น้องๆ ชาว Dek-D คนไหนเป็นแฟนคลับเกาหลี ติดซีรีส์พี่แพมว่าต้องกดไลค์ แฟนเพจ "คุยบันเทิงเกาหลีกับ bluesherbet" หรือใครที่เล่น Twitter ก็ต้องฟอลโลว์แอคเคาท์ @bluesherbet_ เป็นพื้นที่ที่เอาไว้สอดส่องเรื่องราวของวงการบันเทิงเกาหลีต่างๆ วันนี้พี่แพมก็เลยจะพาน้องๆ ชาว Dek-D ไปรู้จักกับ "พี่ลูกหว้า" แอดมินผู้อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังความบันเทิงเหล่านี้กันค่ะ
จากติ่งสมัครเล่นมาเป็นติ่งมืออาชีพ
ถามว่าเริ่มต้นมาเป็นติ่งได้ยังไง พี่ว่าการเป็นติ่งอ่อนๆ มันเริ่มมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะ 3 - 4 ขวบ เราก็เต้นเพลงพี่เบิร์ดละ 555+ แต่ถ้ามาเป็นติ่งแบบเข้มข้น ก็มาจากหน้าที่การงานนี่แหละค่ะ พี่ทำงานนิตยสารเกี่ยวกับเกาหลีมา 6 ปี พอมีคนรออ่าน ข้อมูลเราก็จะผิดไม่ได้ ถึงแม้ว่าเราจะมือสมัครเล่นที่กะโหลกกะลามากๆ ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเราเป็นมืออาชีพ
ตอนนั้นพี่เองก็รู้เรื่อง KPOP น้อยมาก จำได้ว่าเคยเขียนผิดว่า Wonder Girls อยู่ค่าย YG เรื่องง่ายๆ ยังผิดได้ จริงๆ คือสะเพร่ามากกว่า เราก็คิดว่าเรารู้มากแล้วนะ แต่เราก็จะรู้แค่วงที่เราชอบ Super Junior กับ Shinhwa อะไรแบบนี้ ทุกครั้งที่เขียนคอลัมน์ก็ต้องศึกษาอย่างจริงจังมาก แล้วพี่ก็ชอบหาพวกเกร็ดความรู้ต่างๆ พวกประวัติศาสตร์ จนมันกลายเป็นคาแร็คเตอร์งานเขียนของเราไปเลย
จุดเริ่มต้นของเพจ "คุยบันเทิงเกาหลี กับ bluesherbet"
พอเลิกทำหนังสือ ก็มีคนบอกว่าเสียดายเรื่องที่เรารู้เยอะ ก็ไม่อยากให้อยู่ดีๆ มันแว้บหายไปเลย เขาก็แนะนำให้ทำเพจ ก็เปิดเดือนพฤศจิกายน 2013 ก็เกือบๆ 4 ปีแล้วค่ะ "คุยบันเทิงเกาหลีกับ bluesherbet" มันก็เป็นเพจจิปาถะ เอาไว้คุยเรื่องเกร็ดต่างๆ ของเกาหลี เหมือนรวมคนที่สนใจเรื่องเดียวกันมาคุยกันมากกว่า
รู้ทุกอย่างยกเว้นภาษาเกาหลี!
พี่เริ่มเรียนภาษาเกาหลีเพราะว่าตอนออกมาจากงาน รู้สึกว่าเรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเกาหลีแล้วอะ เหลือแค่ภาษาอย่างเดียว แล้วเรื่องราวต่างๆ ที่พี่แชร์ลงในเพจเนี่ย ส่วนใหญ่พี่จะอ่านจากเว็บต่างประเทศ แล้วก็หนังสือภาษาอังกฤษ จริงๆ มันก็มีเยอะนะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องราวคร่าวๆ แบบเบสิกทั่วไป แต่ถ้าเราอยากลงลึกถึงรายละเอียด เราก็ควรอ่านหนังสือภาษาเกาหลีของคนเกาหลีให้ได้ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนภาษาที่เกาหลีเลย
ไม่มีใครแก่เกินเรียน แต่ก็ต้องใช้ความพยายามมากๆ หน่อย
พี่ใช้เวลาเรียนภาษาเกาหลี 1 ปี 3 เดือน ที่มหาวิทยาลัยอีฮวา แต่ถ้าถามว่าเก่งเลยมั้ย? พี่ว่าก็ยังนะ คือพี่ตัดสินใจไปเรียนตอนอายุ 30 แล้วอะ ด้วยวัยเท่านี้สมองเราก็ไม่เฟรชเท่าตอนอายุ 20 ไง มันก็จริงอยู่ที่ไม่มีใครแก่เกินเรียน ตอนนี้พอต้องรับภาษาใหม่เข้ามา มันก็ต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นเขา
รู้จริง รู้ลึก ถึงเอามาแชร์
เห็นในเพจแชร์เรื่องซีรีส์เยอะๆ แบบนี้ จริงๆ แล้วพี่ดูซีรีส์ไม่เยอะนะ แต่ 1 เรื่องพี่ใช้เวลาดูนานมาก ตอนนึงดูแบบ 3 - 5 ชั่วโมง ซีรีส์พีเรียดของเกาหลีเนี่ยมันจะมีทั้งเรื่องจริง เรื่องค่อนข้างจริง และเรื่องแต่ง สงสัยอะไร ติดใจตรงไหน ก็กดหยุดไว้ แล้วไปค้นหาข้อมูล ก็มีความเผือกอะเนอะ ดูแต่ละทีคือเหนื่อยมาก ใช้เวลานานมาก อีกอย่างคือพี่เป็นคนที่ซื้อหนังสือไว้เยอะ อ่านเยอะ เวลามีเรื่องอะไรที่สนใจ ก็จะไปเปิดหนังสือ เปิดในเน็ต คนก็เลยรู้สึกว่าพี่รู้เยอะ แต่จริงๆ คือพี่รู้ว่าเรื่องแบบนี้ต้องไปหาข้อมูลจากไหนมากกว่า พอรู้แล้วก็เอามาแชร์ให้คนอื่นด้วย
รู้หรือไม่! ซีรีส์พีเรียดเกาหลีไม่ได้ทำไว้ให้คนต่างชาติดู
จริงๆ ซีรีส์พีเรียดเกาหลีไม่ได้ทำให้ชาวต่างชาติดูนะ มันเริ่มมาตั้งแต่ 30 กว่าปีที่แล้ว ที่ต้องทำให้คนเกาหลีดู ก็เพราะประเทศเกาหลีใต้ถึงจะศิวิไลซ์แล้ว แต่ก็ยังมีสงครามอยู่ มีการเกณฑ์ทหารอยู่ เขาก็จะทำให้คนเกาหลีรู้สึกว่าประเทศเราต้องสามัคคีนะ ถึงจะพ่ายแพ้มากี่ครั้งก็ต้องสู้นะ แต่จะให้มีแต่เรื่องของกษัตริย์อย่างเดียวมันก็ไม่สนุกไง ต้องมีเรื่องสนมตบตีกันมันก็จะน่าดูมากกว่า
คนเกาหลีชอบดูถูกจริงหรือ?
คนไทยจะชอบคิดว่าคนเกาหลีดูถูกคนไทย แต่พอไปสัมผัสจริงๆ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรที่มันผิด เขาก็จะไม่ได้มายุ่งอะไรกับเรานะคะ อย่างพี่เคยโดนเรื่องแยกขยะไม่เป็น ก็ที่บ้านเราไม่มีไง เขาก็เรียกไปคุย ไปสอนเลย แต่เราก็ยอมรับไง เขาว่าเราเพราะเราแยกขยะผิด ไม่ได้ว่าที่เราเป็นคนไทย โดยพื้นฐานคนเกาหลีมักมีนิสัยเย็นชา แต่ถ้าสนิทกับคนเกาหลีแล้ว เขาจะเฟรนด์ลี่มาก รักเพื่อนมากๆ เลย
โอปป้าเกาหลีตบแป้ง เขียนคิ้วเป็นเรื่องปกติ
ถ้าย้อนไป 10 กว่าปีก่อน ผู้ชายส่วนใหญ่ในเกาหลีก็ดูเป็นอาจอชีๆ ลุงๆ ใส่เสื้อผ้าสีทึมๆ ไม่ตามแฟชั่น แต่พอมีละคร มีไอดอล ก็มีอิทธิพลต่อชีวิตเขาเหมือนกันนะ อย่างที่เห็นได้ชัดๆ เลย คือผู้ชายเกาหลีจะพกคุชชั่น เขียนคิ้วนิดนึง ทาลิปมันเป็นเรื่องปกติ คนอื่นอาจจะมองว่าเหมือนตุ๊ด แต่จริงๆ คือเขาซึมซับมาจากสังคมรอบข้าง ผู้ชายเดินด้วยกัน หรือแต่งตัวจัดๆ พี่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติมากๆ เลยสำหรับคนที่นั่นอะ
แอบเมาท์ "อักแกแฟน" แฟนคลับเกาหลีที่เราไม่เคยเจอ
ทั่วไปเด็กๆ แฟนคลับคนไทยก็จะมีเมนที่ชอบที่สุดใช่มั้ยคะ แต่ก็จะซัพพอร์ตของคนอื่นๆ ในวงด้วย ต้องคีพวงด้วย แฟนไทยซีเรียสตรงนี้ แต่ที่เกาหลีจะมีแฟนคลับที่เรียกว่า "อักแกแฟน" คือแฟนคลับที่รักและซัพพอร์ตเมนคนเดียว แล้วเกลียดคนอื่นในวง เวลาถ่ายรูปก็ถ่ายเมนคนเดียว ติดคนอื่นมาก็เบลอหน้าไปเลย แบบนี้ในไทยไม่ค่อยมี คำว่า“แอนตี้แฟน” กับ “ซาแซงแฟน” ที่ไทยอาจจะพูดแบบขำๆ โพสต์รูปตลกๆ ก็อาจจะเรียกว่าแอนตี้แฟน แต่คนเกาหลีจะไม่เอาสองคำนี้มาพูดเล่นเลยนะ เพราะเป็นภัยคุกคามต่อศิลปินจริงๆ อาจเล่นกันถึงชีวิตด้วยซ้ำ
"ยูอาอิน" เมนสุดฟินของพี่ลูกหว้า
ปกติพี่เปลี่ยนคนชอบไปเรื่อยๆ ซีรีส์จบก็เปลี่ยนแล้ว แต่พอมาเจอ "ยูอาอิน" ในซีรีส์เรื่อง Sungkyunkwan Scandal พี่ก็ตั้งปณิธานไว้ว่า ถ้า 7 วันยังชอบอยู่ แปลว่าเราเป็นแฟนคลับยูอาอินแล้วล่ะ บังเอิญว่าในวันที่ 7 ยูอาอินมาไทย แล้วพี่ก็ไปเจอ เขาก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีแฟนคลับที่นี่่ คือพี่ว่าพี่ตื่นเต้นแล้วนะที่ได้เจอเขา แต่เอาจริงๆ เขาตื่นเต้นกว่าพี่อีกอะ
