เห็นซีรีส์คุณแม่วัยใสกำลังมา พี่หมอก็ขอพูดถึงตั้งท้องหรือตั้งครรภ์กันสักหน่อยครับ หากน้องๆ ชาว Dek-D.com รู้ว่าตัวเองท้อง สิ่งแรกที่ควรทำคือหาคนร่วมรับผิดชอบครับ รับผิดชอบในที่นี้อาจจะไม่ใช่มารับเป็นพ่อของลูก แต่เป็นคนที่จะคอยช่วยเหลือดูแลเราขณะตั้งครรภ์ อาจจะเป็นเพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว ใครก็ได้ครับ อย่าโลกสวยว่า ชั้นเป็นคุณแม่วัยใสที่เอาตัวรอดด้วยตัวคนเดียวได้ เพราะมันไม่ง่ายแบบนั้นครับ
เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะ “ไม่ทำแท้ง”
ก่อนหน้านี้หลังจากที่พี่หมอแนะนำกันไปแล้วเรื่องป้องกันกันไปมากมายหลายวิธี แต่สุดท้ายตอนนี้ป้องกันไม่ทันแล้วล่ะค่ะ ไม่อยากเอาออกด้วยค่ะ เพราะตามหลักศาสนิกชนแต่ละศาสนาที่ดี และตามหลักคนไทยที่ปฏิบัติกันตามกฎหมายจารีตประเพณีคือ “จะไม่ทำแท้ง” แต่เราจะเลี้ยงลูกที่เกิดขึ้นมาแล้วให้ดี ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป เราจึงต้องมาคุยกันว่า เมื่อท้องแล้วต้องทำอย่างไร นี่แหละครับ เอาล่ะ ตามพี่หมอมา....
3 สิ่งควรทำ เมื่อรู้ว่า “ท้อง”
การตรวจสอบการตั้งครรภ์นั้นไม่ใช่เรามานั่งเช็คพฤติกรรมตนเองนะครับว่า มีเพศสัมพันธ์วันนั้น เมนส์ไม่มาสักที รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนเวียนหัว ฯลฯ ทั้งหมดนี้น้องอาจจะแค่อ้วนและเครียดก็ได้ครับ การจะยืนยันได้ว่าท้องแน่ๆ นั้น น้องจะต้องตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดทดสอบหรือพบแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่เสิร์ชกูเกิลแล้วมั่นอกมั่นใจในตัวเอง หรือถามเพื่อนมาแล้วชัวร์แน่ๆ
และเมื่อแน่ใจว่าท้อง เราก็ต้องทำสิ่งต่อไปนี้ครับ
1. บอกคนใกล้ชิด
น้องๆ อาจจะคิดว่า ตอนที่เราเพิ่งรู้ว่าท้องนั้นเหมือนหลังกินบุฟเฟ่ต์ คือคงยังไม่มีใครทัก อย่างมาก็บอกว่าอ้วนขึ้น แต่ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ก่อนที่คนจะทัก ท้องของน้องจะโตขึ้นเรื่อยๆ ไปตามลำดับ ถ้าท้องโตขึ้นมาถึงสะดือนี่คืออายุครรภ์เกือบๆ 5 เดือนแล้วนะครับ อีกแป๊บเดียวก็จะคลอดแล้ว ดังนั้น การที่เราบอกพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ตัวให้รับรู้ไว้ จะมีประโยชน์หลายๆ อย่าง เช่น
- มีคนคอยดูแล ใกล้ชิด ให้คำปรึกษา เพราะเมื่อเราตั้งท้อง ไม่ใช่เพียงเกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของสุขภาพจิต การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อีกด้วย ดังนั้นการมีคนอยู่เคียงข้าง คอยรับฟังปัญหาของเรา และคอยช่วยเหลือ ย่อมดีกว่าอยู่แล้วครับ
- รับมืออาการแพ้ท้อง ที่บอกว่าต้องคอยรับมือเพราะบางคนแพ้มากแพ้น้อย บางคนไม่แพ้เลย ส่วนคนที่แพ้หนักมากจนต้องนอนโรงพยาบาลก็ อาการกลุ่มนี้เรียกว่า ‘Hyperemesis Gravidarum’ (Hyper – มาก, Emesis – อาเจียน, Gravida – การตั้งครรภ์) มักเกิดในไตรมาสแรก ในท้องแรก อาจอาเจียนมากจนทำให้ระดับเกลือแร่ต่ำ ต้องได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ เพราะระดับ B-Hcg ที่เพิ่มมากขึ้น และคนที่แพ้มากๆ ก็จะใช้ชีวิตลำบากหน่อยครับ หากว่าอยู่คนเดียว
2. ฝากครรภ์
แน่นอนว่า การฝากครรภ์เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เพราะนอกจากจะได้คำแนะนำในการดูแลตนเองที่ดีแล้ว อาหารการกินก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยคนท้องจะได้รับ Folate มากิน (จริงๆ วิตามินนี้แนะนำให้กินเตรียมพร้อมก่อนมีการตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ) เพื่อป้องกันภาวะ Neutal tube defect ในเด็กทารก หรือที่ภาษาไทยมีชื่อแปลกๆ ไม่คุ้นว่า “หลอดประสาทไม่เปิด” หรืออธิบายง่ายๆ คือทำให้ระบบประสาทไขสันหลังเจริญไม่ได้นั่นเอง จึงเป็นเหตุให้วิตามินนี้จำเป็นมากในช่วงเดือนแรกของการตั้งครรภ์
