สวัสดีค่ะ Student Idol หนักเรื่องเรียนไปหลายสัปดาห์แล้ว น้องๆ คงได้เทคนิคการเรียนกันไปจุใจ วันนี้พี่มิ้นท์ขอฉีกแนวพาไปทำความรู้จักกับนักเรียนสาวสวยหน้าหวาน แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีผลงานในวงการบันเทิงเป็นโฆษณาทีวีหลายตัว และเร็วๆ นี้ก็จะมีละครออกมาให้ได้ชมกันอีกต่างหาก บอกแล้วว่าประวัติไอดอลของเราในวันนี้ไม่ธรรมดาเลย ไปรู้จัก "น้องมิ้นท์" กันเลยค่า

profile
ชื่อเล่น : มิ้นท์
แผนการเรียน : ศิลป์-คำนวณ
งานอดิเรก : ออกกำลังกาย เต้น ดูหนัง-ซีรี่ส์ ทำของ DIY อ่านหนังสือ
สไตล์การเรียน : ชอบอ่านหนังสือในที่เงียบๆ เพราะจะสามารถใช้จินตนาการในการอ่านได้มากขึ้น และจะจดโน้ต บางครั้งก็วาดรูปเป็นแผนผังบ้าง หรือตามความคิดที่เราจินตนาการในหัว แล้วค่อยหาความรู้เพิ่มเติมในกูเกิ้ลหรือยูทูปอีกทีค่ะ
IG : mintranchrawee
พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
น้องมิ้นท์ : สวัสดีเพื่อนๆ เด็กดีทุกคนนะคะ เราชื่อ นางสาว รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร ชื่อเล่นชื่อ มิ้นท์ จบแผนการเรียน ศิลป์-คำนวณ โรงเรียนสุรนารีวิทยา จ.นครราชสีมา นิสัยก็จะกวนหน่อย ชอบแกล้งเพื่อน แหย่เพื่อนบ้าง น้องบ้าง เพราะในโรงเรียนนี้ทุกๆ คนจะเป็นเหมือนครอบครัว อบอุ่นดีค่ะ สามารถเล่นได้กับเพื่อนเกือบทุกคนเลย แต่บางคนที่ไม่ค่อยสนิทกันก็จะยิ้มให้กันเฉยๆ โรงเรียนนี้รวยรอยยิ้ม ปัจจุบันเรียนคณะนิเทศศาสตร ม.รังสิต ค่ะ
พี่มิ้นท์ : พูดถึงสายการเรียนที่เราเรียนหน่อยค่ะ ว่าในแต่ละชั้นปีต้องเรียนอะไรบ้าง
น้องมิ้นท์ : ศิลป์-คำนวณ ก็จะเน้นไปทางคณิตศาสตร์กับภาษาค่ะ แต่ละชั้นปี แน่นอนว่าจะต้องเจอกับคณิตศาสตร์เพิ่มเติม เป็นคณิตที่เรียนเหมือนสายวิทย์ ซึ่งโหดพอสมควร สำหรับคนที่จะเข้ามาเรียนสายนี้นะคะ ต้องเป็นคนที่ชอบหรือถนัดทางคำนวณอยู่พอสมควร เพราะวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม จะค่อนข้างยาก น้องๆ ต้องมีพื้นฐานของ คณิตศาสตร์พื้นฐานอยู่บ้าง ถ้าไม่มี หรือไม่แน่นก็จะหนักหน่อย เพราะคณิตศาสตร์เพิ่มเติมส่วนใหญ่ก็จะนำสูตร หรือวิธีคิดต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในวิชาเพิ่มเติม ซึ่งคนไหนที่ยังไม่แม่น ก็แนะนำให้ทำโจทย์บ่อยๆ ส่วนน้องๆที่กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อสายไหน ก็ลองพิจารณาสายนี้ดูนะคะ สนุกดีนะ
พี่มิ้นท์ : จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มสนใจกีฬาแบดมินตัน
น้องมิ้นท์ : ตอนเด็กคุณแม่พาไปตีแบดเล่นที่ยิมกับพี่ชายค่ะ แล้วโค้ชเห็นว่าหน่วยก้านดี เลยชวนให้ลองเรียนดู วันแรกพี่ชายเขาลองเรียนก่อนค่ะ พอเราเห็นว่าดูสนุกดี วันต่อมาก็ลงเรียนกับพี่ชายเลย พอเราเริ่มตีได้ ได้เริ่มออกแข่งก็รู้สึกชอบ ยิ่งได้รางวัลมา ยิ่งคึกคักเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : มีผลงานเกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันอะไรบ้างคะ
น้องมิ้นท์ : ผลงานเด่นเด่นก็จะมี
- ชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หญิงเดี่ยวรุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี ( 2 ปีซ้อน)
- ชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หญิงเดี่ยวรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี
- ชนะเลิศถ้วยประทาน องค์โสมเสาวรี หญิงคู่รุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี
- ชนะเลิศ หญิงเดี่ยวรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี พระนครเหนือ
- ชนะเลิศ หญิงคู่รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี พระนครเหนือ
- รองชนะเลิศ ประเภทคู่ผสม กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 30
- ชนะเลิศ ประเภทหญิงคู่ การแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษา ครั้งที่ 32
- ชนะเลิศ ประเภทหญิงคู่ มหกรรมการแข่งขันแบดมินตันชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- รองชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว มหกรรมการแข่งขันแบดมินตันชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
- เข้าร่วมโครงการ SCG Badminton Academy ในปี พ.ศ. 2557-2558
- เข้ารับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวยจิตรลดา ปี พ.ศ. 2552
พี่มิ้นท์ : น้องมิ้นท์เองก็ยังเป็นนักเรียน เอาเวลาที่ไหนไปฝึกซ้อมคะ
น้องมิ้นท์ : จริงๆ มิ้นท์ก็มีเวลาเท่าคนอื่นค่ะ แต่แค่ต้องบริหารเวลาที่มีให้ลงตัวที่สุด ตอนเช้าก็ไปโรงเรียนตั้งแต่ 06:45 น. โรงเรียนเลิกประมาณ 16:40 น. ก็จะไปซ้อมแบดต่อเลย ตั้งแต่ ทุ่ม - 22:30 น. คือซ้อมแบดวันละประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ เวลาอ่านหนังสือมิ้นท์จะอ่านกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ให้เพื่อนๆ ช่วยติวให้ ส่วนเรื่องไหนที่เราถนัดก็จะติวให้เพื่อน อ่านหนังสือกับทำการบ้านก็จะพยายามทำให้เสร็จก่อนกลับจากโรงเรียน หรือไม่ก็ก่อนซ้อม เพราะนอกนั้นก็จะไม่มีเวลา เพราะกลับจากซ้อมแบดก็จะอาบน้ำนอนเลย
ส่วนช่วงที่อยู่ในโครงการ SCG Badminton Academy ก็จะซ้อมเช้าและเย็น ตอนเช้าตั้งแต่ 05:00 - 07:15 น. ส่วนตอนเย็น ตั้งแต่ 17:30 - 21:30 น.
นอกนั้นก็จะเป็นเวลาเรียน ช่วงที่ฝึกซ้อมในนี้มิ้นท์ก็ได้เพื่อนๆ คอยช่วยตามงาน ช่วยติวในช่วงที่มีแข่งยาวๆ ติดกันหลายแมตช์ค่ะ
พี่มิ้นท์ : เป้าหมายของเราทั้งในเรื่องกีฬาและการเรียน คืออะไรคะ
น้องมิ้นท์ : เป้าหมายเรื่องการเรียนของมิ้นท์คือ อยากทำงานในวงการค่ะ ไม่นานมานี้ได้ลองไปแคสงานหลายๆ ที่ ได้ลองทำงานมาบ้างแล้ว และมีความรู้สึกว่าสนุกดีค่ะ เหนื่อยแต่ก็มีความสุข ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ในแบบที่ตัวเองไม่เคยทำ
และอีกอย่างคืออยากเป็นแอร์โฮสเตสค่ะ (ถึงจะไม่ค่อยเก่งภาษาเท่าไหร่) เพราะเป็นคนที่ชอบดูแลคนอื่น แล้วก็ไม่ชอบงานที่ไม่อยู่กับที่ค่ะ ชอบเที่ยว ชอบหาอะไรใหม่ๆ มีเพื่อนใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ
ส่วนเรื่องกีฬามีความฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ อยากไปโอลิมปิก แต่มิ้นท์ก็หยุดเล่นมาสักพัก เพราะเรื่องงานและเรื่องเรียน ตอนนี้มิ้นท์จะเน้นไปที่งานกับการเรียนมากกว่าค่ะ แต่กีฬาก็ยังไม่ได้ทิ้งนะคะ ก็ยังมีแข่งขันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ซ้อมแบบจริงๆ จังๆ แล้ว กีฬาก็ยังมีแข่งให้จังหวัด แข่งในสโมสรบ้างค่ะ
นอกนั้นก็จะเป็นเวลาเรียน ช่วงที่ฝึกซ้อมในนี้มิ้นท์ก็ได้เพื่อนๆ คอยช่วยตามงาน ช่วยติวในช่วงที่มีแข่งยาวๆ ติดกันหลายแมตช์ค่ะ
พี่มิ้นท์ : เป้าหมายของเราทั้งในเรื่องกีฬาและการเรียน คืออะไรคะ
น้องมิ้นท์ : เป้าหมายเรื่องการเรียนของมิ้นท์คือ อยากทำงานในวงการค่ะ ไม่นานมานี้ได้ลองไปแคสงานหลายๆ ที่ ได้ลองทำงานมาบ้างแล้ว และมีความรู้สึกว่าสนุกดีค่ะ เหนื่อยแต่ก็มีความสุข ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ในแบบที่ตัวเองไม่เคยทำ
และอีกอย่างคืออยากเป็นแอร์โฮสเตสค่ะ (ถึงจะไม่ค่อยเก่งภาษาเท่าไหร่) เพราะเป็นคนที่ชอบดูแลคนอื่น แล้วก็ไม่ชอบงานที่ไม่อยู่กับที่ค่ะ ชอบเที่ยว ชอบหาอะไรใหม่ๆ มีเพื่อนใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ
ส่วนเรื่องกีฬามีความฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ อยากไปโอลิมปิก แต่มิ้นท์ก็หยุดเล่นมาสักพัก เพราะเรื่องงานและเรื่องเรียน ตอนนี้มิ้นท์จะเน้นไปที่งานกับการเรียนมากกว่าค่ะ แต่กีฬาก็ยังไม่ได้ทิ้งนะคะ ก็ยังมีแข่งขันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ซ้อมแบบจริงๆ จังๆ แล้ว กีฬาก็ยังมีแข่งให้จังหวัด แข่งในสโมสรบ้างค่ะ
พี่มิ้นท์ : ครอบครัวและโรงเรียนให้การสนับสนุนด้านกีฬาอย่างไรบ้างคะ
น้องมิ้นท์ : ครอบครัวและโรงเรียนให้การสนับสนุนเต็มที่เลยค่ะ เวลาไปแข่งแล้วโค้ชไม่ว่าง คุณพ่อก็จะมาคุมแทนเลยค่ะ คุณพ่อเป็นนักกีฬาเก่า เล่นกีฬาบาสมาก่อน พอเวลาที่มิ้นท์ซ้อมแบดเสร็จ คุณพ่อก็จะมาอัดต่อที่บ้าน กระโดดเชือกเป็นพัน วิ่งคอทหลายๆ รอบ วันไหนไม่ได้ตีแบดก็ไปวิ่งรอบสนามฟุตบอล วิ่งขึ้นอัฒจรรย์ คุณพ่อจะเป็นคนที่เคี่ยวเข็นมากค่ะ ที่มาถึงทุกวันนี้ได้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะท่านเลย
ส่วนคุณแม่ จะเป็นคนคอยให้กำลังใจเวลาท้อ เวลาเหนื่อย คุณแม่ก็จะคอยอยู่ข้างๆ เสมอและดูแลจัดการหลายๆ เรื่องในครอบครัว เวลามีเรื่องไม่สบายใจหรือมีปัญหาอะไรคุณแม่จะเป็นที่ปรึกษาให้ได้ทุกเรื่องเลย ถ้าไม่ได้คุณแม่นี่แย่เลยค่ะ ส่วนพี่ชายจะเป็นต้นแบบให้ เป็นน็อกเกอร์ให้ พี่ชายก็เล่นกีฬาแบดเหมือนกัน เวลาซ้อมถ้าทำอะไรไม่ได้ พี่เขาก็จะหน้าที่แทนคุณพ่อ คือตอนเด็กๆ มีทั้งคุณพ่อและพี่ชายช่วยกันอัดช่วยกันดันเต็มที่เลยค่ะ
ส่วนโรงเรียนก็สนับสนุนเรื่องเวลาเรียนค่ะ ต้องยอมรับว่าบางทีมิ้นท์ต้องขาดเรียนบ่อยๆ เพราะไปแข่ง ซึ่งเรามีใบลาขาดเรียน โรงเรียนก็เข้าใจค่ะ บางครั้งมิ้นท์จำเป็นต้องลาแข่งกีฬาเป็นอาทิตย์สองอาทิตย์ โรงเรียนก็อนุโลมให้แต่ก็ต้องตามงานเอง ส่งงานเอง อาจารย์ก็พยายามช่วยเต็มที่ค่ะ บางทีก็สอนติวให้ย้อนหลังค่ะ ต้องขอบคุณทั้งทางโรงเรียนและอาจารย์ทุกๆ ท่านด้วยค่ะ
พี่มิ้นท์ : ข้อดีของการเล่นกีฬา ที่เอามาปรับใช้ในการเรียนมีอะไรบ้างคะ
น้องมิ้นท์ : อย่างแรกเลยคือความอดทนค่ะ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำให้เรามีความอดทนมากขึ้น เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เราอดทนคุ้มค่าไหม เพื่ออะไร ทุกครั้งที่ลงแข่งมิ้นท์จะคิดอยู่เสมอว่าเราต้องการแชมป์ การเรียนเวลาอ่านหนังสือ หรือทำแบบฝึกหัดก็จะคิดเสมอ เพื่อสอบติด เพื่องาน เพื่ออนาคต และอื่นๆ อีกมากมาย
- ระเบียบวินัยนักกีฬาทุกคนต้องมี ต้องคุมน้ำหนัก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องฝึกซ้อมทุกวัน การเรียนก็ต้องอ่านหนังสือทุกวัน ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ดูแลสุขภาพร่างกาย บำรุงสมอง
- สมาธิ กีฬาสามารถช่วยได้เยอะเลยค่ะ เวลาเราแข่งขัน แน่นอนว่าจะต้องมีกองเชียร์ ยิ่งแข่งขันในรอบลึกๆ ยิ่งกดดัน พอเจอกับกองเชียร์ของฝั่งตรงข้าม จะกดดันแบบคูณสองเลยค่ะ ทั้งเสียง อาจจะมีเรื่องไฟในสนาม เรื่องลม เรื่องแต้ม ถ้าแต้มเราตามเขาอยู่ยิ่งกดดันเข้าไปอีก และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย สมาธิจึงสำคัญมากๆ ไม่ว่าจะซ้อมมาดีแค่ไหน ฝีมือดีแค่ไหน แต่สมาธิหลุดก็จบ มันจะมีบางครั้งที่คู่ต่อสู้ยั่วโมโหเรา มิ้นท์ก็เคยเจอค่ะ ต้องเก็บอารมณ์สุดๆ 5555 เราต้องมีสมาธิในเกมส์ ห้ามหลุด ถ้ามาปรับใช้กับการเรียนก็มีสมาธิกับการอ่านหนังสือ อยู่กับเรื่องที่อ่านไม่วอกแวก และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้หลายอย่างเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : บทบาทระหว่างนักเรียน กับ นักกีฬา เหมือนหรือแตกต่างกันยังไงคะ
น้องมิ้นท์ : มิ้นท์ว่าเหมือนกันคะ การเรียนก็ต้องมีการแข่งขันเหมือนกีฬา คุณครูก็คือโค้ช นักกีฬาและนักเรียนต้องมีความรับผิดชอบ ความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรคนนั้นไม่ได้ใช้แค่ในการเรียนอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาใช้ในกีฬาได้เหมือนกัน และก็การเข้าสังคม นักกีฬาก็ต้องอาศัยเพื่อนที่เป็นคู่ซ้อม เป็นน็อกเกอร์ ซ้อมให้กันและกัน การเรียนก็ต้องอาศัยเพื่อนแลกเปลี่ยนความรู้กันและกันด้วยเหมือนกันค่ะ
พี่มิ้นท์ : ฝากอะไรถึงเพื่อนๆ น้องๆ ชาว Dek-D.com หน่อยค่า
น้องมิ้นท์ : มิ้นท์ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังตามหาความฝันให้เดินทางไปสู่จุดหมายได้สำเร็จทุกๆ คนเลยนะคะ สำหรับใครที่เครียดเรื่องเรียนก็มาเล่นกีฬาผ่อนคลายจิตใจกันนะ ส่วนใครที่เป็นนักกีฬาก็ขอให้สู้สู้นะ เรารู้ว่ากว่าการที่จะเป็นแชมป์ได้ มันลำบากขนาดไหน ต้องซ้อมให้หนักกว่าคนธรรมดาซ้อมหลายเท่า แต่ถ้าผ่านจุดนั้นมาได้มันจะได้อะไรดีๆ อีกหลายอย่างตามมาอีกเพียบเลย
บอกเลยว่าเห็นหน้าหวานๆ แบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่าความสามารถจะรอบตัว และก็ทำได้ดีทุกๆ อย่างด้วย ที่สำคัญน้องมิ้นท์คนนี้อารมณ์ดี ยิ้มเก่ง และเป็นกันเองมากๆ เลยค่ะ ได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว เตรียมจองที่เป็นแฟนคลับแถวหน้ากันเลยค่ะ^^







.jpg)
0 ความคิดเห็น