หลังจากนั้นเขามาจัดมิตติงไทย แล้วให้สัมภาษณ์ว่าที่มาที่นี่ เพราะเขาจำได้ว่าเมื่อ 4 ปีก่อน เขามีแฟนคลับกลุ่มแรกที่เมืองไทย แล้วพอตอนพี่ขึ้นไปจับมือ ก็เอารูปที่เคยถ่ายไว้ตอนนั้นให้เขาดู แล้วถามว่าจำได้มั้ย เขาก็ทำหน้าจะร้องไห้ แล้วก็บอกขอบคุณนะที่มา มีครั้งนึงที่เกาหลี พี่ไปเจอเขาโดยบังเอิญ เขาก็ชวนคุย ก็ถามว่ามาทำอะไร? เรียนที่ไหน? เป็นยังไงบ้าง? จากที่พูดกับเพื่อนขำๆ ว่าถ้าเราชอบเขาเกิน 7 วัน เราจะเป็นแฟนคลับคนนี้ เรามาถึงจุดที่เขาเป็นห่วงเป็นใยแล้วอะ ถ้าถามว่าครั้งไหนฟินที่สุด ก็ตอบไม่ได้ เพราะ 7 ยูอาอินทำให้พี่ฟินมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้เจอ
คำว่า "ติ่งเกาหลีไร้สาระ"
ถ้ามีคนนอกมาด่าว่าติ่งเกาหลีไร้สาระ พี่ไม่ได้ใส่ใจนะ แต่ถ้ามาจากคนใกล้ชิดอย่างพ่อแม่ อันนี้ก็ต้องย้อนกลับมามองตัวเองแล้วว่า เพราะอะไร? ติ่งจนไม่อ่านหนังสือสอบรึเปล่า หรือเปย์เยอะเกินไปมั้ย แต่สำหรับคนที่ไปรุมศิลปินจนเขาบาดเจ็บ หรือไปทำข้าวของพังเสียหาย แบบนี้ก็สมควรโดนแล้วล่ะ ส่วนคำที่พูดว่า เป็นติ่งแล้วไง เรียนเก่งก็แล้วกัน พี่ก็ไม่ค่อยชอบนะ เข้าใจว่าคงอยากหลุดพ้นจากการโดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็กลายเป็นการแบ่งแยกไปอีกว่า อ้าว! แล้วถ้าฉันเรียนไม่เก่งติ่งไม่ได้เหรอ? เอาเป็นว่าในพาร์ทติ่งเราก็ติ่งไปเต็มที่ แต่ในพาร์ทอื่นๆ ของชีวิตเราก็ต้องทำให้มันดี เรื่องติ่งมันเป็นแค่ความชอบส่วนบุคคล เรื่องเรียนเก่งไม่เก่งไม่ใช่สิ่งที่เอามาทดแทน แต่เราต้องทำเพื่อเติมเต็มเป้าหมายในชีวิตเราค่ะ
ขีดเส้นใต้แรงๆ กับคำพูดของพี่ลูกหว้าที่บอกว่า ใครอยากติ่งก็ติ่งให้เต็มที่ไปเลยค่ะ แต่อย่าลืมว่าหน้าที่ของเราก็สำคัญเหมือนกัน! น้องๆ คนไหนชอบเรื่องบันเทิงเกาหลีแบบมีสาระ ก็ตามไปกดไลค์เพจ "คุยบันเทิงเกาหลี กับ bluesherbet" ได้เลย แอบกระซิบว่ามีช่องเมาท์มอยใน Youtube ด้วยนะ สุดท้ายพี่แพมอยากรู้ว่าน้องๆ ชาว Dek-D คนไหน ใช้ความติ่งมาเป็นแรงบันดาลใจ ทำอะไรดีๆ ให้ชีวิตบ้าง? มาแชร์เรื่องราวดีๆ กัน

.jpg)



2 ความคิดเห็น
ชอบพี่เค้ามากค่ะ ตั้งแต่ไปตามอ่านกระทู้ในพันทิปเกี่ยวกับเรื่องของจางอ๊กจอง ได้เกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์มาเยอะแยะ เป็นแรงบันดาลใจเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งใจเรียนเกาหลี ถ้าพี่ลูกหว้ามาอ่านเจอ อยากบอกว่า หนูชอบพี่นะคะ เป็นกำลังใจให้ในการทำเพจต่อไปค่ะ ^^
สนใจเรื่องเกาหลีในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็น
เชิญเพจ ตีแผ่ติ่งเกาหลี ได้นะครับ