรวางแผนว่า ‘ใน 1 สัปดาห์ ต้องเขียนเรื่อง A ได้กี่หน้า เรื่อง B ได้กี่หน้า’ ถ้าวันนี้เราอยากพัก... พักเลยครับไม่ต้องฝืน แต่พอถึงกำหนด เราต้องเขียนส่วนที่เราไม่ได้เขียนในวันก่อนๆ มาทบกันครับ เช่นตั้งไว้ว่าจะเขียนวันละ 1 หน้า ถ้าไม่เขียน 2 วัน วันที่ 3 คุณต้องเขียน 1+1+1 = 3 หน้า โดยไม่เบี้ยวตัวเอง


เห็นว่าเรื่องนี้เป็นนิยายทำมือ เราทำเอง ขายเองหมดเลย เหนื่อยไหมคะ  

Season Cloud : เหนื่อยครับ แต่สนุก และภูมิใจ เพราะได้นักวาดฝีมือดี ได้บรรณาธิการที่รู้ใจกันมาช่วยทำ ส่วนเรื่องจัดจำหน่ายน้องสาวผมเป็นคนช่วยจัดการ แต่เพราะอินเทอร์เนตก้าวไปไกลมาก ทำให้ทำมือเองเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยากอะไรแล้วน่ะครับ 


ทำหนังสือเองแบบนี้ แตกต่างจากตอนตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มากไหม อย่างไร  

Season Cloud : ข้อดีของทำมือคือ ได้รูปเล่มแบบที่เราต้องการ รู้กำหนดแน่นอนที่เราจะออกหนังสือ รายละเอียดเรื่องจำนวนการพิมพ์หรือจัดจำหน่ายเรารู้ละเอียดทั้งหมด ส่วนเรื่องค่าตอบแทนสำหรับนักเขียนที่ฐานแฟนอยู่แล้วจะได้ไม่ต่ำกว่าค่าลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์ครับ แต่ถ้ามีฐานแฟนมากพอ รายได้ก็สูงกว่าค่าลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์พอควรครับ แต่ทางด้านวางแผงกำสำนักพิมพ์จะได้เรื่องการออกสู่สายตานักอ่านกลุ่มใหญ่กว่าครับ ซึ่งส่วนนี้ถ้าจะตีเป็นมูลค่ามันคือมูลค่าระยะยาวสำหรับนักเขียนครับ

ข้อเสีย อย่างที่กล่าวไปบ้างแล้ว คือหนังสือกระจายสู่นักอ่านได้แคบกว่า การไม่ได้วางตามหน้าร้านทำให้นักอ่านใหม่ๆ รู้จักเราได้ยากขึ้น เพราะปกติแล้ว นักอ่านที่ไม่ได้เล่นอินเทอร์เนตบ่อยนั้นก็มีอยู่มาก และจะมีอีกกลุ่มที่เลือกซื้อหนังสือจากเล่มที่เห็นอยู่เท่านั้น ตรงนี้เป็นข้อด้อย แต่ช่วงนี้ทางหน้าร้านอย่าง B2S หรือนายอินทร์ก็เริ่มช่วยการกระจายสินค้าและจัดจำหน่ายให้หนังสือทำมือที่พิมพ์ในปริมาณสูงพอจะสามารถวางแผงกับทางร้านได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นโครงการต่อไปที่คิดจะค่อยๆ ทำครับ

ถ้ามีน้องๆ ชาวเด็กดีอยากทำหนังสือทำมือบ้าง ควรเริ่มจากตรงไหนดี แนะนำขั้นตอนคร่าวๆ กันหน่อยสิคะ 

Season Cloud : มาถึงข้อนี้ ผมต้องกล่าวขอบคุณ กัลฐิดา V.Rondell MaSaLaN และคุณโบว์ Hayashi Kisara ไว้ ณ ที่นี้เลยครับ เพราะเพื่อนๆ น้องๆ ที่กล่าวมาคือคนที่ช่วยแนะนำและให้คำปรึกษาทุกอย่างในการเริ่มทำมือเลยครับผม (คุณโบว์ Hayashi Kisara นี่ผมต้องขอบคุณเพิ่มเนื่องจากช่วยตรวจเรื่องข้อเท็จจริงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเนื้อหาในคนคืนชีพหนังสือ เล่มที่ 2 ด้วยครับ...โค้งตัวงามๆ)

วกมาถึงหากน้องๆ อยากทำมือจะทำอย่างไร ไม่ยากครับ น้องๆ สามารถหาวิธีทำได้ในเว็บเด็กดีนี้เลยครับ โดยที่ละเอียดมากๆ และอธิบายทุกอย่างแบบตรงไปตรงมาคือลิงก์นี้ ⇒ คลิก ของคุณ Hayashi Kisara นี้มีทุกขั้นตอนละเอียดแบบ... ละเอียดมากกก ครับ  (นักเขียนอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นนะครับ หากจะทักทายพูดคุยอาจต้องดูเรื่องเวลาที่แตกต่างนิดครับ) 

สิ่งที่อยากย้ำ คือทำมือไม่ใช่เรื่องยากครับ แต่เราต้องคาดการณ์ให้ได้ว่าจะมีคนซื้อไหม ถ้าอยากทำเพื่อความสุขความภูมิใจ พิมพ์มา 30 เล่ม 50 เล่มเพื่อเก็บไว้หรือให้ญาติหรือเพื่อนพี่น้องอันนี้ไม่มีปัญหาครับ แต่หากจะคิดทำเพื่อขายต้องวางแผนและคิดให้ถี่ถ้วนครับ เพราะในวงการทำมือมักพูดกันว่าไม่มี ปานกลาง จะมีก็แต่ ‘ขายได้’ กับ ‘ขายไม่ได้’ ดังนั้นก่อนจะลงมือทำ ลองดูจากจำนวนผู้ติดตามก่อนนะครับว่ามากพอไหม และ ‘อย่าทำโพล’ เด็ดขาดว่ามีใครต้องการซื้อไหม เพราะส่วนใหญ่จะไม่ได้ยอดแท้จริงนะครับ  เพราะนักอ่านมักจะให้กำลังใจนักเขียนกลัวเสียกำลังใจ โพลจึงจะออกมาแนวสนับสนุน แต่มักไม่ตรงกับยอดจริง (อันนี้ผมได้ฟังมาจากน้องๆ ที่ทำโพลมาเล่าให้ฟังหลายๆ คนครับ ซึ่งก็คล้ายกันเสียส่วนใหญ่ คือโพลจะวัดอะไรไม่ได้เลย)

อีกอย่างที่สำคัญมากกก… คือหากเป็นมือใหม่ ‘อย่าเขียนเกิน 2 เล่มจบครับ’ นั่นคือจำนวนเล่มที่กำลังดีสำหรับมือใหม่ครับ เพราะเมื่อเราทำมือ นักอ่านจะมีความเชื่อมั่นน้อยกว่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และกลัวว่าจะไม่จบ หรือตัดจบดื้อๆ ดังนั้นเริ่มต้นถ้าเป็นแนวแฟนตาซี 1-2 เล่มกำลังดีครับ
 

ถ้าให้เปรียบนิยายเรื่องนี้กับอะไรสักอย่างบนโลก นิยายเรื่องนี้จะเป็นอะไรคะ เพราะอะไร

Season Cloud : รถไฟครับ.... เพราะเรื่องนี้มันลุยไปข้างหน้าแบบไม่มีถอยครับ เอิ้ก...
 

คติประจำใจในการเขียนของ Season Cloud คือ

Season Cloud : “อย่าหยุดเขียน” ครับ 
 

ได้ข่าวแว่วมาว่าเร็วๆ นี้จะมีโปรเจคนิยายเรื่องใหม่กับสำนักพิมพ์ใช่ไหมเอ่ย สปอยล์ได้ไหมคะ ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรยังไง  

Season Cloud : อ้อ เรื่อง Desta Lafinos ศาสตร์สยบฟ้า ที่ลงในเด็กดีนี่แหละครับ เป็นนิยายแนวโรงเรียนเวทครับ ซึ่งเนื้อเรื่องจะเป็นเรื่องของเด็กชายวัย 12 ปี คาร์ล สแตนดอล์ฟ ที่การคงอยู่ของเขาถูกซ่อนไว้จากโลกของการใช้ศาสตร์เวท โดยในเรื่องผู้ที่จะใช้เวทได้ จะได้เวทนั้นมาจากบรรพบุรุษของตนเองเท่านั้น และคาร์ล... เป็นเด็กที่คาดว่าวิญญาณบรรพบุรุษที่จะมาเป็นพลังให้เขาคือหนึ่งในคนสำคัญในสงครามรอยแยกมิติเมื่อสองร้อยปีก่อน แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องฝากติดตามกันครับผม 

เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับกองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ 1168 ครับจริงๆ ก็เกร็งๆ นิดหน่อยตั้งแต่ทางสำนักพิมพ์ติดต่อมาแล้วละครับ เพราะเป็นการร่วมงานกับกองบรรณาธิการที่นี้เป็นครั้งแรกครับ แต่ถ้าไม่ผิดพลาดอะไรน่าจะได้เห็นรูปเล่มกันในงานหนังสือตุลาคมนี้ครับ

 

 

ภาพประกอบที่ใช้กับเรื่อง Desta Lafinos ศาสตร์สยบฟ้าที่ลงในเว็บเด็กดี

ภาพประกอบโดย Loxsiana

 

อยากฝากอะไรถึงนักอ่านที่คอยติดตามนิยายของเรา

Season Cloud : ‘ถึงจะเขียนหลายเรื่อง แต่ถ้าออกเล่มมาแล้วจบทุกเรื่องครับ’ กราบขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนผมมาตลอด 6 ปีนะครับ
 

ช่วยฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่อยากเป็นนักเขียนนิยายแฟนตาซีหน่อย

Season Cloud : จะมีสักกี่คน ที่ได้ท่องเที่ยวในจินตนาการของตัวเอง ได้มองเห็น ได้สัมผัส ได้สร้างโลกที่เราเป็นคนแรกที่ค้นพบ ทุกครั้งที่เราเขียน คือทุกครั้งที่เราให้ชีวิตกับตัวละคร และเมื่อใดที่ตัวละครและโลกของคุณเป็นรูปเป็นร่าง... ผู้มาเยือนที่ชื่อว่านักอ่านจะเข้ามาร่วมเดินทางไปกับคุณ
 

สุดท้ายนี้ ก่อนจากลากันไป มาฝากผลงาน และบอกลาชาวเด็กดีกันหน่อยเร็ววว

Season Cloud : สุดท้ายที่อยากจะบอกคือขอขอบคุณเด็กดีซึ่งเหมือนบ้านของผม ส่วนทุกคนที่กำลังตามหาฝัน ผมอยากให้เราหยุดฝันสักครู่ แล้วลองศึกษาปัจจัยต่างๆ ในโลกแห่งความจริงเสียก่อน ว่าอะไรเป็นตัวช่วยเราในการทำฝันให้เป็นจริงได้บ้าง 


‘แม้โอกาสจะไม่ได้มาหาทุกคน แต่คนที่คว้าโอกาสไว้ได้เมื่อมาถึง...
คือคนที่เตรียมตัวและฝึกฝน...’


ทักทายกันได้ที่เพจนี้ ⇒ จิ้ม ของผมครับ วันนี้ต้องกล่าวสวัสดีแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณเว็บเด็กดีเป็นอย่างสูงครับผม 




จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับบทสัมภาษณ์ในวันนี้ พี่หวังว่าน้องๆ หลายๆ คนจะได้ไอเดียและกำลังใจจากการอ่านบทสัมภาษณ์นี้ไปไม่น้อยเลย น้องๆ เห็นไหมคะ ว่านักเขียนที่ผลิตผลงานออกมาหลากหลายเรื่องอย่าง Season Cloud เอง ก็เคยเริ่มต้นจากศูนย์มาเช่นกัน เคยเริ่มต้นจากการไม่รู้อะไรเลย แต่ด้วยความพยายาม ความไม่ยอมแพ้ ในที่สุด เขาก็สามารถตีพิมพ์หนังสือออกมามากมายหลายเรื่องได้ ดังนั้นสำหรับน้องๆ คนไหนที่เพิ่งเริ่มเขียน ก็อย่าท้อแท้ไปนะคะ พี่หญิงเชื่อว่า ถ้าน้องๆ ไม่ยอมแพ้ พยายามต่อไปเรื่อยๆ จะต้องมีสักวันที่เป็นวันของเราแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะคะ สู้ๆ 

สุดท้ายนี้พี่หญิงขอลาทุกคนไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ



พี่หญิง
 

พี่หญิง
พี่หญิง - Columnist มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด