ทวิภาคี คือการเรียนแบบปฏิบัติจริงในบริษัททำงาน ผู้เรียนจะได้รับสวัสดิการเทียบเท่ากับพนักงานจริง อ่านเพิ่มเติมได้จาก "รร.ต้นแบบที่แรงงานต้องการจริง! เรียน+ทำงาน+เงิน = ทักษะแห่งอนาคต"--------------------------
น้องๆ ชาว Dek-D รู้ไหมว่ากว่าจะเป็นอาคารสักอาคาร บ้านสักหลัง ต้องใช้คนสร้างกี่คน แน่นอนว่าพี่เกียรติก็ไม่รู้! จนกระทั่งได้ไปคุยกับรุ่นพี่อาชีวะ ทวิภาคี ที่ทำงานในบริษัทรับสร้างบ้านแห่งหนึ่ง รุ่นพี่คนนี้เลือกเรียนอาชีวะ สาขาก่อสร้างมาตั้งแต่สมัย ปวช. และมาต่อ ปวส. (ทวิภาคี) เลยค่ะ
พี่บิ๊ก วราชัย สุขล้อม จบการศึกษาระดับ ปวส.ทวิภาคี สาขาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง หลังจบก็เข้าทำงานกับบริษัทรับสร้างบ้านที่ฝึกงานเดิมทันที ปัจจุบันเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างของบริษัท รอแยลเฮ้าส์ค่ะพี่บิ๊กเล่าว่า สิ่งสำคัญของการเรียนไม่ใช่การเรียนเป็นเรียนเก่งหรือไม่เก่ง แต่คือความรับผิดชอบ และการเลือกรับโอกาสและทำให้โอกาสนั้นๆ งอกเงยมากที่สุด อย่างที่พี่บิ๊กเองก็ได้โอกาสทำงานที่บริษัทดีๆ เพราะว่าได้รับทุนจากโครงการทวิภาคีนี่แหละค่ะ พี่เกียรติว่าเป็นมุมมองที่ดีเลยค่ะ ลองอ่านดูนะคะ ว่าพี่บิ๊กได้รับประสบการณ์อะไรจากเรียนสายอาชีพบ้าง
ตอนเรียนสายอาชีพ/อาชีวะ เรียนอะไรมาบ้าง
แรกเริ่มเลยเลือกเรียนสายอาชีพสาขาก่อสร้างเพราะว่าพ่อเป็นผู้รับเหมาคลุกคลีอยู่ในงานด้านนี้มาก่อนอยู่แล้ว ตอน ปวช. ก็มีเรียนทฤษฎีตามปกติ มีฝึกงานในสายที่เรียนมา แต่เป็นการหาที่ฝึกงานเอง ซึ่งหากโชคดีก็ได้ที่ฝึกงานที่ดี แต่หากเจอที่ที่งานไม่หลากหลายก็จะไม่ได้ฝึกงานในด้านที่เรียนเต็มที่ แต่พอตอนเรียนทวิภาคี มันคือการทำงานจริงๆ ต้องตื่นเข้ามาทำงานให้ทัน ลาได้ไม่เกินโควตา วันที่เรียนก็ต้องไปเรียนให้ครบ ดังนั้นก็จะได้ฝึกทำงานในด้านที่เรียนอย่างเต็มที่ สำหรับสายก่อสร้างก็เริ่มจากการตามพี่เลี้ยงที่ทำงานไปดูภาพรวมของไซต์งานก่อสร้าง ดูว่ามีงานอะไรบ้างที่ผู้ควบคุมต้องเข้าไปดูแล และเมื่อพี่เลี้ยงวางใจ เราก็ได้เริ่มทำงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ได้ตรวจคุณภาพงานเอง เขียนรายงานการทำงานของช่าง และความคืบหน้าของการก่อสร้าง
ดูแลการทำงานของช่าง คุยกับลูกค้า

สิ่งที่แตกต่างของการเรียนในห้องเรียนเลย คือ แม้เราจะเรียนทฤษฎีมา แต่มันก็ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้จริงๆ ที่เกิดขึ้นในตัวงานจริงๆ การลงพื้นที่จริงทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น เราเองก็เป็นวัยรุ่นธรรมดา ตอนเข้าไปทำงาน (ตอนทวิภาคี) ก็ยังเป็นเด็ก 18 - 19 พอเข้ามาเจอผู้ใหญ่กว่าก็ไม่กล้าถามอะไร แต่รุ่นพี่ที่ทำงานก็เป็นกันเองและค่อยกระตุ้น คอยแนะนำเรา ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น
อย่างตอนที่เราต้องคุยกับช่าง เราก็ต้องรู้ว่าจะคุยกับช่างอย่างไร ในงานจริงช่างมักอายุมากกว่าเรา (บางคนก็รุ่นพ่อเราเลย) ประสบการณ์งานก่อสร้างจริงๆ ก็มากกว่าเรา แต่เราก็ต้องรู้วิธีแนะนำคุณลุงช่างให้เข้าใจกันได้ ซึ่งการเรียนทวิภาคีเหล่านี้มันทำให้เราได้เห็นวิธีการทำงานต่างๆ จากรุ่นพี่ก่อนและเราก็สามารถนำไปทำงานได้จริงๆ เลย หลังเรียนจบเราก็ได้รับการติดต่อจากบริษัท รอแยล เฮ้าส์ ให้มาทำงานด้วยเลย ตอนนี้ก็มีความสุขในการทำงาน มีรายได้ดูแลแม่และตัวเอง เป็นโอกาสดีๆ ที่ได้รับจากการเรียนทวิภาคี
สำหรับพี่เกียรติการที่ได้คุยกับพี่บิ๊กรู้สึกเลยว่า ไม่ว่าตอนแรกพี่บิ๊กจะเลือกเรียนก่อสร้างเพราะพ่อทำงานด้านนี้ แค่รุ่นพี่ชวนมา แต่การได้อยู่ในเรียนและได้อยู่ในงานที่ตนเองทำงาน ก็ทำให้ตนเองพบความสุขในการเลี้ยงดูชีวิตได้อย่างพอเพียง มีความก้าวหน้าในอาชีพ (แอบบอกเบาๆ ว่าวุฒิ ปวส.ก่อสร้างของพี่บิ๊กนี้ เงินเดือนไม่น้อยนะ มากกว่าปริญญาตรีในหลายๆ สาขาด้วยจ้ะ) เป็นโอกาสที่พี่บิ๊กได้รับจากการเรียนในโครงการทวิภาคี จากการเรียนรู้จากบริษัทรับสร้างบ้านจริงๆ จนมากลายเป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมสร้างบ้านคุณภาพ เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอย่างในปัจจุบันค่ะ





0 ความคิดเห็น