สวัสดีค่ะ ใครเคยรู้สึกแบบนี้บ้างมั้ยคะ กลับโรงเรียนเก่าทีไร ต้องร้อง อู้หูวว~~ ทุกที มองไปมุมไหนก็เปลี่ยนไปจากสมัยที่เรายังเรียนอยู่ จนต้องมีคิดกันในใจบ้างแหละว่า ทีตอนเราเรียนอยู่ไม่เห็นเป็นแบบนี้บ้างเลย
พี่มิ้นท์เองก็มีประสบการณ์ตรงเลยค่ะ ทั้งโรงเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ที่ตอนเรียนบรรยากาศแบบนึง กลับไปอีกทีฟูลออฟชั่นมากๆ น่าอิจฉารุ่นน้องจริงๆ^^ ไปดูกันดีกว่าว่า หลังเรียนจบ การเปลี่ยนแปลงยอดฮิตที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมีอะไรกันบ้าง
1. โดมบังแดด
ความช็อกแรกที่เห็นคือ โรงเรียนเรามีโดมบังแดดแล้ว! มันเป็นเรื่องที่น่าอิจฉารุ่นน้องมากๆ เลยนะ ถึงแม้ว่าแดดยามเช้าจะดีต่อร่างกาย แต่ที่นี่ประเทศไทย แดดน่าจะล้นจากคำว่ามีประโยชน์ไปหน่อย ที่ตอนเช้าเด็กนักเรียนไม่อยากเข้าแถว ไม่ใช่ว่าไม่รักชาติ ศาสนา หรืออะไรหรอกค่ะ แค่อากาศมันร้อนมากๆ เท่านั้นเอง เรียน 6 ปีสีผิวใครไม่เปลี่ยนถือว่าทำบุญมาดีมากๆ ซึ่งโดมบังแดดที่ว่านี้ชอบมาปรากฏตัวหลังเราเรียนจบทุกที T^T ที่ผ่านมาก็ตากแดดฟรีไปจ้า
พี่มิ้นท์เองก็มีประสบการณ์ตรงเลยค่ะ ทั้งโรงเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ที่ตอนเรียนบรรยากาศแบบนึง กลับไปอีกทีฟูลออฟชั่นมากๆ น่าอิจฉารุ่นน้องจริงๆ^^ ไปดูกันดีกว่าว่า หลังเรียนจบ การเปลี่ยนแปลงยอดฮิตที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมีอะไรกันบ้าง
1. โดมบังแดด
ความช็อกแรกที่เห็นคือ โรงเรียนเรามีโดมบังแดดแล้ว! มันเป็นเรื่องที่น่าอิจฉารุ่นน้องมากๆ เลยนะ ถึงแม้ว่าแดดยามเช้าจะดีต่อร่างกาย แต่ที่นี่ประเทศไทย แดดน่าจะล้นจากคำว่ามีประโยชน์ไปหน่อย ที่ตอนเช้าเด็กนักเรียนไม่อยากเข้าแถว ไม่ใช่ว่าไม่รักชาติ ศาสนา หรืออะไรหรอกค่ะ แค่อากาศมันร้อนมากๆ เท่านั้นเอง เรียน 6 ปีสีผิวใครไม่เปลี่ยนถือว่าทำบุญมาดีมากๆ ซึ่งโดมบังแดดที่ว่านี้ชอบมาปรากฏตัวหลังเราเรียนจบทุกที T^T ที่ผ่านมาก็ตากแดดฟรีไปจ้า
2. ติดแอร์
สมัยก่อน โรงเรียนรัฐบาลแทบจะทุกโรงเรียน เป็นห้องพัดลม จะห้องครู ห้องเรียน ห้องพิเศษต่างๆ ก็อาศัยพัดลมใบพัดเหนือหัว 4 ตัว ในห้องเป็นตัวช่วยคลายร้อน ถ้าทำงานได้ทั้ง 4 ตัวก็นับว่าทำบุญมาดี (อีกแล้ว) เพราะส่วนใหญ่ พัดลมหมุนได้ไม่เกิน 3 ตัวในห้อง หน้าร้อนก็นั่งซับเหงื่อกันไป หน้าฝนก็ต้องคอยช่วยกันปิดหน้าต่าง เรียนกันในบรรยากาศแบบนี้ มาหลายปี กลับไปอีกที อ้าว! บางห้องติดแอร์แล้ว ฮือๆ
3. โรงอาหารใหม่
ออดดังบอกเวลาพักกินข้าวทีไร บางวันแทบไม่อยากลงไป เพราะนึกสภาพโรงอาหารที่โต๊ะไม้เลอะๆ คนแน่นๆ โรงอาหารมืดๆ กินๆ อยู่ต้องก้มไปตบยุง คือ สมัยเราเรียนใฝ่ฝันมานานว่าอยากได้โรงอาหารใหญ่ๆ มีที่เพียงพอเวลาหลายๆ ระดับลงมากินข้าวพร้อมกัน สุดท้ายสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ หลังเราเรียนจบไป 2 ปี...
4. สนามกีฬาใหม่
โรงเรียนที่มีที่ว่างกว้างๆ แต่ก่อนอาจเป็นที่รกร้างว่างเปล่าหรือเป็นที่เก็บของเก่าของโรงเรียน ส่วนสนามกีฬาที่มี ก็เล่นรวมกันทุกอย่าง ทั้งบาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล อยู่ที่ว่าทีมไหนมาจองสนามได้ก่อน แต่กลับไปโรงเรียนคราวนี้ไม่ต้องแย่งกันแล้วค่ะ บางที่มีสนามหญ้าผุดขึ้นมา มีโรงยิมที่ตีเส้นสนามแบดไว้เรียบร้อย ไม่ต้องแย่งกันเล่นอีกแล้ว
6. เทคโนโลยีใหม่ๆ เพียบ
เทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆ ก็ต้องมีหยิบมาใช้ภายในโรงเรียนกันบ้าง แต่ก่อนจะได้เช็กชื่อก็ต่อเมื่อวิชาโฮมรูม วันไหนใครโดดเรียนบ้าง พ่อแม่ก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว วันไหนออกจากบ้านแต่เช้า แต่ไม่ได้เข้าโรงเรียน ก็จะมี SMS ตึ๊งๆๆ ส่งถึงมือผู้ปกครอง รายงานผลทันทีว่าลูกคุณไม่ได้เข้าโรงเรียนหรือมาสาย บางโรงเรียนก็มีระบบสแกนนิ้วมือ สแกนบัตรนักเรียน ได้ข่าวว่าอีกหน่อยจะมีระบบสแกนใบหน้าแล้ว เป็นเทคโนโลยีที่น่ากลัวจริงๆ
5. ทาสีใหม่ทั้งโรงเรียน
ตอนเรียนก็ไม่ได้คิดว่าโรงเรียนเก่าหรืออะไร แต่พอเราจบไป บูรณะโรงเรียนครั้งใหญ่ ทาสีใหม่ทั้งโรงเรียน ตึกทาสีเดียวกับสีประจำโรงเรียน สแตนด์ก็ทาสีครบตามกีฬาสี เรียกว่าคัลเลอร์ฟูลทั้งโรงเรียน แม้แต่ป้ายโรงเรียนก็ทำใหม่ สวยกว่าเดิม ถึงแม้จะอยู่ไม่ทันใช้ แต่สวยแบบนี้แค่เห็นก็ดีใจแล้ว
ตอนเรียนก็ไม่ได้คิดว่าโรงเรียนเก่าหรืออะไร แต่พอเราจบไป บูรณะโรงเรียนครั้งใหญ่ ทาสีใหม่ทั้งโรงเรียน ตึกทาสีเดียวกับสีประจำโรงเรียน สแตนด์ก็ทาสีครบตามกีฬาสี เรียกว่าคัลเลอร์ฟูลทั้งโรงเรียน แม้แต่ป้ายโรงเรียนก็ทำใหม่ สวยกว่าเดิม ถึงแม้จะอยู่ไม่ทันใช้ แต่สวยแบบนี้แค่เห็นก็ดีใจแล้ว
7. กิจกรรมที่ไม่เคยจัดมาก่อน
แต่ก่อนอยู่โรงเรียนไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเท่าไหร่ นอกจากรวมกลุ่มนั่งเล่นบนโต๊ะม้าหิน เล่นกีฬาที่สนามปูน หรือ ไปนั่งตากแอร์ที่ห้องสมุด ส่วนกิจกรรมในโรงเรียนก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่เดี๋ยวนี้หลายๆ โรงเรียนสนับสนุนเรื่องกิจกรรมของนักเรียนมากขึ้น คอนเสิร์ตนี่มาบ่อยมากก จัดประกวดเล็กๆ ในโรงเรียนก็มีกะเขาด้วย บางที่นี่อลังการมากค่ะ สร้างยิมให้นักเรียนได้ออกกำลังกายกันเลยทีเดียว เรียนจบออกมาพร้อมกับกล้ามใหญ่ๆ หุ่นเพรียวๆ เลย น่าอิจฉาที่สุด
8. ห้องเรียนเปลี่ยนไป
ยังนึกถึงยุคที่้ต้องผลัดเวรกันไปลบกระดานชอล์กจนหัวขาว ทำความสะอาดรางชอล์กจนฝุ่นตลบเข้าจมูก แต่เดี๋ยวนี้ห้องเรียนพัฒนาไปใช้ไวท์บอร์ดกันเกือบทุกโรงเรียนแล้ว หมดปัญหาเรื่องฝุ่นฟุ้งกระจาย เท่านั้นไม่พอ บางห้องมีทีวี สื่อการสอน โปรเจคเตอร์ ซึ่งมีประโยชน์มากๆ เพราะการเรียนบางอย่างต้องดูด้วยภาพสีชัดๆ ถึงจะเข้าใจได้ดี
9. หอประชุมใหม่
จากที่พี่มิ้นท์ไปออนทัวร์มาหลายโรงเรียน ขอบอกว่าหอประชุมของหลายโรงเรียนสวยมากๆๆๆ บางโรงเรียนเพิ่งปรับปรุงใหม่ แต่บางโรงเรียนก็สร้างขึ้นใหม่เลย พื้นปูกระเบื้องเงาวับ แอร์ตัวใหญ่ เย็นเจี๊ยบ เวทียกสูง ผ้าม่านสีสวยติดรอบห้อง ซึ่งเชื่อว่าเพิ่งทำใหม่เมื่อไม่นานมานี้แน่นอน น้องๆ ลองกลับไปดูหอประชุมโรงเรียนดูสิคะ ตอนนี้อาจจะติดแชนเดอเลียร์แล้วก็ได้นะ
10. ปรับปรุงภูมิทัศน์ยกใหญ่
และสุดท้ายท้ายสุด กับความเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุด นั่นก็คือ การปรับภูมิทัศน์ในโรงเรียนให้สวย ร่มรื่น น่ามอง กลับไปอีกที น้องๆ อาจจะเจอมุมน้ำตก เจอเสาธงต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบ หรือ เจอซุ้มโต๊ะไม้รอบโรงเรียนก็ได้ เพิ่มบรรยากาศให้โรงเรียนน่ามองขึ้นเยอะเลย
และสุดท้ายท้ายสุด กับความเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุด นั่นก็คือ การปรับภูมิทัศน์ในโรงเรียนให้สวย ร่มรื่น น่ามอง กลับไปอีกที น้องๆ อาจจะเจอมุมน้ำตก เจอเสาธงต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบ หรือ เจอซุ้มโต๊ะไม้รอบโรงเรียนก็ได้ เพิ่มบรรยากาศให้โรงเรียนน่ามองขึ้นเยอะเลย
พี่มิ้นท์เป็นคนนึงที่กลับโรงเรียนเก่าทีไร ก็เจอแต่สิ่งที่ดีๆ ขึ้น พัฒนาจนเราตกใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่รุ่นน้องเราได้มีโอกาสได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เหมาะกับการเรียน แม้ลึกๆ จะมีน้อยใจบ้างก็ตาม (ล้อเล่นนะคะ 5555) ว่างๆ น้องๆ ลองกลับโรงเรียนเก่ากันบ้างนะ ไปหาอาจารย์ที่เคารพ ไปซึมซับเรื่องราวเก่าๆ และไปเปิดหูเปิดตากับบรรยากาศใหม่ๆ เมื่อทุกอย่างมันรวมกัน จะเป็นความสุขที่อิ่มเอมใจมากค่ะ^^





1 ความคิดเห็น
"น้องๆ ลองกลับไปดูหอประชุมโรงเรียนดูสิคะ ตอนนี้อาจจะติดแชนเดอเลียร์แล้วก็ได้นะ" ถึงขั้นต้องกูเกิ้ลว่าแชนเดอเลียร์คืออะไร5555