
ก่อนเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ขอเล่าถึงเดือนตุลาคมสักนิด ปกติเดือนนี้จะมีการประกาศรางวัลโนเบล (The Nobel Prize) รางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติที่มอบให้กับงานวิจัยหรืออะไรก็ตามที่มีประโยชน์กับมนุษยชาติ ซึ่งในปี 2017 ก็ประกาศไปเป็นที่เรียบร้อย รางวัลที่น่าสนใจในปีนี้ก็คือ รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ของนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน 3 คน ที่คิดค้นเทคโนโลยีที่นำไปสู้การตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงได้สำเร็จ
จริงๆ แล้วเวทีนี้ มีผลงานที่น่าสนใจมากมายเต็มไปหมดค่ะ และในช่วงที่ผ่านมาก็มีสีสันที่พูดถึงรางวัลโนเบลในอดีต พี่มิ้นท์จะขอเล่าถึงรางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์และการแพทย์ ในปี 2005 (12 ปีที่แล้ว) ที่นับว่าเปลี่ยนโลกและวงการแพทย์ไปพอสมควรเลย เพราะเจ้าของรางวัลลงทุนกลืนเชื้อแบคทีเรีย เพื่อพิสูจน์สมมติฐานของตัวเองว่า แบคทีเรีย "เฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร" เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอาหารอักเสบ
จริงๆ แล้วเวทีนี้ มีผลงานที่น่าสนใจมากมายเต็มไปหมดค่ะ และในช่วงที่ผ่านมาก็มีสีสันที่พูดถึงรางวัลโนเบลในอดีต พี่มิ้นท์จะขอเล่าถึงรางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์และการแพทย์ ในปี 2005 (12 ปีที่แล้ว) ที่นับว่าเปลี่ยนโลกและวงการแพทย์ไปพอสมควรเลย เพราะเจ้าของรางวัลลงทุนกลืนเชื้อแบคทีเรีย เพื่อพิสูจน์สมมติฐานของตัวเองว่า แบคทีเรีย "เฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร" เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอาหารอักเสบ

credit : www.helicobacter.com
เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์และการแพทย์ ในปี 2005 เป็นแพทย์ 2 ท่านชาวออสซี่ คือ Barry J. Marshall จากมหาวิทยาลัยแห่งเวสเทิร์นออสเตรเลีย และ J. Robin Warren ผู้ชำนาญการด้านอายุรเวท
แรกเริ่มเดิมที ดร.วอร์เรน เป็นคนพบเจอแบคทีเรียที่ชื่อ เฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร หรือ H. Pylori (Helicobacter pylori) จากการสังเกตคนไข้ของตัวเองว่า คนที่เป็นโรคกระเพาะ เมื่อตัดชิ้นเนื้อมาตรวจก็จะเจอแบคทีเรียตัวนี้ คนกระทั่งมาร์แชล ซึ่งขณะนั้นเป็นคุณหมออยู่ ก็เกิดสนใจสิ่งที่วอร์เรนค้นพบ แล้วก็ร่วมมือกันค้นคว้าและวิจัยต่อไป โดยได้ศึกษาชิ้นเนื้อจากผู้ป่วยราวๆ 100 คนก็ตรงตามสมมติฐานว่า มีการเจอแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ในเนื้อเยื่อของผู้ป่วยที่กระเพาะอาหารอักเสบ ทั้งสองคนตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่ตนเองได้เจอ และอยากบอกต่อให้วงการแพทย์ได้รับรู้

credit: https://en.wikipedia.org/wiki/Helicobacter_pylori
ถ้ามีคนมาบอกน้องๆ ว่า เจอแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารจะเชื่อมั้ย? ถ้าไม่เชื่อก็คงเป็นปกติทั่วไปในตอนนั้น เพราะเมื่อเขาทั้งสองได้เสนอสมมตินี้ออกไป คนส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อค่ะ เพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่า กระเพาะอาหารมีสภาพเป็นกรด แบคทีเรียที่ไหนจะอยู่ได้ ดังนั้นสมมติฐานนี้ไม่น่าเป็นไปได้เลย รวมถึงโรคกระเพาะอาหารมีสาเหตุอีกหลายอย่าง เช่น ความเครียด กินอาหารเผ็ด การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงเรื่องพันธุกรรม

