ภาพจำเกี่ยวกับ "เด็กห้องกิฟต์" (Gifted) ในหัวของคนส่วนใหญ่ คือพวกเขาเป็นเด็กเนิร์ด คุณหนู บ้านรวย โลกส่วนตัวสูง รู้จักกันแค่เพื่อนในห้องตัวเอง ฯลฯ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ทำให้เด็กกิฟต์มักสัมผัสได้ถึงออร่าแปลกๆ จากนักเรียนห้องอื่น บางคนหมั่นไส้ ไม่ค่อยชอบขี้หน้า หรือแม้กระทั่งไม่กล้าคุย เพราะรู้สึกเข้าถึงยาก ฉะนั้นเพื่อให้หายสงสัย เราจึงไปพูดคุยกับเด็กกิฟต์ตัวจริงเสียงจริงจากหลายโรงเรียน เพื่อให้รู้ชัดๆ ไปเลยว่าพวกเขาเป็นอย่างที่คนอื่นว่ากันรึเปล่า!
1. แข่งกันเรียน?
"แข่งกับตัวเองมากกว่า ไม่ใช่แข่งกับเพื่อนร่วมห้อง"
เพราะด้วยความที่จำนวนนักเรียนในห้องน้อยด้วย และมีกิจกรรมให้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ทำให้พวกเขาสนิทกันมาก อย่างถ้าเวลาใครมีปัญหาก็ยินดีช่วยกัน เข้าใกล้วันสอบหรือวันส่งงานก็จะคอยเตือนๆ กัน แชร์งานแชร์การบ้านลงไลน์กลุ่ม ลอกการบงการบ้านก็มีให้เป็นเรื่องปกติ
แต่จากที่แอบถามเด็กโรงเรียนหนึ่ง เขาตอบว่ามีบ้างบางกลุ่มที่แข่งกันเรียน แข่งกันทำโครงงานแบบเอาใจครูนิดนึง
แต่จากที่แอบถามเด็กโรงเรียนหนึ่ง เขาตอบว่ามีบ้างบางกลุ่มที่แข่งกันเรียน แข่งกันทำโครงงานแบบเอาใจครูนิดนึง
2. บ้าเรียน...คุยกันแต่เรื่องเรียน?
"เด็กกิฟต์บ้าทุกอย่าง"
ถ้าแอบย่องเข้าห้องกิฟต์ตอนเวลาพักหรือหลังเรียนจบแต่ละคาบ สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่คนใส่แว่นหนาเตอะนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบเล่มหนาๆ แต่อาจเห็นทั้งคนบ้าเกม บ้าดารานักร้อง บ้าซีรี่ย์ บ้าการ์ตูน บ้ากีฬา เรียกได้ว่ากระจายทั่วถึงทุกวงการ ส่วนเรื่องที่เมาท์มอยก็มีทั้งเรื่องเรียนและเรื่องไร้สาระ บางครั้งอาจทะเลาะกันเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องไม่ชวนกันทำงานกลุ่มมากกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างจากเด็กห้องธรรมดาเลย
3. ไม่ยุ่งกิจกรรม?
เด็กกิฟต์ที่ได้คุยด้วยหลายคนเป็นเด็กกิจกรรมเต็มขั้น เช่น เป็นหัวหน้าสแตนด์และพาเหรดในงานกีฬาสี, ลงแข่งกีฬา, เป็นประธานสภานักเรียน ฯลฯ ส่วนบางคนที่ออกมายอมรับว่าไม่ค่อยร่วมกิจกรรมเท่าไหร่ก็มีเหมือนกัน เหตุผลคือตารางเรียนพิเศษ, การสอบแข่งขัน, กิจกรรมของห้องกิฟต์ดันไปตรงกับวันกิจกรรมของโรงเรียนอยู่บ่อยๆ
4. หยิ่ง? เข้าสังคมยาก?
สืบเนื่องมาจากเด็กห้องกิฟต์ส่วนใหญ่มีห้องเรียนประจำ ไม่ต้องเดินเรียน เวลามีกิจกรรมของห้องก็คุ้นหน้าคุ้นตากันเอง ทำให้เด็กห้องอื่นไม่ค่อยเจอตัวเด็กกิฟต์เท่าไหร่ แต่หลายคนออกมายืนยันว่าตนและเพื่อนในห้องเป็นคนรั่วๆ ออกเฮฮาซะมากกว่า บางคนก็มีเพื่อนหลายห้องเพราะทำกิจกรรมเยอะ และเพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่ ม.ต้น แต่พอ ม.ปลายแยกย้ายไปห้องกิฟต์ ก็อาจเจอกันน้อยลง แต่ยังสนิทกันอยู่ สรุปว่าเรื่องหยิ่ง เข้าสังคมยาก อยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า
5. เป็นลูกคุณหนู?
