ย้อนรำลึก ระบบการเรียนการสอนไทยที่ในหลวง ร.5 ทรงวางรากฐานไว้ให้ประชาชนคนไทย

     สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-d วันที่ 23 ตุลาคม 2560 เป็นวันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปฏิรูปและพัฒนาสยามประเทศ หรือประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทรงปฏิรูปทั้งในด้านการเมืองการปกครอง และด้านสังคม เช่น การเลิกทาส การปฏิรูปการศึกษา รวมถึงการพัฒนาระบบการสื่อสาร และการคมนาคมของประเทศอีกด้วย
 

 
     โดยเฉพาะเรื่องที่ใกล้ตัวกับน้องๆ มากที่สุด อย่างเรื่อง การปฏิรูปการศึกษา ค่ะ เพราะรัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการศึกษาไทยให้เป็นระบบ มีระเบียบแบบแผน จนเป็นรากฐานของการศึกษาในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ วันนี้พี่แนนนี่มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษามาฝากน้องๆ กันค่ะ
 
การศึกษาของประเทศไทยก่อนสมัยรัชกาลที่ 5
     ก่อนหน้านั้น ประเทศไทยมีการจัดการเรียนการสอนเฉพาะในวัง ในวัด และที่บ้าน โดยมีพระภิกษุ นักปราชญ์ พ่อแม่ หรือช่างวิชาชีพต่างๆ เป็นผู้สอนและถ่ายทอดความรู้ให้ ซึ่งจะสอนเกี่ยวกับการอ่านและการเขียนภาษาไทย เช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน รวมไปถึงด้านโหราศาสตร์ และไสยศาสตร์ด้วย แต่จะไม่มีแบบแผนในการเรียนการสอนและการวัดผล (ไม่มีระบบการสอบไล่นั่นเอง)
 
การศึกษาของประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5
     ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิรูปการศึกษา เนื่องจากทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา ทรงตระหนักว่าการปรับปรุงคนในประเทศ ทั้งพระบรมวงศานุงวงศ์ ขุนนาง ข้าราชการ และราษฎรทั่วไป ให้มีความรู้ความสามารถ อ่านออกเขียนได้ จะสามารถช่วยให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน และรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของชาวตะวันตกด้วย จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดระเบียบแบบแผนด้านการศึกษารูปแบบใหม่ ให้มีการจัดตั้งโรงเรียน กำหนดวิชาเรียน มีครูสอนตามเวลาที่กำหนด มีการสอบไล่สามัญศึกษาขึ้น มีทุนเล่าเรียนหลวงให้ไปเรียนต่างประเทศ เพื่อกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และยังจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบด้านการศึกษาขึ้นด้วย
 

 
     ในช่วงแรกพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง โดยมีการสอนหนังสือไทย การคิดเลข และขนบธรรมเนียมราชการ อีกทั้งยังมีการจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับสอนภาษาอังกฤษในพระบรมมหาราชวัง และส่งนักเรียนไทยไปเรียนวิชาครูที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผลกระทบของการเมือง ส่งผลให้ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อเจรจากับมหาอำนาจตะวันตก
 
     นอกจากนี้มีการปรับปรุงโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ให้เป็นโรงเรียนนายทหารมหาดเล็ก และเป็นโรงเรียนฝึกหัดข้าราชการพลเรือน เพื่อใช้ในการเตรียมคนเข้ารับราชการในรูปแบบการปกครองใหม่ ซึ่งต่อมาโรงเรียนนี้ก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเองค่ะ
 

 
     หลังจากพระองค์ทรงประกาศเลิกทาส ก็โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนวัดมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนสำหรับราษฎรขึ้น เพื่อให้ได้รับการศึกษา ให้มีวิชาความรู้นำไปประกอบอาชีพได้ และไม่กลับมาเป็นทาสอีก อีกทั้งยังมีการจัดตั้งโรงเรียนต่างๆ ขึ้นมากมาย เพื่อขยายโอกาสการศึกษาให้แพร่หลายมากขึ้น เช่น โรงเรียนสตรี โรงเรียนแพทย์ โรงเรียนมูลศึกษา โรงเรียนฝึกหัดครู เป็นต้น
 
     เมื่อจำนวนโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องมีหน่วยงานเฉพาทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการศึกษา จึงโปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งกรมศึกษาธิการ ภายหลังยกฐานะเป็นกระทรวงธรรมการ ซึ่งในปัจจุบันคือ กระทรวงการศึกษาธิการค่ะ
 
      สำหรับแบบเรียนที่ใช้ในโรงเรียนขณะนั้น มีทั้งหมด 6 เล่ม ได้แก่ มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ พิศาลกานต์ ซึ่งต่อมาให้เปลี่ยนมาใช้”หนังสือแบบเรียนเร็ว” ของกรมหมื่นดำรงราชานุภาพแทนค่ะ
 
      ทุกวั้นนี้ประเทศไทยเรามีการเรียนการสอนแบบระบบโรงเรียน เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีสายพระเนตรที่กว้างไกล วางรากฐานระบบการศึกษาให้กับประเทศไทยตั้งแต่ในอดีต


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
www.moe.go.th
www.chula.ac.th

 
พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
เรโกะ จิทาคุ Member 26 ต.ค. 60 21:01 น. 2

เดี๋ยวนักเรียนที่มาก็มาต่อว่าค่ะ เหอๆ เห็นในยูทูบเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพราะไม่เห็นคุณค่าของการศึกษาสินะเนี่ย???

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด