สวัสดีค่ะ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระแส "จิตอาสา" มาแรงมากๆ นับเป็นภาพประทับใจที่เห็นคนไทยร่วมแรงร่วมใจเป็นจิตอาสาทำความดี แต่จริงๆ แล้ว "จิตอาสา" ไม่ได้อยู่แค่ช่วงใดช่วงหนึ่ง บางคนเป็นจิตอาสามาทั้งชีวิต ในขณะที่คนรุ่นใหม่ก็เริ่มเข้าสู่การเป็นจิตอาสาเต็มตัว ที่สำคัญยังเอาความรู้จากการเรียนไปทำประโยชน์ต่อได้อีกด้วย
พูดมาขนาดนี้แล้ว พี่มิ้นท์ขอแนะนำ "น้องอุ้ม" นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ปทุมวัน กับความสามารถที่หลากหลาย และทำประโยชน์ให้กับตนเอง โรงเรียน และสังคมมาตลอด จะเป็นเด็กเก่งและเด็กดีขนาดไหน ก็รอดูรางวัลการันตีของน้องอุ้มได้เลยค่ะ
Profile
ชื่อเล่น : อุ้ม
โรงเรียน : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
แผนการเรียน : ม.6 สายการเรียนอังกฤษ-จีน
สไตล์การเรียน : ชอบทั้งการเรียนและชอบทำกิจกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสา
พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
น้องอุ้ม : สวัสดีค่ะชื่อธนัชชา พันธ์โกศล ชื่อเล่นอุ้ม อยู่ ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน นิสัย เป็นคนเฮฮา สนุกสนาน ยิ้มเก่ง คุยเก่งและชอบทำกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสาค่ะ ส่วนการเรียนก็อยู่ในระดับที่พอใจค่ะ 3.50 ^^
น้องอุ้ม : สวัสดีค่ะชื่อธนัชชา พันธ์โกศล ชื่อเล่นอุ้ม อยู่ ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน นิสัย เป็นคนเฮฮา สนุกสนาน ยิ้มเก่ง คุยเก่งและชอบทำกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสาค่ะ ส่วนการเรียนก็อยู่ในระดับที่พอใจค่ะ 3.50 ^^
พี่มิ้นท์ : ชีวิตในรั้วสาธิต มศว เป็นยังไงบ้างคะ เล่าบรรยากาศในโรงเรียนให้ฟังหน่อยค่ะ
น้องอุ้ม : อุ้มเรียนที่สาธิต มศว มาตั้งแต่ชั้น ม.1 เลยค่ะ เรียนค่อนข้างหนักเพราะที่นี่มีแต่คนเก่งและขยันมากกก ทำให้เราต้องขยันตามไปด้วย อาจารย์ทุกคนเป็นทั้งครู พ่อ แม่ เพื่อน เข้าใจลูกศิษย์ รับฟังปัญหา ส่วนเพื่อนๆ ก็รักและช่วยเหลือกันดีมาตลอด
พี่มิ้นท์ : มีเรื่องไหนในโรงเรียน ที่น้องอุ้มประทับใจที่สุดคะ
น้องอุ้ม : จริงๆ มีหลายเรื่องนะคะ แต่ที่ประทับใจมากที่สุดคือตอนเรียนชั้น ม.3 มีการเลือกประธานรุ่น (รุ่น 60) คือ มีการลงคะแนนเลือกตั้งหย่อนบัตรลงกล่อง นับคะแนน เพื่อนในกลุ่มเชียร์ให้ลงแข่ง มีคนสมัคร 4 คน ตัวเองได้หมายเลข 3 พอวันนับคะแนนแบบเครียดมากๆ เพราะกลุ่มเพื่อนสนิทก็มีประมาณ 10 คนเท่านั้น ลุ้นว่าจะมีใครเลือกเรามั้ย
พอนับคะแนนเสร็จคือได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นคือตอนนั้นจำได้ว่าโทรมาบอกคุณแม่ตัวเองร้องไห้เลยบอกคุณแม่ว่าได้เป็นประธานรุ่นนะ คือดีใจที่เพื่อนเลือกเราเพื่อนให้ใจกับเรา อยากบอกอีกครั้งว่าขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคน
พี่มิ้นท์ : เรียนเอกจีนยากไหมคะ เรียนจบแล้วสามารถสื่อสารได้เลยหรือเปล่า
น้องอุ้ม : แผนการเรียนภาษาจีนที่อุ้มเรียน จะเรียนสัปดาห์ละ 6 คาบ คาบละ 50 นาทีค่ะ มีอาจารย์ที่สอน 2 คนเป็นคนไทย 1 คนและชาวจีน 1 คนค่ะ อาจารย์คนไทยจะสอน grammar conversation คำศัพท์ต่างๆ ส่วนอาจารย์ชาวจีนจะมีสอนเพิ่มให้เรื่องความรู้รอบตัว และเนื้อหาที่จะใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะด้วยความที่เป็นภาษาอื่น