นับเป็นอีกประเด็นที่คนตีความจากค่าเทอมเด็กกิฟต์ที่สูงกว่าห้องธรรมดาหลายเท่า เลยกลายเป็นว่าเด็กกิฟต์โดนมองว่าบ้านรวย ทั้งที่จริงๆ แล้วมีหลายคนฐานะปานกลาง เพราะเด็กกิฟต์ช่วยงานบ้านปกติ ทำงานลุยๆ ได้ ชีวิตล้มลุกคลุกคลาน เข้าร่วมกิจกรรมตลอด บางคนที่เห็นพ่อแม่มารับมาส่งเพราะบ้านไกลและต้องรีบไปเรียนพิเศษต่อ ไม่ใช่เพราะรวย เรื่องนี้จึงอยู่ที่ตัวบุคคลอีกเช่นกัน มองปราดเดียวไม่ได้
6. ชอบโดนเปรียบเทียบ?
"จริง!!!!"
ข้อนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ เพราะเด็กกิฟต์จะโดนยกไปเปรียบเทียบทั้งใน 2 แง่
1. ครูจะข่มเด็กห้องธรรมดาว่าทำไมไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ เหมือนเด็กห้องกิฟต์ เช่น "หัดดูตัวอย่างเด็กห้องกิฟต์บ้างสิ!" นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กกิฟต์โดนหมั่นไส้
2. ในขณะเดียวกัน เวลาที่ห้องกิฟต์ตอบคำถามครูไม่ได้ หรือทำข้อสอบได้คะแนนน้อยกว่า (ทั้งที่ข้อสอบคนละชุด) ก็จะโดนครูเปรียบเทียบว่า ทำไมเราตอบไม่ได้ ขนาดเด็กห้อง...ยังทำได้มากกว่าเลย
พอได้ถามจากเด็กห้องกิฟต์จริงๆ คำตอบก็ฟังดูแตกต่างจากที่เคยได้ยินไปเยอะมากกก สรุปว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองและการตีความของคนในหรือนอกห้อง รวมทั้งขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ห้องไหน ก็มีเพื่อนและครู/อาจารย์หลายรูปแบบแตกต่างกันไปอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าใครกำลังกังวลเรื่องสังคม พี่แนะนำให้มองเป็นกลางไว้จะดีที่สุดค่ะ
.jpg)



.jpg)
.jpg)
8 ความคิดเห็น
เด็กห้องกิฟต์บ้าจริงค่ะ แบบรั่วยิ่งกว่ารั่วซะอีก
เป็นแบบนั้นจริงค่ะ ขอเพิ่มเติมหน่อยนะคะ #อยู่ม.1กิฟต์ค่ะ
ห้องหนูก็อย่างที่พี่ว่าไปค่ะ ซึ่งวิชาที่ถนัดแน่นอนเลยว่าเป็น วิทย์ คณิต อัง วิชาอื่นพอผ่านได้ แต่เพื่อนหนู(ส่วนใหญ่)จะชอบบ่น วิชาไทยกับสังคมค่ะ คนที่ถนัดห้าวิชาหลักมีน้อยอยู่เหมือนกัน
ยอมรับว่าบ้าจริงๆค่ะ ถ้านอกเหนือจากเวลาเรียนนี่หลุดโลกไปเลยเป็นติ่งกันก็เกือบครึ่งห้องเลย ส่วนเรื่องหยิ่งกับแข่งเรียนเป็นบางกลุ่มค่ะแล้วแต่บุคคล
*บางคนไม่ได้หยิ่งนะคะแค่พูดน้อยแต่ถ้าชวนคุยนี่ยาวเลยค่ะ แอบน้อยใจเหมือนกันนะที่เพื่อนห้องอื่นไม่ยอมคุยด้วยแต่ไม่ว่าห้องไหนเราก็เป็นเพื่อนกันได้นะ
พี่เคยอยู่ห้องกิ๊ฟเต็ด จะตอบตามที่สภาพในห้องเป็นจริง ๆ ห้องของที่อื่นไม่รู้
1. แข่งกันเรียน?
มันก็แข่งกันทุกห้องนั่นแหละ มาเรียนแล้วไม่มาขยันทำการบ้านส่ง ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำข้อสอบ จะมาทำไม
2. บ้าเรียน...คุยกันแต่เรื่องเรียน?
ถามกลับบ้าง คนบ้ากิจกรรม คุยกันแต่เรื่องกิจกรรมไหม?
3.ไม่ยุ่งกิจกรรม
แล้วแต่คน อย่าว่าแต่ห้องกิ๊ฟเต็ดเลย ห้องปกติก็เห็นหลายคนไม่อยากยุ่งกิจกรรม
โดยเฉพาะกิจกรรมการเป็นหัวหน้าห้อง // แซ็ว
อยากทำแต่กิจกรรมเฮ้ว ๆ เต้น ๆ คลายเครียดกัน เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ส์ส์ส์
4. หยิ่ง? เข้าสังคมยาก?
ห้องที่พี่เคยเรียนไม่มีหยิ่ง ส่วนคนที่เข้าสังคมยากเป็นเพราะรักสันโดษมากกว่า
5.เป็นลูกคุณหนู
คือค่าเทอมเอาจริง ๆ มันก็ราคาสูงในระดับนึง เรียกงี้ดีกว่า ถ้าแพงก็คงไปเรียนเอกชนแล้ว
นักเรียนห้องปกติยังรวยกว่านักเรียนในห้องกิ๊ฟเต็ดเลย แต่เขาคนนั้นแค่ไม่อยากเรียนห้องกิ๊ฟเต็ด
ไม่ก็เข้าไม่ได้ ในห้องพี่มีอยู่ประปรายที่มีนิสัยลูกคุฯหนู
6. ชอบโดนเปรียบเทียบ?
จริง ห้องกิ๊ฟเต็ดมักจะต้องเป็นตัวอย่างทุกด้านให้ห้องปกติเห็น อย่างเช่นถ้าไม่อาสาเข้าร่วมกิจกรรม เขาก็ว่าห้องพี่เหมือนกัน คือเราต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับโรงเรียน
เราเป็นเด็กกิฟต์ร.ร.หนึ่งไม่ใช่ร.ร.ที่เด่นด้านวิชาการมาก ห้องเรามีทั้งประธานร.ร. ประธานคณะสี เฮดแสตนด์ เรื่องความบ้านี่ไม่ต้องพูดถึง จุดวีรกรรมเพื่อนมาทั้งหมดน่าจะเล่าเป็นสัปดาห์ แข่งกันเรียนมั้ย ไม่นะ ส่วนเรื่องเข้าสังคม ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนกับห้องอื่นได้นะ ไม่หยิ่ง แต่มีโอกาสเจอห้องอื่นน้อยเพร่ะห้องจะถูกแยกโซน ลูกคุณหนูมั้ย เราว่าไม่นะ ห้องอื่นบางคนรวยกว่าเราด้วยซ้ำ น่าจะฐานะใกล้กัน
แต่คนที่อคติกับห้องเราคือใครรู้มั้ย "ครู" ครูแก่ๆบางคนนี่แหละ ชอบหาว่าเราเป็นลูกคุณหนู ชอบเปรียบเทียบกับห้องอื่น ชอบจ้องจับผิดห้องเรา(อันนี้ครูบางคนก็รู้)
ข้อสุดท้ายนี่คือใช่ เรียนคนละหลักสูตร ครูคนละคน เกณฑ์การให้เกรดไม่เหมือนกัน แต่ทำไมตอนเรียงเกรดเอามารวมกันหมด นี่งงมาก
คือเราก็เป็นเด็กกิฟต์ในรร.แห่งหนึ่งเหมือนกันถ้าเดินเข้าห้องกิฟต์ในช่วงพักอาจจะไม่ค่อยเจอตัวเท่าไหร่ก็มีไปห้องสมุด(มันไปเล่นเกมส์นะไม่ได้อ่านหนังสือหรอก)ไปปั่นงาน+ส่งงาน
แต่ในช่วงหมดคาบและรอจารย์มาในคาบต่อไปที่มัันอยู่กันครบเนี่ยสิ ถึงขั้นcoverเพลงBPรอจารย์กันเลย555 เม้ามอยท์สารพัดสารเพนั่งวาดรูป แต่ถ้าวันไหนมีสอบก็อ่านหนังสือนะเดี๋ยวโดนเทศนา