รู้หรือไม่ แฮร์รี่ พอตเตอร์, ทไวไลท์ และฮังเกอร์เกมส์มีตอนจบเหมือนกัน!

รู้หรือไม่ แฮร์รี่ พอตเตอร์, ทไวไลท์ และฮังเกอร์เกมส์
มีฉากจบเหมือนกัน!


 

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน เชื่อว่าใครหลายคนคงเคยอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์, ทไวไลท์ และฮังเกอร์เกมส์กันใช่มั้ยคะ? แหงล่ะ ก็ทั้งสามเรื่องเป็นนิยายที่โด่งดังระดับโลก! แล้วน้องๆ เคยรู้บ้างหรือเปล่าว่านอกจากจะเป็นแนวแฟนตาซีเหมือนกันแล้ว ทั้งสามเรื่องยังมีตอนจบเหมือนกันด้วย! พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ แต่ฉากจบในแต่ละภาคของทั้งสามเรื่องน่ะเหมือนกันจริงๆ วันนี้พี่น้ำผึ้งเลยอาสาหยิบฉากจบของนิยายทั้งสามเรื่องมาเปรียบเทียบให้น้องๆ ดู จะเรียกว่าเป็นสูตรสำเร็จของซีนจบก็ว่าได้ค่ะ

 



 

หลักๆ แล้วฉากจบจะประกอบด้วย 4 สเต็ปง่ายๆ ดังนี้ คือ (1.) ตัวร้ายทำให้ตัวเอกสลบและหมดสติไป จากนั้น (2.) ตัวเอกฟื้นขึ้นมาอย่างปลอดภัยในโรงพยาบาล และ (3.) ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะ (4.) รับรู้ความจริงหรือเรื่องราวทั้งหมดจากเพื่อนหรือคนที่มาเยี่ยมเขา

ซึ่ง 4 สเต็ปนี้แหละที่เป็นความเหมือนของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทไวไลท์และฮังเกอร์เกมส์ค่ะ และต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับ 4 ข้อง่ายๆ ในการสร้างเรื่องราวที่โดดเด่นไม่เหมือนใครโดยใช้พล็อตเดียวกัน จะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาดูเลยดีกว่าจ้า

 


แฮร์รี่ พอตเตอร์ ตัวเอกในหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์เองก็สลบหลังจากสู้กับควีเรลล์

 

ตัวเอกหมดสติหลังต่อสู้กับตัวร้าย

เริ่มจากการต่อสู้ไฟท์กันระหว่างทีมตัวเอกกับทีมตัวร้าย ผลออกมาจะแพ้หรือชนะ ตัวร้ายจะรอดหรือจะตายนั้นขึ้นอยู่กับนักเขียน แต่หลักๆ ที่ต้องมีและขาดไม่ได้คือ “ตัวเอกต้องสลบ” ค่ะ ทั้งนี้เพื่อให้นักอ่านลุ้นตามและให้เรื่องดำเนินต่อไปได้นั่นเอง

อย่างในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ หลังจากที่แฮร์รี่ต่อสู้เพื่อแย่งชิง (ปกป้อง) ศิลาอาถรรพ์จากโวลเดอร์มอร์ในร่างศาสตราจารย์ควีเรลล์ เขาก็สลบและหมดสติไป ดังข้อความในบทที่ 17 ที่ว่า

“He felt Quirrell’s arm wrenched from his grasp, knew all was lost, and fell into blackness, down . . . down . . . down . . .”
 

ขณะที่ในทไวไลท์เองก็เช่นกัน หลังจากที่เบลล่าต่อสู้กับเหล่าแวมไพร์ เธอก็สลบไป ดังข้อความในบทที่ 23 ที่ว่า

“I felt my consciousness slipping as the pain subsided.  I was afraid to fall into the black waters again . . . ‘Sleep now, Bella’ were the last words I heard.”

แต่ในกรณีนี้เบลล่าไม่ได้เป็นลมหมดสติทันทีเหมือนกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างที่บอกให้เธอหลับก่อนที่เธอจะสลบไปจริงๆ
 

ตัดภาพมาที่ฮังเกอร์เกมส์ แคตนิสเองก็สลบหลังจากที่จบการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ของเธอ ดังข้อความในบทที่ 26 ที่ว่า 

“I start hurling myself against the glass, shrieking and I think I just catch a glimpse of pink hair — it must be Effie, it has to be Effie, coming to my rescue — when the needle jabs me from behind.”  
 

เห็นได้ชัดเลยว่าตัวเอกของนิยายทั้งสามเรื่องสลบหมด! ไม่เหมือนกันก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว 

 


เบลล่าฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพยาบาล

 

ตัวเอกตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล

น้องๆ สังเกตมั้ยคะว่า หลังจากที่ตัวเอกของทั้งสามเรื่องเป็นลมล้มพับและหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมา พวกเขาจะเริ่มเห็นแสงสว่างมากระทบตาก่อนจะพบว่านี่คือโรงพยาบาล! อันนี้เป็นเรื่องจริงเลย ไม่มีที่ไหนจะเหมาะเท่ากับโรงพยาบาลอีกแล้วค่ะ
 

อย่างในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ แฮร์รี่ฟื้นขึ้นและพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงนอนในห้องพยาบาล ดังข้อความในหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ บทที่ 17 ว่า

“Something gold was glinting just above him.” . . .  “He realized he must be in the hospital wing.  He was lying in a bed with white linen sheets . . .”
 

ในทไวไลท์เองก็เช่นกัน เบลล่าเห็นแสงสว่างบางอย่าง ซึ่งเธอเดาว่านั่นต้องเป็นโรงพยาบาลแน่นอน ดังข้อความในหนังสือทไวไลท์ บทที่ 24 ว่า

“My eyes opened to a bright, white light. . . . I was propped up on a hard, uneven bed — a bed with rails.  The pillows were flat and lumpy.  There was an annoying beeping sound somewhere close by.”
 

ขณะที่ในฮังเกอร์เกมส์ก็เหมือนกับสองเรื่องบนได้อีก แคตนิสตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาลเช่นกัน ดังข้อความในหนังสือฮังเกอร์เกมส์ บทที่ 26 ว่า

“When I wake, I’m afraid to move at first.  The entire ceiling glows with a soft yellow light allowing me to see that I’m in a room containing just my bed. . . . The air smells of something sharp and antiseptic.  My right arm has several tubes that extend into the wall behind me.” 

 


แคตนิสจากฮังเกอร์เกมเองก็เป็นเหมือนกัน

 

เกิดอะไรขึ้นกับฉัน?

เมื่อตัวเอกของฟื้นขึ้นมา ประโยคแรกที่พูดมักไม่ใช่ “ฉันอยู่ที่ไหน?” แต่เป็น “เกิดอะไรขึ้น?” หรือไม่ก็แสดงความเป็นห่วงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ส่วนคนที่เฝ้าดูอาการ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ญาติ ครอบครัว หรือคนสำคัญของตัวเอกก็มักจะพูดด้วยประโยคที่ว่า “เกือบสายไปแล้ว...”  เรามาดูตัวอย่างจากทั้งสามเรื่องนี้เลยดีกว่าค่ะ
 

ในบทที่ 17 ของหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ หลังจากที่แฮร์รี่ฟื้นขึ้นมา เขาก็ถามดัมเบิลดอร์ทันทีเลยว่า “ผมอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้วฮะ?” จากนั้นดัมเบิลดอร์จึงอธิบายให้ฟังว่าเขามาช่วยแฮร์รี่จากควีเรลล์ได้ทันเวลาพอดีและปิดท้ายด้วยประโยคที่มีนัยยะว่า “เกือบสายไปแล้วมั้ยละ” อย่าง “ฉันกลัวว่าจะมาช่วยเธอสายไป”

ในหนังสือทไวไลท์ บทที่ 24 หลังจากที่เบลล่าฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอถามเอ็ดเวิร์ดก็คือ “เกิดอะไรขึ้น” เช่นกัน แต่เพิ่มเติมคือเป็น “เกิดอะไรขึ้นหรอ? จำอะไรไม่เห็นได้เลย พยายามจำแล้วแต่ก็นึกไม่ออก” ซึ่งเอ็ดเวิร์ด พระเอกของเรื่องก็ตอบด้วยประโยคประมาณดัมเบิลดอร์พูดกับแฮร์รี่เลยว่า “ฉันเกือบมาช่วยเธอไม่ทันแล้ว...”