นอกจากนี้ยังมีภาวะอันตรายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้ลูกในท้องแข็งแรง เช่น การงดเหล้า เบียร์ บุหรี่ ที่แน่นอนว่าจะทำให้ทารกเกิดออกมาผิดปกติ หรือจนกระทั่งการเตรียมตัวของมารดาเองเพื่อพร้อมที่จะคลอด เช่น
- การเพิ่มน้ำหนักให้ถึงเกณฑ์ ซึ่งต้องดูตาม BMI (Body mass index) ถ้าตอนแรกเราผอมมาก อาจจะต้องเพิ่มน้ำหนักถึง 10-15 กิโลกรัม แต่ถ้าอ้วนอยู่แล้วอาจจะเพิ่มแค่ 5 กิโลกรัมเท่านั้น
- บางคนมีอุ้งเชิงกรานที่แคบ (Narrow pelvic outlot) เพราะเป็นคนที่ตัวเล็กและรูปร่างผอม การคลอดเองอาจจะทำให้ทารกหัวติดได้ การประเมินจากสูติแพทย์ก่อนเป็นสิ่งสำคัญ จะได้นัดผ่าตัดคลอดในเวลาที่กำหนดได้
- การเจาะเลือดเพื่อตรวจการติดเชื้อ และเตรียมฉีดวัคซีนต่างๆ เช่น บาดทะยัก เป็นต้น เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน หรือมีบุตรที่สุขภาพดี ไม่มีโรคจากมารดา บางคนยังคิดว่า การที่แม่ติดเชื้อ HIV จะทำให้ติดต่อไปสู่ลูกได้แน่นอน แต่การแพทย์ปัจจุบันนั้น ถ้าเราเตรียมพร้อม และกินยาป้องกันเป็นอย่างดี สม่ำเสมอ ลดจำนวนเชื้อไวรัส (Viral load) ได้ ก็ทำให้ไม่ติดต่อไปสู่ลูกได้เช่นกัน
3. ระมัดระวังตนเอง
นอกจากสองข้อแรกที่ช่วยให้คนอื่นระวังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของเราแล้ว เราเองก็ควรระมัดระวังตัวเองเช่นกัน ทั้งการกิน การเคลื่อนไหว เพราะอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ทิ่ผิดปกติได้ตลอดเวลาครับ ทั้งนี้ควรหมั่นสังเกตตนเองตลอดเวลาด้วยว่า มีอาการผิดปกติยังไงมั้ย พัฒนาการของทารกเป็นไปตามปกติมั้ย เช่น ถึงวัยที่ต้องดิ้นขลุกขลักในท้อง อยู่มาวันนึงไม่ดิ้นเลย ก็ชวนใจหายได้ว่าลูกยังอยู่กับเรามั้ย เรียกว่าต้องสังเกตตลอดเวลาเลยครับ
โดยเฉพาะระวังการแท้ง (Abortion) ซึ่งมีหลายชนิด เช่น การแท้งคุกคาม (Threaten abortion) ที่มีเลือดออกมาแต่ปากมดลูกไม่เปิด การพบแพทย์เพื่อยืนยันว่าเด็กทารกยังดีอยู่ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะยังมีการแท้งที่ทำให้เด็กน้อยของเราเสียชีวิตหรือหลุดออกมาได้เช่นกัน ถ้าไม่ระมัดระวัง อาจะเกิดจากการกระทบกระแทก (Trauma) หรือตัวเด็กเองที่ไม่พร้อม ต้องสังเกตและระมัดระวังอย่างมากครับ
การตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ ที่เห็นเค้ารณรงค์เรื่องท้องไม่พร้อมกัน ไม่ใช่เพียงแค่ห่วงว่าพ่อแม่วัยรุ่นจะไม่ได้เรียนต่อ หรือถูกสังคมลงโทษครับ แต่การมีเด็กเกิดใหม่ 1 คนนั้นต้องการการดูแลอย่างมาก ตั้งแต่อยู่ในท้องตลอดจนหล่อหลอมให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีต่อไป ดังนั้น แม้พ่อแม่วัยรุ่นไม่พร้อม แต่หากเกิดความรับผิดชอบขึ้นมาแล้ว ก็ต้องพยายามเอาใจใส่ดูแลให้เต็มที่ครับ โดยเฉพาะน้องๆ ผู้หญิง เราไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไป แต่มีอีกคนอยู่กับเราและต้องการให้เราดูแลเขาให้ดี
สุดท้ายนี้... พี่เชื่อว่าน้องๆ ไมได้อยู่ตัวคนเดียวครับ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือน้องๆ เสมอ ถ้าใครมีอะไรสงสัย ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะปรึกษาคนใกล้ชิด พูดคุยกันมาได้เสมอครับ พี่ๆ เด็กดีพร้อมช่วยน้องแน่นอน
ขอขอบคุณ ภาพประกอบจากซีรีส์คุณแม่วัยใส




10 ความคิดเห็น
เพิ่งรู้เลยนะเนี่ยว่าสำคัญขนาดนี้
การกินโฟลิคจำเป็นมากๆ ควรกินก่อนท้องด้วยซ้ำ
เป็นความรู้อีกเเบบครับจะระวัง
สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือปรึกษาพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ให้ทำแท้ง ก็ทำไปเถอะ
ร้อยทั้งร้อยภาระจะกลับมาตกที่พ่อแม่ของแม่วัยใส
ฉะนั้นถามความพร้อมของพวกท่านก่อน ว่าช่วยได้ไหม