แรกเริ่มที่เรียนก็ยากค่ะ เพราะตัวอักษรก็ใหม่ การออกเสียงก็ใหม่ แต่เป็นความชอบส่วนตัวเลยตั้งใจเรียนและหมั่นท่องศัพท์ ถ้าตั้งใจเรียนเรื่อยๆ ก็สามารถอ่านออกเขียนได้ และสื่อสารได้จริงค่ะ อย่างอุ้มเองจากที่ไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย ก็จะพยายามเรียนต่อไปให้เก่งๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้าค่ะ เพราะประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่และมีความสำคัญกับประเทศไทย ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยวและธุรกิจ
พี่มิ้นท์ : เรียนภาษาจีนมาแล้ว ได้นำความรู้ไปใช้ยังไงบ้างคะ
น้องอุ้ม : อุ้มมีโอกาสได้ใช้ภาษาจีนด้วยนะคะ ช่วงที่ไปบันทึกเทปที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มีชาวต่างชาติเยอะมากๆ รวมทั้งชาวจีน ได้มีโอกาสทำหน้าที่เจ้าบ้านชาวไทย พูดแนะนำ บอกทางชาวจีน ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสได้ใช้ภาษาจีนที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์ค่ะ
พี่มิ้นท์ : เห็นบอกว่าชอบทำกิจกรรมด้วย อยู่โรงเรียนได้ทำอะไรบ้างคะ
น้องอุ้ม : อุ้มได้เป็นประธานรุ่น เป็นเชียร์ลีดเดอร์ เป็นสต๊าฟดูแลรุ่นน้องเข้าค่ายต่างๆ ถือพานไหว้ครู แต่ที่ทำประจำตั้งแต่ ม.1 คือการเป็นพิธีกรงานต่างๆ ในโรงเรียนค่ะ ก็มีความสุขทุกครั้งที่ช่วยงานโรงเรียนเพราะได้ทำในสิ่งที่เราชอบค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทราบมาว่า น้องอุ้มยังทำกิจกรรมนอกโรงเรียนอีกเยอะเลย พอจะยกตัวอย่างกิจกรรมที่ประทับใจมาให้เพื่อนๆ ได้รู้จักหน่อยค่ะ
น้องอุ้ม : อุ้มจะทำกิจกรรมนอกโรงเรียนเยอะมาก ถ้าให้เลือกก็เลือกไม่ค่อยถูกเพราะประทับใจทุกกิจกรรมเลยค่ะ >//< ขอยกตัวอย่างตามนี้แล้วกันค่ะ
- เป็นพิธีกรจิตอาสาเพื่อพระพุทธศาสนาทำหลายรายการมากสิ่งที่ได้คือได้ช่วยกระตุ้นส่งเสริมให้เยาวชนหันมาสนใจธรรมะมากขึ้นในรูปแบบธรรมะที่ทันสมัยขึ้นกว่าแบบก่อน
- วิทยากรเล่านิทานพร้อมเสริมคุณธรรม จริยธรรมและวินัย ที่หอสมุดเมือง, พิพิธภัณท์เด็ก, ค่ายฤดูร้อนและค่ายต่างๆ ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯไทย-ญี่ปุ่น, ค่ายศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพรหมวงศาราม ก็ชอบเพราะได้ทำจิตอาสากับเด็กๆ จำนวนมากและผลสัมฤทธิ์ได้ตรงกับที่เราคาดหวังไว้
- จิตอาสาอบรมมัคคุเทศก์น้อยที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่าก็เป็นอีกกิจกรรมที่ภูมิใจมากๆ ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะมัคคุเทศก์น้อยรุ่นพี่ (รุ่นที่ 7) และสอนเรื่องการออกเสียงภาษาไทยให้ชัด ซึ่งปีนี้รุ่นที่ 4แล้ว มาช่วยงานเป็นปีที่ 6 และมัคคุเทศก์ทุกคนได้มีโอกาสทำหน้าที่กันในวันที่ 21 ต.ค.ของทุกปี ในงานน้อมรำลึกถึงสมเด็จย่าณ นิวาสถานเดิม ซึ่งอุ้มภูมิใจที่ได้ทำงานถวายให้สมเด็จย่าที่เป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทยทุกคนค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทำไมต้องทำกิจกรรมเยอะขนาดนี้ และแบ่งเวลาอย่างไรบ้างคะ
น้องอุ้ม : เพราะใจรักค่ะ เลยมีความสุขไม่เคยเบื่อเลย ส่วนเรื่องเรียนอุ้มจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว ในเวลาเรียนจะตั้งใจเรียน และรับผิดชอบงานที่อาจารย์สั่งไม่ให้ค้าง รวมทั้งถ้ามีเวลาว่างก็จะท่องศัพท์ทั้งอังกฤษและจีนเก็บใว้ เพราะรู้ว่าตัวเองเรียนไม่เก่งและชอบทำกิจกรรมจิตอาสาจึงต้องขยันให้มากๆ เพื่อไม่ให้เสียการเรียนค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทั้งเรียน ทำกิจกรรม ทำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี มีรางวัลการันตีด้วยใช่ไหมคะ?
น้องอุ้ม : ใช่ค่ะ เช่น
- รางวัลบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ด้านนันทนาการสาขาเยาวชนคนดีศรีนันทนาการ ของกรมพลศึกษา เป็นรางวัลที่อุ้มได้เข้ารับประทานโล่เกียรติคุณจากพระองค์โสมฯ ด้วยค่ะ
- รางวัลเยาวชนดีเด่นกรุงเทพมหานคร(ประกายเพชร)ด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ ของกรุงเทพมหานคร
- รางวัลบุคคลต้นแบบของสภาศิลปินสร้างสรรสังคม
- รางวัลเยาวชนต้นแบบสุขภาพดี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทุกรางวัลล้วนได้รับการคัดเลือกมาจากการมีผลงานด้านจิตอาสามาอย่างต่อเนื่อง ทุกรางวัลเป็นความภาคภูมิใจ และทำให้อุ้มตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำความดีและทำประโยชน์ต่อไปค่ะ
พี่มิ้นท์ : มีเคล็ดลับในการกล้าแสดงออก หรือกล้าสื่อสาร อย่างไรบ้าง
น้องอุ้ม : เด็กๆ ก็เป็นคนขี้อายค่ะ ต้องขอบคุณคุณแม่ที่ฝึกอุ้มมา ตอนเด็กๆ คุณแม่จะเขียนบทพูดสั้นๆ ใว้ให้ทุกวันให้อ่านและไปพูดหน้ากระจก และพาไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ่อยๆ จนทำให้กล้าแสดงออกและมีความมั่นใจตัวเองมากขึ้นค่ะ ซึ่งหลักสำคัญคือ ต้องเปิดใจให้กล้า ถ้ามัวแต่คิดว่าอายไม่กล้าก็จะไม่มีวันกล้า แล้วก็ค่อยๆ ฝึกไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการฝึกฝนค่ะ
พี่มิ้นท์ : เป้าหมายของน้องอุ้มอยากทำอะไรคะ
น้องอุ้ม : อนาคตอยากเป็นผู้ประกาศข่าวและอยากเปิดสอนภาษาจีน อยากทำทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ คำแนะนำที่ฝากให้น้องๆ ก็คือ ขอให้น้องๆ ตั้งใจเรียนเป็นหลัก ส่วนกิจกรรมก็ให้ดูตัวเองว่าชอบอะไรมากเป็นพิเศษก็ให้ตั้งใจ หมั่นฝึกฝนและอดทนต่ออุปสรรค คติประจำใจพี่อุ้มคือ "อย่ายอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้พยายาม" ฝากให้น้องๆ นำไปไปใช้ได้ค่ะ และพี่อุ้มก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนเดินตามฝันของตัวเองให้สำเร็จ และอย่าลืมนำความรู้ความสามารถกลับมาช่วยสังคมของเรานะคะ
กิจกรรมที่น้องอุ้มทำ ทำให้พี่มิ้นท์คิดคำถามขึ้นมาได้ว่า น้องเอาเวลาที่ไหนไปพักผ่อนนนน เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเด็ก ม.6 ทั้งเรียนหนัก สอบบ่อย และต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีก ดังนั้น ทำได้ขนาดนี้ พี่มิ้นท์ขอยกนิ้วให้เป็นต้นแบบเด็กไทยเลยค่า^^
คราวหน้าพี่มิ้นท์จะมีน้องคนไหนมาแนะนำ อย่าลืมติดตามกันนะคะ หรือ ถ้าใครอยากแนะนำเพื่อน หรือ แนะนำตัวเอง ก็กระซิบบอกพี่มิ้นท์ได้เลย^^
















0 ความคิดเห็น