หลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 แล้ว ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศได้ตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย. เวลา 07.00 น. - 22.00 น. ทำให้ประชาชนได้ชื่นชมศิลปกรรมไทยอย่างใกล้ชิด และได้ถ่ายภาพเก็บภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไว้ (*อัปเดต: สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานราชานุญาตขยายวันเข้าชมพระเมรุมาศถึง 31 ธ.ค. 60 แล้ว) วันนี้ “ช่างภาพเยาวชนจิตอาสา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม” และ อ.สุรกานต์ ผู้ดูแลชมรม จึงมาขอแชร์เรื่องมุมกล้องและวิธีการถ่ายภาพที่เหมาะสมให้กับพวกเราค่ะ ^^
1. จุดถ่ายภาพหมู่ที่ดีที่สุด = ด้านใต้และด้านเหนือพระเมรุมาศ
การถ่ายภาพพระเมรุมาศให้สมบูรณ์ที่สุด ควรจัดองค์ประกอบให้เห็น “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” บนยอดพระเมรุมาศบุษบกองค์ประธานด้วย (พูดง่ายๆ ว่าอย่ายืนบังยอดพระเมรุมาศ) เพราะนั่นคือหลักฐานทางจดหมายเหตุว่าเป็นพระเมรุมาศของพระองค์ใด
และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของอาจารย์ พบว่าจุดที่เหมาะที่สุดคือแนวอิฐบล็อกสีส้ม ฝั่งทิศเหนือ (ฝั่งโรงมหรสพ) และทิศใต้ (ฝั่งวัดพระแก้ว) ของพระเมรุมาศ เพราะมีพื้นที่กว้างยาว ส่วนตะวันตกและออกมีพื้นที่แคบมาก จึงไม่เหมาะกับการถ่ายภาพหมู่ค่ะ

พระเมรุมาศด้านทิศใต้ ฝั่งวัดพระแก้ว มีสวนดาวเรืองเป็นจุดสังเกต

แนวนอนเหมาะสำหรับภาพหมู่ หรือถ้าเป็นแนวตั้งก็สมส่วนดี โดยยึดแนวอิฐบล็อกสีส้ม
อีกจุดหนึ่งที่น่าเก็บภาพเป็นที่ระลึก คือบริเวณด้านหน้า “พระที่นั่งทรงธรรม” ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ทรงประทับในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้ยืนตรงมุมสามเหลี่ยมสีส้มด้านหน้าพระที่นั่ง (ตามภาพ) ฉากหลังที่ได้จะได้ทั้งพระที่นั่งทรงธรรมและเงาสะท้อนของพระเมรุมาศในกระจก
*** โปรดระวังการยืนถ่ายภาพในพื้นที่กรอบสีแดง ท่านจะไม่สามารถเก็บภาพได้ถึงยอดนพปฎลมหาเศวตฉัตร ***
2. ยืน VS นั่งถ่ายภาพ ได้มุมภาพที่ต่างกัน
แม้จะยึดแนวอิฐบล็อกสีส้มแล้ว แต่ช่างภาพยังต้องคำนึงถึงความสมบูรณ์ของฉากหลังด้วย หากช่างภาพใช้วิธีนั่งถ่ายภาพ ตัวแบบอาจบดบังบุษบกซ่างและบุษบกหอเปลื้องไปบางส่วน (ภาพแรก) แต่หากยืนแล้วย่อตัวเล็กน้อย จะทำให้เห็นองค์ประกอบสมบูรณ์ขึ้น แม้ไม่สมบูรณ์ที่สุดก็ตาม (ภาพสอง)
นอกจากนี้ การถ่ายภาพแนวตั้งจะเห็นนพปฏมหาเศวตฉัตร แต่จะไม่เห็นความสมบูรณ์ของบุษบกทั้ง 9 ยอดของพระเมรุมาศ และข้อสำคัญคือไม่ควรให้ตัวแบบยืนบังบุษบกองค์ประธาน ภาพจะได้ออกมาสวยสมบูรณ์ค่ะ
3. ยืนให้ห่าง เพื่อเก็บภาพวัตถุชิ้นใหญ่
การถ่ายภาพกับวัตถุชิ้นใหญ่ เราควรยืนห่างจากวัตถุให้มากเพื่อให้เก็บองค์ประกอบได้ครบ แต่อาจารย์พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยืนชิดพระเมรุมาศ ติดสระอโนดาต ภาพที่ได้จึงเป็นแบบนี้...
4. ตัวแบบและวัตถุต้องอยู่ในแสงเดียวกัน (ไฟฉายโทรศัพท์ช่วยคุณได้!)
มีหลายคนพยายามถ่ายภาพบนอาคารเพื่อให้เห็นพระเมรุมาศ โดยไม่ทราบทฤษฏีการถ่ายภาพว่าตัวแบบและวัตถุต้องอยู่ในแสงเดียวกัน คือถ้าพระเมรุมาศอยู่ท่ามกลางแสงแดด ตัวแบบต้องอยู่ในแสงแดดด้วย เหมือนกับทุกภาพก่อนหน้านี้
ส่วนในเวลากลางคืนหากเราใช้แฟลช ภาพจะออกมาแบบนี้ คือวัตถุจะกระทบแสงแฟลชมากกว่าฉากหลัง พระเมรุมาศจึงหายไปในบัดดล
แต่....ถ้าเราใช้แสงไฟฉายจากโทรศัพท์อีกเครื่องช่วยส่องตัวแบบ(คน) แสงหน้ากับแสงหลังก็จะเท่ากันโดยไม่ต้องใช้แฟลช และแสงจะซอฟต์ลงกว่าแฟลชมากๆ ดังในภาพ
5. งดใช้ไม้เซลฟี่ในรั้วราชวัติพระเมรุมาศ
การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่ก็น่าเห็นใจสำหรับคนที่มาตัวคนเดียว และกระทรวงวัฒนธรรมก็ไม่ได้ติดใจประเด็นนี้เท่า “การใช้ไม้เซลฟี่” จึงอยากขอความร่วมมือให้งดใช้ไม้เซลฟี่ในรั้วราชวัติพระเมรุมาศทุกกรณี
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือให้คนรอบๆ ช่วยถ่ายภาพให้ หรือหากใครพบเห็นคณะนักเรียนช่างภาพที่ติดปลอกแขนสีเทาแบบในภาพ สามารถเรียกให้น้องๆ ช่วยถ่ายภาพได้เลยค่ะ ^^
6. อย่ายิ้มเกินงาม
ถึงแม้เป็นงานนิทรรศการ แต่การจะถ่ายภาพบุคคลร่วมกับพระเมรุมาศของพระองค์ ก็ควรสำรวม ยิ้มแต่พอดีนะคะ
ขอบคุณภาพจากชมรมช่างกล้องจิตอาสา กรมศิลปากร



















0 ความคิดเห็น