ไขข้อข้องใจ เหตุใดนักเขียนต้อง "ฆ่าตัวละคร"
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน ไม่ว่าจะดูหนังหรืออ่านหนังสือ เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเกิดอาการหงุดหงิดกับพล็อตเรื่องที่ไม่เป็นดั่งใจเราเนอะ โดยเฉพาะเวลานักเขียนฆ่าตัวละครโปรดของเราเนี่ย มันน่าโมโหเป็นที่สุด คิดเหมือนกันใช่มั้ยล่ะคะ!? แต่นักเขียนก็คงต้องมีเหตุผลแหละ ไม่งั้นคงไม่ตัดสินใจทำหรอก วันนี้พี่น้ำผึ้งเลยขันอาสาพาน้องๆ มาไขข้อข้องใจว่าเหตุใดนักเขียน (ชื่อดัง) ทั้งหลายถึงชอบฆ่าตัวละครในนิยายกันด้วย จะเป็นเพราะอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยดีกว่าจ้า
ฆ่าเพราะเกลียดตัวละคร
ปี 1893 ประเทศอังกฤษแทบลุกเป็นไฟ เมื่อเชอร์ล็อค โฮล์มส์ดำเนินมาถึงจุดจบในตอน “ปัจฉิมปัญหา (The Final Problem)” เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ ได้เขียนให้เชอร์ล็อค โฮล์มส์พ่ายแพ้ให้แก่ศาสตราจารย์มอริอาตี้และพลัดตกเหวทั้งคู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แน่นอนว่าบรรดาแฟนๆ ไม่พอใจมาก สมาชิกนิตยสารสแตรนด์ที่ตีพิมพ์เรื่องสั้นชุดนี้กว่า 20,000 คนประกาศยกเลิกสมาชิก แฟนคลับบางส่วนถึงขั้นติดผ้าดำที่แขนเพื่อไว้ทุกข์ และบางคนจากอเมริกาถึงขั้นส่งจดหมายแสดงความไม่พอใจเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลก แล้วเหตุใดเซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ถึงได้ตัดสินใจ “ฆ่า” ตัวละครของเขาล่ะ?
เหตุผลง่ายๆ เลยก็คือ เขาเริ่มเกลียดตัวละครตัวเองและต้องการหลุดพ้นจากพันธนาการ ข้อผูกมัดระหว่างเขากับนักสืบหนุ่มสักที แม้ว่าท้ายสุดแล้วเซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์จะพาเชอร์ล็อค โฮล์มส์ฟื้นจากความตายก็ตามที ซึ่งเขาก็ได้อธิบายสาเหตุที่ฆ่าโฮล์มส์ไว้ว่า
“ผมเฝ้าโทษตัวเองเรื่องที่ทำให้สุภาพบุรุษคนนี้ (เชอร์ล็อค โฮล์มส์) ตาย แต่ผมมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องของการฆาตกรรมนะ มันคือการฆาตกรรมอันสมควร (Justifiable Homicide) ในการป้องกันตนเองมากกว่า เนื่องจากว่าถ้าผมไม่ฆ่าเขา เขานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายฆ่าผม”

เฟร็ด วีสลี่ย์
(via : pottermore)
ฆ่าเพราะจำเป็นต้องฆ่า
เจ.เค.โรว์ลิ่ง เป็นอีกหนึ่งนักเขียนคนดังที่ขึ้นชื่อว่าสังหารตัวละครตัวเองเป็นเบือ โดยเฉพาะในภาคสุดท้ายอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต บอกเลยว่ามีคนตายเพียบ ตายรัวๆ ตายยกแก็งค์ ตายจนพวกเราเสียน้ำตาไปเป็นลิตร
ครั้งหนึ่งโรว์ลิ่งเคยเผยว่า เธอจะฆ่าตัวละครรองที่ไม่เคยปรากฏออกมาในหนังสือเลยอย่าง “ฟลอเรียน ฟอร์เตสคิว” แต่เธอก็ไม่ได้ทำมันจนกระทั่งเขียนถึงเล่มสุดท้ายแล้วก็ตาม โดยโรว์ลิ่งได้เขียนถึงเรื่องนี้ลงบน Pottermore ไว้ว่า “เขาไม่ใช่พ่อมดตนแรกที่โวลเดอมอร์ฆ่าเพราะเขารู้มากเกินไป (หรือน้อยเกินไป) แต่เขาเป็นคนเดียวที่ฉันรู้สึกผิดเพราะมันเป็นความผิดของฉัน”
ไม่เพียงแค่นั้น ในวันครบรอบ 1 ปีสงครามฮอกวอตส์ เธอได้ออกมาแสดงความเสียใจที่ได้ฆ่าตัวละคร โดยเริ่มจากเฟร็ด วีสลี่ย์ก่อน ซึ่งโรว์ลิ่งยอมรับว่าการลงมือฆ่าเฟร็ดเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับเธอ

ท็องส์และรีมัส ลูปิน
(via : Metro)
ต่อมาในปี 2016 โรว์ลิ่งก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับรีมัส ลูปิน คนที่เธอตัดสินใจฆ่าแทนอาเธอร์ วีสลี่ย์ ซึ่งเธอก็ได้สารภาพว่าตอนแรกก็ไม่คิดจะฆ่าลูปินหรอก จนเธอได้เขียนภาคีนกฟินิกซ์นี่แหละ ความคิดเลยเปลี่ยน ดังนั้นถ้าอาเธอร์ยังมีชีวิต ลูปินก็ต้องตาย
สาเหตุหลักๆ เลยก็คือ โรว์ลิ่งคิดว่าอาเธอร์ วีสลี่ย์เป็นพ่อที่ดีมาก เผลอๆ อาจจะดีกว่าพ่อคนอื่นๆ ในซีรี่ส์แฮร์รี่ พอตเตอร์อีกด้วย ดังนั้นเธอจึงเลือกเก็บอาเธอร์เอาไว้ อย่างน้อยหลังสงครามจบ เด็กๆ ก็จะยังดีใจที่ไม่ได้เสียพ่อดีๆ ไป

เจ้าหน้าที่โคลสันจากหน่วย S.HI.E.L.D.
(via : Radiotimes)
และอีกคนที่ขึ้นชื่อว่าฆ่าตัวละครเป็นว่าเล่นเช่นกัน คงหนีไม่พ้นจอสส์ วีดอน นักเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดัง เขาพูดถึงการตายของเจ้าหน้าที่โคลสัน (Agent Coulson) จากหน่วย S.H.I.E.L.D. ในภาพยนตร์เรื่อง The Avengers ไว้ว่า
“มีสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้หลายครั้งและไม่มีอะไรที่จะเสี่ยง แต่มันก็เป็นเรื่องยากเพราะคุณอาศัยอยู่ในโลกซึ่งคุณไม่สามารถฆ่าทุกคนได้ มันไม่ใช่แค่ใน Marvel แต่ยังรวมไปถึงภาพยนตร์ยิ่งใหญ่อีกหลายเรื่อง และตอนนี้ผมก็พบว่าแม้ว่าตัวเองจะไม่ใช่คนกระหายเลือด แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะบอกว่าเรากำลังสู้ศึกครั้งยิ่งใหญ่ การไม่สูญเสียอะไรเลยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
สรุปง่ายๆ ก็คือ เมื่อเกิดสงคราม ยังไงก็ต้องเกิดการสูญเสียอยู่ดี ดังนั้นเมื่อถึงเขาจึงจำเป็นต้องฆ่าตัวละครแม้ไม่อยากทำก็ตามค่ะ
ฆ่าเพราะเป็นแก่นเรื่อง
เช่นเดียวกับโรว์ลิ่ง จอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน เจ้าของผลงานสะเทือนโลกอย่าง “Game of Thrones” เองก็เป็นเจ้าพ่อนักฆ่าเช่นกัน หากได้สัมผัสงานเขียนของเขาจะรู้เลยว่าเขาลงมือฆ่าตัวละครไปเยอะมากกกก เยอะจริงๆ
มาร์ตินให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Galaxy’s Edge ไว้ว่า “ผมรักตัวละครทุกตัวนะ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากมากเลยแหละที่จะลงมือฆ่าพวกเขา แต่ผมก็รู้นะว่าผมต้องทำ” นอกจากนี้เขายังได้เสริมต่ออีกว่า “เอาเข้าจริงๆ สารภาพตามตรงเลย ผมไม่คิดว่าตัวเองฆ่าพวกเขานะ ตัวละครตัวอื่นต่างหากที่ฆ่า เพราะงั้นผมเลยไม่โทษตัวเอง”
ในทำนองเดียวกัน มาร์ตินยังให้ความเห็นว่านี่เป็นเรื่องปกติมาก มันคือความจริง คนเราเกิดมาทุกคนก็ต้องตาย โดยเขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าผมกำลังใช้ความตายเพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ ผมคิดว่านักเขียนทุกคน แม้แต่นักเขียนนิยายแฟนตาซีมีหน้าที่ในการบอก ‘ความจริง’ ซึ่งความจริงของ Game of Thrones ก็คือมนุษย์ทุกคนต้องตาย”
นอกจากนี้ในความคิดของมาร์ติน เขายังเชื่อชีวิตของคนเรา ฮีโร่ตายได้ คนรักตายได้ เพื่อนสนิทตายได้ ใครๆ ก็ตายได้ ดังบทสัมภาษณ์ที่บอกไว้ว่า
“ความตายก็เป็นอย่างนั้นแหละ มันอยู่ที่นั่นเสมอ มันตามพวกเราตลอด เราทุกคนกำลังจะตาย ผมจะตาย คุณกำลังจะตาย ความตายคือจิตวิญญาณของทุกสิ่ง ถ้าคุณจะซื่อสัตย์ คุณจำเป็นต้องเขียนเกี่ยวกับมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเขียนสิ่งที่มันขัดแย้งกันมากๆ ทันทีที่คุณตัดสินใจแล้วว่าจะฆ่าตัวละคร คุณก็ควรซื่อสัตย์กับมัน คุณไม่ได้มีชีวิตที่เป็นนิรันดร์เพียงเพราะว่าคุณเป็นเด็กน้อยน่ารัก หรือเป็นเพื่อนสนิทของฮีโร่ หรือคุณเป็นฮีโร่” เขากล่าว “ในบางครั้งฮีโร่ก็ต้องตาย อย่างน้อยที่สุดก็ในหนังสือของผมนี่แหละ”

Spock ตัวละครใน Star Trek
(via : pinterest.com)
ฆ่าเพราะตัน