credit: www.medicinenet.com/helicobacter_pylori/article.htm
แม้บอกใครต่อใครไม่เป็นผล ก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามของคุณหมอสองท่านลดลงไปเลย แต่กลับยิ่งค้นคว้า ทดลอง เพาะเชื้อกันอยู่นานสองนาน บางขั้นตอนอาจต้องใช้เวลาเป็นปีๆ แถมยังเพาะเชื้อออกมาไม่สำเร็จอีก แต่ก็เหมือนโชคเข้าข้างเพราะในปี 1982 อยู่ดีๆ ก็มีเชื้อตัวหนึ่งเกิดระบาดขึ้นมา พวกเขาจึงต้องไปเพาะตรวจสอบเชื้อตัวนั้นก่อน ทำให้จานเพาะเชื้อเฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร ถูกลืมไปเป็นเวลากว่า 5 วัน ในที่สุดก็เพาะเชื้อขึ้นมาจนได้ พวกเขาได้พยายามทดลองกับสัตว์เพื่อยืนยันสมมติฐาน แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าไหร่ สุดท้าย มาร์แชล จึงตัดสินใจกลืนแบคทีเรียนั้นด้วยตนเอง หวังจะให้ตัวเองติดเชื้อนั้นจริงๆ จะได้รู้กันไปเลย!!
ถึงแม้จะเป็นการทดลองที่พิสดารและไม่น่ามีใครทำตาม แต่ก็ต้องนับถือเขาเลยล่ะ เพราะในท้ายที่สุดก็ได้ผลตามต้องการคือ 5 วันถัดมาหลังจากกลืนเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไรเข้าไป ก็มีอาการอาเจียนอย่างหนัก ส่องกล้องแล้วพบว่ากระเพาะเกิดการอักเสบรุนแรง ซึ่งเป็นผลจากการที่แบคทีเรียชนิดนี้เข้าไปอยู่และทำให้เกิดโรค โดยหลังจากนั้น 2 สัปดาห์ก็ได้ลองกินยาปฏิชีวนะ อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 1994 สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาก็ได้ตีพิมพ์ในทางสนับสนุนสมมติฐานของแพทย์ทั้ง 2 ท่านนี้ว่า โรคแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอาหารอักเสบ ส่วนใหญ่น่าจะมีสาเหตุมาจากเชื้อเฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร และสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ
ความทุ่มเทและตั้งใจ ที่หาใครจะทดลองแบบนี้ได้ แถมยังเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง ทั้ง 2 ท่านจึงได้รางวัลโนเบลสาขาสรีรศาสตร์และการแพทย์อย่างไร้ข้อกังขาค่ะ
จากเรื่องนี้พี่มิ้นท์ก็ได้ข้อคิดว่า ถ้าเราตั้งใจทำอะไร ทุ่มเทถึงที่สุด สักวันนึงคนอื่นจะต้องเห็นที่เราทำค่ะ และที่สำคัญ การทดลองและพยายามหาความจริงแบบนี้นี่แหละ คือคุณสมบัติของนักวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง น้องๆ ก็อย่าลืมเอาข้อดีของทั้ง 2 ท่านไปเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองกล้าคิดและกล้าลงมือทำ (แต่ก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะ^^)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
www.science.org.au/learning/general-audience/history/nobel-australians/2005-nobel-prize-physiology-or-medicine,
https://youtu.be/oVZ2VlH3Cdk,
www.helicobacter.com/,
www.medicinenet.com/helicobacter_pylori/article.htm,
https://en.wikipedia.org/wiki/Helicobacter_pylori,
www.nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/2005/,
www.vcharkarn.com/varticle/320,
www.nbcnews.com/id/9576387/ns/health-health_care/t/two-australians-win-nobel-prize-medicine/#.Wff_tWi0PIW
www.science.org.au/learning/general-audience/history/nobel-australians/2005-nobel-prize-physiology-or-medicine,
https://youtu.be/oVZ2VlH3Cdk,
www.helicobacter.com/,
www.medicinenet.com/helicobacter_pylori/article.htm,
https://en.wikipedia.org/wiki/Helicobacter_pylori,
www.nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/2005/,
www.vcharkarn.com/varticle/320,
www.nbcnews.com/id/9576387/ns/health-health_care/t/two-australians-win-nobel-prize-medicine/#.Wff_tWi0PIW

0 ความคิดเห็น