สวัสดีค่าชาว Dek-D พี่เชื่อว่าน้องหลายคนต้องเคยมีคำติดปากตั้งแต่สมัยประถมว่า "โตไปหนูอยากเป็นครู" แน่เลยใช่ไหมคะ ถ้าตอนนี้ใครยังยืนกรานคำตอบเดิม หรือกำลังลังเลเบาๆ ลองมาอ่านดูค่ะ
มีน้องหลายคนกำลังคิดไม่ตกว่าจะเรียนอะไรดี ระหว่าง 1. คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ กับ 2. สาขาตรงอื่นๆ อย่างคณะวิทย์, สังคม, อักษร ฯลฯ บางคนพ่อแม่เชียร์ให้เรียนครู บางคนก็ตรงกันข้าม บ้างก็เพิ่งมาค้นพบตัวเองว่าอยากเป็น/ไม่อยากเป็นครูเอาตอนหลัง (แต่สายไปแล้ว) เอาแบบนี้ค่ะ...เดี๋ยวเรามาเทียบกันไปเลยว่า ครุศาสตร์สอนแบบไหน แล้วคนที่ไม่ได้จบสายนี้ จะเป็นครูได้ไหม? หรือแม้กระทั่ง จะเป็นครูที่ดีได้ไหม?
***บทความนี้เป็นการสรุปประเด็นจากการพูดคุยกับรุ่นพี่ที่จบจากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์มหา'ลัยต่างๆ ดังนั้นจึงมีทั้งความคิดเห็นของเจ้าตัว และลักษณะเฉพาะของหลักสูตรในมหา'ลัยนั้นๆ ด้วย
อันนี้เป็นข้อแตกต่างชัดเจนเลยค่ะ คณะอื่นจะไม่ได้เจอกับวิชาอย่าง จิตวิทยาครู/จรรยาบรรณครู, ภาษาเพื่อการสื่อสารสำหรับครู, วิจัยทางการศึกษา, การวัดและประเมินผล, วิธีการสอน, การผลิตสื่อการสอน, การทำแผนการสอน และอีกหลายวิชาที่บรรจุอยู่เฉพาะในหลักสูตรครูเท่านั้น!
และจากที่ไปแอบถามว่าที่ครูและครูผู้ช่วย พวกเขาเล่าว่าวิชาพวกนี้ได้ใช้เยอะมาก เช่น วิชาจิตวิทยาจะเอาไว้จับทางว่าจะทำยังไงให้เด็กสนใจ หรือจัดการกับเด็กพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เรียนหนังสือได้ ถ้าเป็นวิชาผลิตสื่อ การวัดผล ก็ได้ใช้เต็มๆ อยู่แล้ว หรือบางวิชาจะใช้ตอนสอบบรรจุ เช่น พ.ร.บ. กฎหมาย หลักการศึกษา ฯลฯ
3. เรียน 4+1 ปี ได้คลุกคลีกับเด็ก
หลังจากหน้าดำคร่ำเครียดกับทฤษฎีมา 4 ปี ในที่สุดเราก็ได้ไปสนุกในสนามจริงกัน (เอ๊ะ สนุกรึเปล่า??) ก่อนหน้านั้นอาจมีสังเกตการณ์ในโรงเรียนบ้าง แต่ใน 2 เทอมสุดท้ายจะได้ไปทดลองสอนค่ะ ปกติแล้วจะได้สอนเทอมละโรงเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเราสอนได้จริงๆ และรู้ตัวว่าเหมาะกับโรงเรียนแบบไหน (ความสาหัสคือมีรุ่นพี่มหา'ลัยนึงเล่าว่า เขาต้องทำวิจัยและฝึกสอนในช่วงเวลาเดียวกัน!)
หลังจบออกมาแล้ว ชาวครุ/ศึกษาศาสตร์จะได้วุฒิ ค.บ. (ครุศาสตรบัณฑิต) หรือ กศ.บ (การศึกษาบัณฑิต) และขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ทันที ดังนั้นใครล็อกเป้าหมายไว้แล้วว่าจะเป็นครู ให้เลือกเรียนหลักสูตร 5 ปีจะเซฟที่สุด
บางคนบอก 'อ้าว แต่เห็นมีดราม่าแว่วๆ เรื่องคนจบสายตรงก็มีสิทธิ์ไปสอบชิงตำแหน่งครูผู้ช่วยได้นี่?' ถูกค่ะ นโยบายปี '60 ว่าไว้ เป็นหลักเกณฑ์ของครูในสังกัด สพฐ. (ประถมและมัธยมใน รร.รัฐบาล) แต่ถ้าไปสอบแล้วบรรจุได้ ต้องเข้าอบรมตามระยะเวลาที่คุรุสภากำหนดเพื่อให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูก่อน
นั่นแปลว่ายังไงซะ วิชาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นครูในข้อ 2. พวกเขาก็จะได้เรียนเหมือนกัน ประสบการณ์น้อยจะเป็นปัญหามั้ย อันนี้แล้วแต่คนอีกนั่นแหละ (เพราะแน่นอนว่าคนที่สอนเก่งแม้ไม่ได้เรียนครู ก็มีเหมือนกัน) ซึ่งตรงนี้ก็มีทั้งคนที่มองว่าเป็นเรื่องดี และมองว่าไม่เป็นธรรมกับคนที่จบครูมาโดยตรง
คนที่จะเป็นอาจารย์ในมหา'ลัยได้ต้องจบสาขานั้นโดยตรง เช่น อาจารย์ฟิสิกส์ ต้องจบฟิสิกส์, อาจารย์รัฐศาสตร์ ต้องจบรัฐศาสตร์ ฯลฯ ยกเว้นคณะนึงที่สอนได้คือ ครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ ทั้งนี้เพราะความเข้มข้นในวิชาที่สอนต่างกันมาก อาจารย์มหา'ลัยจะสอนเฉพาะทางแบบลงลึก ในขณะที่ครูในโรงเรียนจะสอนครบแต่ไม่ลงลึก (อย่างที่เล่าให้ฟังในข้อแรก) ดังนั้นถ้าใครจบครูแต่อยากเป็นอาจารย์มหา'ลัยขึ้นมา ต้องต่อปริญญาโทหรือเอกในสาขาวิชาที่อยากสอนค่ะ
อันนี้แถม: สิ่งที่คนจบครุกับสายอื่นๆ มีเหมือนกัน
1. งานยืดหยุ่น - จบสาขาอื่นทำงานได้หลายอย่าง จบครูก็เช่นกัน จบครูภาษาอังกฤษอาจผันตัวไปทำงานล่ามงานแปล หรือจบครูภาษาไทยอาจไปทำงานสำนักพิมพ์ก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเก่งในระดับนึง เพราะมีหลายเสียงที่ยอมรับว่าโอกาสที่คนจบครูจะไปทำงานสายอื่นมีไม่มาก (ส่วนเหตุผลนั้น ให้ย้อนไปอ่านข้อ 1. หัวข้อบน)
2. เรียนไม่ง่าย - มีช่วงที่ต้องนอนน้อยเหมือนกันนะคะ อันนี้บอกไว้เพราะมีบางคนเลือกเรียนครูเพราะคิดว่าจะเรียนง่าย เรียนชิลล์ๆ หรือเลือกเพราะเห็นคณะครูบางที่คะแนนไม่สูง แต่ปรากฏว่าพอมาเจอการเขียนแผนการสอน การต้องไปทดลองสอน และต้องเจอเด็กหลากหลายรูปแบบ ก็ทำเอาคนที่ไม่ได้ใจรักจริงๆ แทบอยากจะยกธงขาวไป
กติกาง่ายๆ ให้น้องๆ คอมเมนต์เล่า "เหตุผลที่อยากเป็นครู" คำตอบใครโดน รับไปเลยหนังสือ "กว่าจะเป็น...ครู" (จำนวน 2 รางวัล) หมดเขตวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ประกาศผลวันที่ 9 ธันวาคม 2560 (สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก ใครยังไม่เป็นสมาชิก คลิกที่นี่!) ) น้องๆ "ว่าที่" ครู อย่าพลาดนะคะ ^^
*** ประกาศรางวัลแล้วจ้า! ***
1. 0877864382
2. -nammon-namion-
ยินดีด้วยนะคะ ^^ น้องๆ ผู้โชคดีกรุณาส่งข้อมูล ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่สำหรับจัดส่งมาที่อีเมล kanjana@dek-d.com ภายในวันที่ 12 ธ.ค. 60 เวลา 20.00 น. ไม่อย่างนั้นถือว่าสละสิทธิ์ให้น้องๆ คนอื่นน๊า
ส่วนน้องที่ไม่ได้ ไม่ต้องเสียใจนะคะ ยอมรับว่าเลือกยากจริงๆ ประทับใจทุกคอมเมนต์ค่ะ ยังไงพี่ก็ขอเอาใจช่วยให้น้องได้สอบเข้าคณะครูอย่างที่ตั้งใจทุกคนเลยนะคะ







9 ความคิดเห็น
อยากเป็นครูสอนภาษาไทยค่ะ เพราะว่าส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก ๆ อยากสอนให้เด็ก ๆ อ่านออกเขียนได้และเห็นความสำคัญของภาษา
เป็นคนชอบวิชาเคมีๆเวลามีเพื่อนไม่เข้าใจแล้วมาถามเราแล้วเราอธิบายให้เขาเข้าใจได้มันรู้สึกดีมากๆเหมือนเวลาได้ติวเพื่อนๆ เลยอยากที่จะเป็นครูได้อธิบายในสิ่งที่เรารัก ให้เขาได้รับความรู้เพื่ออนาคตวันหน้าแล้วเราจะภูมิใจมากค่ะ
อยากเป็นครูแนะแนวค่ะ เรารู้สึกว่าอาชีพนี้น่าสนใจมาก อาจมีนักเรียนหลายคนชอบบอกว่าวิชานี้ชิวไม่ต้องทำอะไร แค่เข้าห้องเช็คชื่อครูก็ปล่อยแล้ว แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ค่ะ ถ้าเราได้ทำอาชีพนี้เราอยากจะสอนเด็กให้รู้จักตัวเอง หาตัวตนของตัวเองให้เจอหรือให้คำแนะนำกับเด็กในทุกๆเรื่องมากกว่า เราชอบช่วยเหลือค่ะ ตอนนี้เราอยู่ม.6 ซึ่งวิชาที่น่าจะช่วยเหลือนักเรียนได้ในทุกๆเรื่องสำหรับเราก็คงเป็นวิชาแนะแนวนี้แหละค่ะ
ผมอยากเป็นครูสังคมครับ ผมเป็นคนทางภาคเหนือและผมอยากกลับมาเป็นครูสอนอยู่ที่บนดอย เนื่องจากเด็กๆที่อยู่บนเขาสูงไม่ค่อยได้รับความรู้ที่เพียงพอ เด็กๆมักคิดว่าการศึกษาไม่ค่อยสำคัญพอ ก็เพราะความยากจนที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถสานฝันที่พวกเขาฝันให้เป็นจริงได้ เขาจึงต้องหันเหมาทำเกษตรกรรมตามแบบอย่างที่ครอบครัวเขาต้องการ ปัญหาที่ตามมาคือยาเสพติด เด็กไม่ค่อยเข้าใจถึงโทษของยาเสพติด ผมอยากจะกลับมาเป็นครูที่บ้านเกิด เราต้องทำอะไรก็ได้พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เด็กบนดอยเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครๆ เขาสามารถทำได้ เขาสามารถ Improve ตัวเองและก้าวกระโดดเข้าไปทำตามความฝันได้ แค่พวกเขาต้องการโอกาสที่ทุกคนต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ให้พวกเขามีแรงที่จะกระทำต่อไป ผมอยากกลับมาเป็นครูสังคม ที่สอนให้เด็กๆเข้าใจในทฤษฎี และการปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีและเป็นที่ยอมรับของสังคม ผมจะไม่สอนพวกเขาแค่ความรู้ในตำราแต่ผมจะสอนให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทางที่พวกเขากำลังจะเดินและในตัวตนที่เขาเป็นอย่างภาคภูมิใจ ดั่งคำพูดที่ผมชื่นชอบ ว่าการศึกษาทำให้เราเคลื่อนตัวเองจากชายขอบ เข้ามาสู่ศูนย์กลางได้ เป็นตัวสร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคม - Dr. Surin Pitsuwan ขอบคุณครับ
ผมกำลังเรียน หลักการสูตรศึกษาบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์ ภาคชีววิทยา ที่ ม.ย่านอโศก (ไปเดากันเอาเองนะ อิอิ) ของที่นี่ เรียนชีวะแบบเดียวกับที่นักวิทย์เค้าเรียนเลยครับ คือเรียนเท่ากันเลยทั้งความลึก เนื้อหา รายวิชา ไม่ได้เรียนแค่ทั่วๆไปแน่นอน และพอปีสาม ก็จะมีพวกวิชาเลือกให้เลือกตามที่ตัวเองสนใจ เช่นกีฏวิทยา ปักษีวิทยา ส่วนที่เพิ่มเติมจากที่เหมือนนักวิทย์ ก็คือพวกวิชา จิตวิทยาครู จรรยาบรรณครู ที่เพิ่มขึ้นมาครับ น้องๆไม่ต้องกลัวเลยเรื่องที่ว่าจะเป็นเป็ดหรือเปล่า เพราะจบมาน้องจะมีความรู้ระดับนักวิทย์แน่นอน แต่ก็จะเรียนหนักหน่อยเพราะเหมือนเราอยู่ทั้งสองคณะคือศึกษาและวิทยา แล้วก็ถ้าอยากเป็นอาจารย์ระดับมหาลัยก็คงต้องเรียนต่อ ป.โท ป.เอกแหละเนาะ เหมือนมาแอบโฆษณา ม.ตัวเองเลย 5555 ก็อยากให้น้องๆคนไหนที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู ขอให้สู้ๆนะครับ อีกไม่กี่เดือนแล้ว จะได้มาเจอกัน ><
ขอบคุณที่มาช่วยแชร์ข้อมูลให้น้องๆ นำไปใช้ตัดสินใจนะคะ ^^
อยากเป็นครูภาษาไทยหรือครูสังคม
มีครูสังคมคนหนึ่งสอนดีมากทำให้
เราประทับใจแลอยากที่จะเรียนกับครู
คนนั้น เราเองก็สนใจด้านนี้เพราะยัง
ไม่ได้โฟกัสด้านอื่น
อยากเป็นครู เพราะเรารู้สึกสนุกเวลาได้สอน รู้สึกดีใจว่าเขาประสบความสำเร็จไปอีกขั้น ครูไม่ได้สอนแต่ความรู้ในห้องเรียน แต่ต้องสอนคุณธรรมในจิตใจด้วยค่ะ และอีกอย่างเป็นอาชีพที่รวยค่ะ รวยลูกศิษย์ เป็นครูเขาไม่ได้เป็นถึงอายุ60ปี แต่เขาเป็นกันทั้งชีวิต
เหตุผลที่อยากเป็นครู เพราะว่า อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติค่ะ เป็นอาชีพหนึ่งที่ช่วยพัฒนาประเทศ ด้วยความรู้ที่ถ่ายทอดให้กับเด็กๆซึ่งเป็นอนาคตของชาติ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบด้านภาษาและชอบสอนชอบอธิบายอยู่แล้วค่ะ เลยคิดว่าการเป็นครูภาษาอังกฤษน่าจะเหมาะสมกับเรามากที่สุด อีกอย่างคืออยากพัฒนาทักษะด้านภาษาให้กับเด็กไทยในต่างจังหวัดด้วยค่ะ
เราอยากเป็นครู เพราะประทับใจในตัวครูของตัวเองค่ะ
ตอนประถมาประมาณป.2 เรามีเพื่อนที่เป็นเด็กพิเศษคนนึง เขาเรียนไม่ทันคนอื่น และเข้าใจยาก แต่วันนึงเราเห็นคุณครูสอนเขาอย่างใจเย็นโดยที่ครูไม่ได้ดุว่าเขาเลย ถึงเขาจะทำผิดและต้องสอนซ้ำๆ มันเป็นภาพที่เราประทับใจและรู้สึกอยากเป็นเหมือนครู
หลังประถมเราก็ดูพวกคลิปโฆษณาและเพลงเกี่ยวกับครู ก็เกิดความรู้สึกที่ยิ่งประทับใจในอาชีพนี้ อยากเป็นคนที่ใฟ้ความรักลูกศิษย์และมีลูกศิษย์มารักแบบในเอ็มวีเพลงรางวัลของครู
พอมาช่วงม.ต้นเจอนิยายแจ่มใสเล่มนึงที่มีนางเอกอยู่บนดอยค่ะ ในเรื่องมีบรรยายโอกาสทางการศึกษาของเด็กที่ดอยไกลจากเมืองประมาณว่า เด็กบางคนมีความสามารถแต่พวกเขาแค่ขาดโอกาสเท่านั้น
มันทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเป็นคนที่สร้างและมอบโอกาสให้คนอื่นเหมือนกับที่เราได้รับตอนนี้ค่ะ เราโชคดีที่มีโอกาสได้ศึกษาแบบนี้ และเราก็อยากเป็นคนมอบโอกาสนี้ให้คนที่อยากจะรับมันไว้ค่ะ