สำหรับนักเขียนบางคน การตายของตัวละครถือว่าเป็นการทำให้พล็อตนิยายเติบโตไปอีกขั้น เพราะมันช่วยให้นักเขียนได้ไอเดียใหม่ๆ ประมาณว่าถ้าเกิดอาการตัน ก็ฆ่าตัวละครทิ้งซะ เดี๋ยวไอเดียเจ๋งๆ จะผุดขึ้นมาเอง ตัวอย่างเช่น แซม เมนเดสรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ฆ่า M (Judi Dench) ใน Skyfall เขาบอกว่ามันช่วยให้สร้างพล็อตใหม่ๆ ได้หลังจากที่ฆ่า M ไป
ขณะที่นิโคลัส เมเยอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ Star Trek: The Wrath of Khan ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เช่นกัน เขากล่าวว่า “เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าคุณจะต้องให้สป็อคตาย คุณก็ต้องคิดว่าการตายของตัวละครตัวนี้มีผลต่อคนอื่นยังไง? ทำไมมันถึงมี?” และยังเสริมต่ออีกว่า “เอาจริงๆ นะ หลายคนก็เตือนผมเกี่ยวกับเรื่องที่จะฆ่าสป็อค บางคนพูดว่า ‘คุณไม่สามารถฆ่าเขาได้หรอก’ และผมก็พูดว่า ‘มั่นใจได้ แต่คำถามเดียวก็คือ คุณทำได้ดีหรือเปล่าเถอะ’ ”
ซึ่งการฆ่าสป็อคทำให้เมเยอร์ไปต่อได้ มันทำให้เขาเกิดไอเดียใหม่ๆ ที่ทำให้ Star Trek สามารถดำเนินเรื่องต่อไปได้นั่นเองค่ะ
อืม... อ่านจบแล้วก็น่าคิดเหมือนกันนะคะ นักเขียนก็มีเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจฆ่าตัวละครนั่นแหละค่ะ บางคนถึงจุดอิ่มตัวในนิยายเรื่องนั้นจึงเลือกปิดฉากด้วยการฆ่า บางคนก็ฆ่าเพื่อแก้อาการตันของตัวเอง ส่วนพี่น้ำผึ้งฆ่าตัวละครของตัวเองเพราะจำเป็นต้องฆ่าเพื่อให้เรื่องดำเนินต่อไปได้ค่ะ แล้วน้องๆ ล่ะคะ ทำไมถึงฆ่าลูกรักของตัวเอง?
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.mtv.com/news/2875408/j-k-rowling-remus-lupin-harry-potter-death/
http://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Main/AnyoneCanDie
http://www.comingsoon.net/movies/news/96893-exclusive-director-sam-mendes-on-skyfall-spoiler
http://io9.gizmodo.com/joss-whedon-bummed-that-marvel-brought-agent-coulson-ba-1699563630
http://www.galaxysedge.com/mint.htm
http://time.com/3633297/j-k-rowling-harry-potter-deathly-hallows/
http://sherlockholmes.stanford.edu/print_issue12.html




12 ความคิดเห็น
ทางนี้เองก็ต้องฆ่าค่ะ เชื่อว่าพอฆ่าแล้วรีดต้องช็อกแน่ กลัวโดนถล่ม5555 (ขอแก๊งที่รักของณที่รักอย่ามาเห็นคอมเม้นนี้เลย555)
GOT นี่เป็นอะไรที่ฆ่าได้แบบไม่ให้คนอ่านตั้งตัวเลยก็ว่าได้ ยอมใจป๋ามาร์ติน
บางครั้งอ่านไปก็ยังรอลุ้นว่าตัวนี้จะตายไหม 555
เท่าที่จำความได้เราฆ่าตัวละครไปแค่ครั้งเดียวเอง ตอนนั้นเราฆ่าเพราะต้องการเปิดเผยความจริงค่ะ ตัวเอกเข้าป่าไปตามหาพี่ชายฝาแฝดที่หายตัวไป แล้วก็ได้หมาป่าตัวนึงช่วยนำทางกลับมาที่หมู่บ้านได้ แต่สุดท้ายถูกชาวบ้านยิงตายเพราะเข้าใจผิด และตอนนั้นแหละที่เขาได้รู้ว่าคนที่ตัวเองตามหาไม่ได้หายไปไหนไกลเลย(พี่ถูกสาปให้เป็นหมาป่า) ฉากจบตอนนั้นคือภาพของตัวเอกนั่งกอดศพพี่ชายที่คืนร่างเป็นคนแล้ว :')
เป็นอีกคนที่เขียนให้มีตัวละครตายในนิยายมาสองเรื่องแล้ว
ทั้งแบบการตายปกติ และแบบที่ต้องร้อง ห๊ะ!! อย่างนี้ก็ได้เหรอ!
แต่ก็รู้สึกได้ว่าความตายไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรอก ทั้งในชีวิตจริงและในนิยาย การเขียนให้ตัวละครใดสักตัวตายต้องมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่นอน
เนื่องจากว่าถ้าผมไม่ฆ่าเขา เขานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายฆ่าผม เเห็นประโยคนี้คิดถึงซีรีย์ W ของจงซอกเลย
เราก็ฆ่าไปเยอะมากๆ แต่ส่วนใหญ่จะแต่งเล่นๆไม่ได้ลง กลัวโดนด่า แล้วที่แต่งก็เป็นฟิคเกา กลัวๆอยู่เหมือนกัน บางครั้งก็ฆ่าเพราะอยากเห็นหลายๆมุมของเนื้อเรื่อง คือบางอย่างแค่จินตนาการมันไม่พอ มันต้องแต่งจริงๆถึงจะเข้าใจอารมณ์จริงๆ บางครั้งก็ฆ่าเพราะรักมากๆ ยิ่งรักยิ่งอยากฆ่า//หรือเราจะบ้า5555555
แต่เวลาลงตอนฆ่าต้องมีเหตุผลมากๆ รู้สึกแอบยาก5555
เรานี่ฆ่าเป็นว่าเล่นเลย
แต่ว่าตัวละครตัวนั้นจำเป็นต้องตายเพื่อให้ตัวเอกโต หรือมันคือทางที่ตัวละครตัวนั้นติองตายอยู่แล้ว 55555
หนู...เหมือนกับตัวละครเป็นเพื่อนมากกว่า...หรือเป็นคนที่เราควบคุมได้ ก็เลยไม่รู้สึกเสียใจที่ฆ่าตัวประกอบ...
สายหักมุมอยู่แล้วฮะ บวกกับบ้ามาก ฆ่านางเอกเลย 555555///หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ของเชอร์ล็อคนี่ฆ่าเพราะต้องการจบซีรี่ย์ค่ะ เพราะมีคนกดดันให้เขาเขียนจนขู่เผาบ้านเลย(ฮาแต่เป็นเรื่องจริง)โดนคนอ่านกดดันมากจนแบบแย่สุดๆ สุดท้ายยอมกลับมาเขียนเพราะมีคนเอาไปแต่งฟิคแถมเพื่อนยังเอาไปแต่งว่าหมอวัตสันอยู่เบื้องหลังการฆ่าโฮล์ม(เข้าแก็บโคตรๆน่าเชื่อถือสุดๆ โคตรจี๊ดอ่ะ) คนแต่งถึงกับทนไม่ได้เพราะมันขัดกับจิตวิญญาณสุภาพบุรุษชาวอังกฤษที่พี่แกต้องการถ่ายทอดแถมดาร์กสลัดเลย เลยต้องกลับมาเขียนแก้ข่าว(ฮาจริงแต่คือโชคให้มีภาคอื่นนอกจากหน้าผามหาภัย)มีลูกหลานมาแต่งต่อก็ไม่มีการแต่งเรื่องเพิ่มแก่นเรื่องใช้การล้อจากฉบับเซอร์อาเธอร์แต่ก็เริ่มออกแนวฮา(เชอร์ล็อคหลอกนางบัลเลย์รัตเซียว่ากิ๊กอยู่กับหมอวัตสัน อันนี้น่าจะฮาพอนะ)
ฮีโร่ก็ต้องตาย ปู่มาร์ตินเลยฆ่าคุณป๋าสตาร์ค ตัวเก็งพระเอกของภาค 1 เลยใช่มั้ยคะ หึๆ
ส่วนใหญ่เราจะฆ่าตัวประกอบมาก กว่ามันมีเยอะจนจำชื่อไม่ได้