ขณะที่แคตนิสในฮังเกอร์เกมส์เองก็เป็นเหมือนกัน เธอแสดงความเป็นห่วงถามถึงพีต้าว่าปลอดภัยหรือเปล่า ยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ยค่ะ

 


ดัมเบิลดอร์กำลังเฉลยความจริง
 

ได้เวลาเฉลยความจริงทั้งหมด

หลังจากฟื้นขึ้นมาแล้ว สังเกตไหมคะว่าตัวเอกจะได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้นจากปากคนรอบกาย ซึ่งตรงส่วนนี้ นิยายทั้งสามเรื่องจะใช้การเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นแทนการแสดง Action ของตัวละครค่ะ เช่น

ในแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ดัมเบิลดอร์เล่าให้แฮร์รี่ฟังว่าเขามาช่วยแฮร์รี่ได้ทันเวลา และปิดท้ายไปว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและศาสตราจารย์ควีเรลล์ในชั้นใต้ดินนั้นเป็นความลับ ดังนั้นทั้งโรงเรียนก็เลยรู้”

ขณะที่ในทไวไลท์ เอ็ดเวิร์ดบอกกับเบลล่าว่า “เธอตกบันไดและร่วงลงไปตรงหน้าต่าง” ส่วนในบทที่ 26 ของฮังเกอร์เกมส์ เฮย์มิทช์เองก็บอกแคตนิสว่า “การป้องกันตัวเดียวของเธออาจทำให้เธอหลงรักตัวเธอได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเธอ”

จะเห็นได้ว่าตัวละครจะใช้วีธีการเล่าเรื่องแทน รวมถึงบอกความจริงด้วยวิธีการพูดที่แตกต่างกันไปค่ะ

 

4 สเต็ปนี้ดียังไง

  • หลังจากที่ตัวเอกต่อสู้กับตัวร้ายและหมดสติไป มันทำให้เราลุ้นตามอย่างใจจดใจจ่อเลยว่าตัวเอกจะตายหรือเปล่า นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและเสียสละของตัวเอก ทำให้เรารู้สึกประทับใจขึ้นค่ะ
  • การที่คนอื่นยืนมือเข้าช่วยเหลือตัวเอกจะทำให้เขาดูไร้เดียงสา ดูเป็นตัวละครที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่คิดทำร้ายหรือฆ่าใครแน่นอน เว้นแต่เสียว่านิยายเรื่องนั้นมันหักมุมนะคะ
  • การใช้การเล่าเรื่องแทนการบรรยายการกระทำช่วยให้ประหยัดหน้ากระดาษและทำให้ตอนจบไม่เยิ่นเย้อหรือน่าเบื่อ ชวนให้ลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นในบทหรือเล่มถัดไปค่ะ

     

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องที่นำมาฝากในวันนี้ หลายคนคงคาดไม่ถึงเลยว่ามันเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ค่ะ แล้วพี่ก็เชื่อว่ายังมีนิยายอีกมากมายที่นำ 4 สเต็ปนี้มาใช้ เพราะงั้นถ้าใครนึกไม่ออกว่าจะเขียนฉากจบแบบไหนให้คนอ่านชวนลุ้น พี่น้ำผึ้งขอแนะนำให้ลองหยิบ 4 สเต็ปจากนิยายชื่อก้องโลกไปเขียนได้เลยค่ะ รับรองว่าดีงามแน่นอน ส่วนครั้งหน้าจะนำเรื่องไหนมาฝากนั้น รอติดตามได้เลยจ้า

 
 

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก betternovelproject.com
ขอขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์


 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
knack Member 22 พ.ย. 60 12:08 น. 2

อันนี้ต้องรวมinterstellaด้วย พระเอกสลบ มีคนมาช่วยในขณะที่เชื้อเพลิงกำลังจะหมด พระเอกถามว่าเกิดอะไร มีคนเล่าให้ฟัง

0
กำลังโหลด
King of ducks Member 6 มิ.ย. 63 22:51 น. 3

เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองก็ใช้แพทเทิร์นนี้ในนิยายตัวเองโดยบังเอิญ แต่ตัวเอกที่สลบไป พอตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลแล้ว คนที่เล่าให้ฟังเป็นข่าวบนโทรทัศน์ ประหยัดเวลาขึ้นไปอีก ฮร่า >> เผื่ออยากไปดูแพทเทิร์นนี้ ดูได้ที่ตอนท้าย บทที่ 18 https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1860950

0
กำลังโหลด
Smile in wonderland Member 7 มิ.ย. 63 08:43 น. 4

"สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและศาสตราจารย์ควีเรลล์ในชั้นใต้ดินนั้นเป็นความลับ ดังนั้นทั้งโรงเรียนก็เลยรู้"

.

.

.

หือ?????

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด