เมื่อเด็กมัธยมจะซื้อหนังสือมือสอง (ออนไลน์) ไม่อยากโดนโกง ต้องอ่าน!

        สวัสดีค่ะ น้องๆ สมัยนี้เก่งขึ้นเยอะ สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง การซื้อของออนไลน์ก็เลยไม่ใช่เรื่องยากหรือเรื่องใหม่อะไร แต่ที่น่าห่วงคือ การซื้อของโดยตรงจากคนที่ไม่รู้จักก็ไม่ได้ปลอดภัย 100% ค่ะ มักจะมีข่าวโดนโกงกันมาเรื่อยๆ และเด็กมัธยมก็เป็นกลุ่มที่น่าตกเป็นเหยื่อ เพราะยังเด็กและยังไม่รอบคอบเท่าที่ควร
 

กระทู้เตือนภัย ซื้อหนังสือมือสองออนไลน์ www.dek-d.com/board/view/3803237/
 

        สืบเนื่องจากกระทู้นี้ www.dek-d.com/board/view/3803237/ เป็นอีกกระทู้เตือนภัยที่น่าตกใจมากๆ เพราะเดี๋ยวนี้เด็กมัธยมจะซื้อหนังสือมือสองกันเป็นปกติและมักจะซื้อขายกันแบบไม่เป็นทางการ คือ ติดต่อกันในกรุ๊ปหรือคุยกันส่วนตัว ถูกใจก็ซื้อ ไม่มีการตรวจเช็กจากระบบหรือเว็บไซต์ ถ้าเจอคนดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอคนร้ายจะตามจับตัวได้ยากมาก จะซื้อยังไงให้ปลอดภัย ซื้อยังไงไม่ให้เปลี่ยนจากซื้อของถูกกลายเป็นเสียตังค์ไปฟรีๆ พี่มิ้นท์มีข้อแนะนำ ดังนี้ค่ะ

 
  1. หลอกถามข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้า หรือ ขอดูรูปเพิ่มเติม
       มีหลายคนเห็นแก่ของถูก เจอโพสกองหนังสือขายถูก ก็รีบจอง รีบจ่าย เป็นเรื่องที่ไม่ควรสุดๆ หลังจากที่เราจองสินค้าแล้ว น้องๆ ควรคุยกับแม่ค้าสักนิด ไม่ใช่ได้เลขบัญชีมาแล้วรีบโอนทันที ลองถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือ ขอดูรูปเพิ่มเติม เพื่อให้ชัวร์ว่าคนขายนั้นมีสินค้าจริงๆ เพราะถ้าไม่มีก็คงตอบอะไรเราไม่ได้ค่ะ อาจจะถามเช่น หนังสือเล่มนั้นหนามั้ยคะ มีกี่หน้า หรือ ถามเปรียบเทียบกับสินค้าที่วางขายพร้อมกันว่า เหมือน/ต่างจากเล่มนั้นยังไง บางทีเราเองก็ไม่รู้คำตอบหรอกค่ะ แต่การถามแบบนี้ คนโกงก็คงหวั่นๆ กลัวๆ เหมือนกันว่าจะตอบถูกหรือผิด
       รวมถึงเป็นการขอดูสภาพหนังสือจริงๆ ด้วย บางคนบอกหนังสือมือสองสภาพนางฟ้า แต่พอมาจริงเยินยิ่งกว่าหน้าตาตัวเองตอนสอบอีก ได้ของไม่ตรงกับรูปก็เป็นอีกเรื่องที่น่าเพลียมากค่ะ

  2. ให้แม่ค้าถ่ายรูปกับป้ายชื่อ
      เป็นวิธีง่ายๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ใช้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการซื้อขายค่ะ ถ้าเราเห็นคนขายของไม่โพสชื่อหรือวันที่ขายวางคู่สินค้า อย่าเพิ่งวางใจ เพราะอาจเป็นสินค้ามโนที่ไม่มีจริงก็ได้ วิธีง่ายๆ คือ ขอให้แม่ค้าเขียนชื่อให้ตรงกับชื่อเฟซบุ๊กหรือวันที่ ณ วันนั้น พร้อมวางคู่กับสินค้าที่เราซื้อค่ะ จะได้รู้ว่าแม่ค้ามีสินค้าขายอยู่จริงๆ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเกรงใจเนอะ เราจะเสียเงินทั้งทีก็ต้องได้ความมั่นใจสักหน่อย ที่สำคัญคนที่ตั้งใจขายของจริงๆ เรื่องแค่นี้ เป็นเรื่องเล็กมาก ยินดีทำให้อยู่แล้วค่ะ


บอกแม่ค้าว่าเขียนชื่อ+วันที่ คู่กับหนังสือให้หน่อย

  3. ถ้าเร่งให้โอนเงินผิดปกติ ไม่ควรซื้อ
      กฎการซื้อของออนไลน์ไม่ได้ตายตัวหรือมีสูตรสำเร็จ จะว่ากันตามตรงค่อนข้างยืดหยุ่น แต่แม่ค้าสามารถกำหนดเวลาในการโอนเงินได้ค่ะ เช่น จองและโอนภายใน 1 วัน หรือ 2 วัน ถ้าเกินกว่านี้จะถือว่ายกเลิกและให้คนอื่นได้ซื้อต่อ ตรงนี้ถือว่าปกติมากๆ และผู้ซื้อก็ควรเคารพกฎนี้ค่ะ
       แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ตกลงซื้อปุ๊บ แล้วเร่งถามทุกสามชั่วโมงว่าจะโอนหรือยัง จะโอนให้เมื่อไหร่ หรือกำหนดว่าขอภายในวันนี้เท่านั้น ไม่ค่อยน่าไว้ใจค่ะ  

   4. แกล้งขอเบอร์โทร และโทรไปสอบถาม
       ส่วนใหญ่ไม่ค่อยถึงขั้นใช้วิธีนี้ค่ะ แต่ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน คือ ขอเบอร์คนขายไว้ เพราะเบอร์มือถือเดี๋ยวนี้ต้องผูกกับบัตรประชาชนเจ้าของเบอร์ ถ้าคนขายให้มา ทางเลือกก็มีแค่ 2 อย่าง ว่าจะให้เบอร์มั่ว หรือ เบอร์จริง แล้วลองโทรไปถามรายละเอียดสินค้านิดๆ หน่อยๆ เพื่อเช็กว่ามีตัวตนและเป็นเบอร์แม่ค้าจริงๆ สามารถติดต่อได้ และถ้ามีปัญหาอะไร ก็ส่งเบอร์นี้ไปแจ้งความเพื่อตามตัวได้ค่ะ

   5. เอาชื่อไปเสิร์ช "xxxxxxx โกง"
       ก่อนเข้าถึงขั้นตอนการโอนเงิน เสียเวลาอีกนิด เข้า google เอาชื่อเจ้าของบัญชีไปเสิร์ชในกูเกิ้ลว่ามีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับชื่อนี้หรือเปล่า อาจใช้คีย์เวิร์ด " (ชื่อ)xxxx โกง" ก็ได้ ถ้าปรากฏชื่อนี้แล้วตามด้วยคำว่าโกงทันที แสดงว่าเจอมิจฉาชีพเข้าให้แล้ว
   6. เก็บหลักฐานต่างๆ ไว้
       ถ้าทำทุกอย่างจนมั่นใจได้ว่าน่าจะเป็นแม่ค้าตัวจริง และทำการโอนไปแล้ว หลังการโอนให้เก็บหลักฐานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสลิปการโอน/สำเนาการฝากเข้าธนาคาร  เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราได้โอนไปจริงๆ หากเกิดปัญหาภายหลังจะได้มีหลักฐานในการยืนยันและติดตามบัญชีปลายทาง อย่ามองว่ามันเป็นขยะแล้วรีบขยำทิ้งนะ รอจนกว่าจะได้รับสินค้าที่สั่งค่อยทิ้งก็ได้

   7. ซื้อในเว็บที่น่าเชื่อถือ
       ข้อนี้ก็สำคัญค่ะ ถ้าอยากหลีกเลี่ยงปัญหานี้ จุดเริ่มต้นก็คือ ซื้อของในเว็บที่เชื่อถือได้ค่ะ ตอนนี้หลายๆ เว็บมีระบบกรองคนขายในระดับหนึ่ง เช่น ถ้าสั่งซื้อของไปแล้ว เงินของเราจะไปอยู่ที่ระบบของเว็บก่อน จนกว่าเราได้สินค้าถึงจะโอนเงินให้ร้านค้า แต่ถ้าเราไม่ได้รับสินค้า เงินก็จะคืนกลับมาค่ะ แต่ถ้าเป็นเว็บของร้านเอง ก็ให้ดูรีวิว จำนวนการซื้อขาย การให้ข้อมูล และการอัพเดทร้านค้าที่ควรจะมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้ช่วยให้เราปลอดภัยจากการซื้อขายออนไลน์ได้จริง

   8. ถ้าได้เลขพัสดุมา ให้รีบเช็ก เพราะบางครั้งแม่ค้าอาจเอาเลขคนอื่นมาใช้
       ถ้าคนขายส่งสินค้าแล้วแต่ไม่ได้ให้เลขพัสดุมา ต้องทวงค่ะ! เลขพัสดุ ก็คือ เลขหน้ากล่องที่ไปรษณีย์แปะไว้ มี 13 หลัก ประกอบไปด้วยภาษาอังกฤษ 4 ตัว (อยู่หน้า 2 ตัวและหลัง 2 ตัว) โดยมีตัวเลขคั่นตรงกลาง 9 ตัว เช่น EL123456789TH เพื่อติดตามว่าพัสดุอยู่ตรงไหนแล้ว โดยนำไปเช็กที่เว็บของไปรษณีย์ ซึ่งเลขนี้ถือว่าสำคัญมาก
 

       แต่! ก็มีกลโกงอยู่ดี เพราะสามารถเอาเลขของคนอื่น (ร้านอื่น) ที่ส่งแล้วมาให้เราได้ ดังนั้น ถ้าแม่ค้าให้เลขอะไรมา ให้นำไปเช็กค่ะ ถ้าเพิ่งส่ง จะขึ้นสถานะว่า "รับเข้าระบบ" แต่ถ้าขึ้นสถานะว่ามีคนรับแล้ว แสดงว่า แม่ค้าไปเอาเลขของร้านอื่นมาให้ แปลว่าอาจจะไม่มีของส่งมาให้เราก็ได้ แต่ถ้าขึ้นว่า "ไม่พบข้อมูลในระบบ" อาจจะเกิดจากข้อมูลยังไม่เข้าระบบ ให้รอสักครึ่งวันแล้วเช็กใหม่ ถ้ายังไม่ขึ้นอีกก็เข้าข่ายน่าสงสัย
 
       พี่มิ้นท์ขอชื่นชมน้องๆ ที่รู้คุณค่าของเงิน ของเก่าบางอย่างก็ใช้ได้ เช่น หนังสือเตรียมสอบ ชีทเรียนต่างๆ ไม่ต้องซื้อใหม่แพงๆ แต่มิจฉาชีพมันแฝงตัวอยู่ทุกที่ ถ้าเราไม่ระวังก็จะกลายเป็นเหยื่อซะเอง ดังนั้น 8 ข้อข้างต้นก็เป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากให้ทำทุกครั้งในการซื้อของออนไลน์ค่ะ อย่าให้คำว่า "เด็ก" มาทำให้ตัวเองไม่ปลอดภัย น้องๆ คนไหนมีวิธีอื่นๆ ก็มาแชร์ไอเดียกันได้นะคะ^^
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด