เปิดปม 10 ชนวนเหตุ! มีปัญหากับรุ่นพี่-รุ่นน้อง ในโรงเรียน

 
 
        มาเปิดประเด็นกันแบบโลกไม่สวยเลยว่าในโรงเรียนที่ดูสงบๆ ทุกอย่างเรียบร้อยนั้น แฝงด้วยคลื่นปัญหาของนักเรียนในโรงเรียน ที่อาจารย์อาจจะรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง โดยเฉพาะปัญหาการทะเลาะข้ามรุ่น ระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง
        เท่าที่ได้ติดตามในบอร์ดหรือกระทู้ ที่เจอบ่อยๆ เลยก็คือ "รุ่นพี่หาเรื่อง" หรือไม่ก็ "รุ่นน้องปีนเกลียว" หรือปัญหาอย่างอื่นที่จบลงด้วยความบาดหมางและหาทางแก้แค้นทุกที่ ทุกเวลา จนบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ก็มีค่ะ เรามาลองดูสาเหตุกันดีกว่า ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง และจะแก้ไขกันยังไงดี

 


 
     ต้นเหตุที่ 1 : มองหน้า
     ในวัยที่เลือดลมกำลังร้อน แล้วโรงเรียนก็นักเรียนเยอะ อาจมีบางจังหวะที่เผลอไปจ้องหน้าใครโดยไม่รู้ตัวก็ได้ คนมองอาจไม่ได้คิดอะไร หรือ คิดว่าคนนี้สวยดี คนนี้หล่อดี หรือ อาจมีบางเคสชี้แนะนำให้เพื่อนรู้จัก นี่ไงคนนี้พี่แมว แต่อีกฝั่งกลับเข้าใจผิด คิดว่ามองหน้าหาเรื่องหรือชี้หน้ามีปัญหา ขาไวกว่าความคิด คือยังไม่ทันจะคิดถามอะไร ขาก็มาถึงคนมองซะแล้ว
     แก้ปัญหาได้ง่ายๆ คือ ใจเย็นลงสักนิด คนมองอาจจะมองอย่างอื่น หรือ มองแบบจังหวะมันได้พอดี ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไร แต่ถ้ามีครั้งต่อๆ ไป ก็ค่อยเข้าไปถามอย่างใจเย็นๆ คำถามก็ใช้คำถามเดียวกันแหละค่ะว่า "มีปัญหาอะไร/มีอะไรกับพี่หรือเปล่า" แต่เชื่อเถอะว่า "น้ำเสียง" มันช่วยตีความประโยคเดียวกัน ให้เป็นคนละความหมายได้

     ต้นเหตุที่ 2 : ปัญหาหึงหวง
      ถ้ารู้ว่ามีคนอื่นชอบแฟนของเรา บางคนอาจจะดีใจนะคะ ก็แหม..แฟนเราป๊อบซะขนาดนั้น แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่ชอบ เราขอรักแฟนของเราแค่คนเดียว แต่ถ้ามาชอบเฉยๆ คงไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ส่วนที่จะมีปัญหาคือ รู้ว่ามีแฟนอยู่แล้ว ก็ยังจะเข้ามาคุยด้วย อยากมาทำความรู้จัก อยากมาสานสัมพันธ์ แน่นอนว่าใครก็โกรธ และนี่จะเป็นสาเหตุต้นๆ เลยที่จะทำให้คนสองคน ที่อยู่คนละระดับชั้น ไม่ได้รู้จักกันแม้แต่นิดเดียว แต่มาทะเลาะกันได้ และเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อที่สุด
      ต้นเหตุแบบนี้ ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็เริ่มที่ตัวเองนี่แหละค่ะ ถ้าเผลอไปชอบคนมีแฟนแล้ว ก็ไม่ผิด ซึ่งการแอบชอบแบบเงียบๆ ก็มีความสุขไปอีกแบบนะ ไม่เชื่อต้องลอง^^ ส่วนฝั่งที่มีคนมาแอบชอบแฟนเรา ก็ขอให้เชื่อใจแฟนของเราค่ะ
      ที่สำคัญ ไม่อยากให้โฟกัสในเรื่องความรักมาก เพราะปัญหาที่เกิดจากความรัก มันรบกวนสมาธิการเรียน ช่วงความสุขก็ไม่เท่าไหร่ แต่ทุกข์เมื่อไหร่ ไม่เป็นอันเรียนเลยจ้า

   ต้นเหตุที่ 3 : ชอบ/จีบคนเดียวกัน
      ความรักมันไม่เข้าใครออกใคร แค่ชอบใครสักคน ในใจก็แอบคิดจับจองเป็นเจ้าของแล้ว เหมือนเพลงของพี่หนุ่ม วงกะลา ว่า "เธอเป็นแฟนฉันแล้ว รู้ตัวบางไหม แล้วเมื่อไหร่หนอฉันจะได้เป็นแฟนของเธอ" ดังนั้นแค่ได้รู้ว่า มีรุ่นพี่หรือรุ่นน้องอีกคนมาชอบคนเดียวกัน ก็เหมือนมีศัตรูความรัก ที่เราจะยอมกันไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการไม่ชอบหน้ากัน ทั้งๆ ที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน -''- และอาจลุกลามไปถึงการรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น แขวะ จับกลุ่มนินทา ปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ เป็นต้น

   ต้นเหตุที่ 4 : เพื่อนเจ็บ ฉันเจ็บ
      วัยรุ่นเป็นวัยที่รักเพื่อนมากกกก การอยู่กลุ่มเดียวกัน มันไม่ใช่แค่กินข้าว กลับบ้าน แต่ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันค่ะ บ่อยครั้งที่ใครคนนึงในกลุ่มมีปัญหากับรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง เพื่อนในกลุ่มก็ต้องซัพพอร์ต ประมาณว่า เพื่อนข้าใครอย่าแตะ เพื่อนเจ็บ ฉันก็เจ็บ ทีนี้ถ้าปัญหารายคนพัฒนาเป็นปัญหากลุ่มแล้วล่ะก็ ต่างฝ่ายต่างก็จำหน้าได้ ว่าคนนี้อยู่กลุ่มนี้นี่นา ทีนี้แหละ ก็จะได้มีปัญหากันในเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเองโดยแท้ทรู! นี่ยังไม่นับในเคสที่รุนแรง ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน สนแค่ว่าอยู่กลุ่มเดียวกันก็คือศัตรู เพื่อนเจ็บ ฉันก็เจ็บไหมล่ะ
      ในเรื่องของความเป็นเพื่อนมันก็พูดยาก การที่เพื่อนมีปัญหากับคนอื่น จะให้นิ่งเฉยก็ดูไม่ดี แต่ทางออกที่ดีที่สุด คือ ช่วยเพื่อนในทางที่ถูกต้อง ปลอบเพื่อน หรือ ให้คำแนะนำเพื่อนให้ปล่อยวาง หรือให้พูดคุยกันดีๆ ค่ะ น่าจะช่วยลดอุณหภูมิของทั้งสองฝั่งได้


 

   ต้นเหตุที่ 5 : กระทบกระทั่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
     ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวันหรือการเล่นกีฬา ก็มีบ้างที่ไม่ทันดู อาจไปเหยียบเท้า เดินชน วิ่งชน ลื่นใส่ หรือ โยนของผิดพลาด จนไปโดนคนอื่น จริงๆ ปัญหานี้ ไม่น่าเรื่องใหญ่ค่ะ ถ้ารู้ตัวว่าไปกระทบกระทั่งคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ อย่าปากหนัก ให้รีบพูดขอโทษโดยทันที แค่นี้ปัญหาก็ไม่เกิด แต่ที่ปํญหามักจะเกิดก็คือ เมื่อชนแล้ว เดินหนีหรือหัวเราะกับเพื่อน งานนี้คู่กรณีมีสิทธิ์หัวร้อน จนกลายเป็นสนามมวยย่อมๆ ได้

   ต้นเหตุที่ 6 : คึกคะนอง ปากไวกว่าความคิด
      วัยรุ่นได้อยู่รวมกันเป็นแกงค์คือความสุขอย่างนึง เจอคนเดินผ่านก็แซวบ้าง นินทาบ้าง แต่อาจไม่ทันคิดว่า คนที่เขาโดนแซว ไม่ได้ขำด้วย หนักกว่านั้นคือ อาการปากไว คึกคะนอง พูดจาหยาบคายหรือแซวรุนแรงเพื่อโชว์เพื่อน ก็อาจทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้เหมือนกัน
 
  
ต้นเหตุที่ 7 : กิจกรรมเบ่งพี่
      กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ แต่ก็ทำความสัมพันธ์พังได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกิจกรรมที่แบ่งหน้าที่ระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้องชัดเจน อย่างรับน้อง หรือ กีฬาสี รุ่นพี่มักจะมีอำนาจมากกว่า ก็อาจจะใช้หรือออกคำสั่ง แล้วก็หวังไว้สูงด้วยว่า รุ่นน้องจะให้ความร่วมมือโดยดี เคารพเรา ยกมือไหว้เมื่อเห็น แต่พอไม่เป็นอย่างใจ รุ่นพี่ก็ไฟลุกเลยจ้า ว่าน้องคนนี้ไม่เคารพเรา ดึงหน้าใส่บ้างอะไรบ้าง ส่วนรุ่นน้อง พอเจอรุ่นพี่ออกคำสั่งมากๆ เข้าก็เกิดการไม่พอใจและต่อต้านเบาๆ
      เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง แต่ก็แก้ไม่ค่อยหาย ถ้าจะหายคิดว่าคงต้องเปลี่ยนรูปแบบ ในการทำกิจกรรม ให้เป็นแบบเพื่อน ทุกครั้งที่เจอหน้ากันอาจยิ้มทักทายชวนคุย ให้เกิดความคุ้นเคยกันก่อน จะช่วยลดช่องว่างตรงนี้ได้ค่ะ


 

    ต้นเหตุที่ 8 : ร้อนตัว เข้าใจผิด
      ใครหลายๆ คนต้องการที่ยืนในสังคม ต้องการเป็นคนที่มีคนสนใจ และสนใจเรื่องของคนอื่นไปพร้อมๆ กัน บางทีได้ยินอื่นเล่ามา หรือไปได้ยินด้วยตัวเอง ก็ไปรับเอาคำด่าทอมาไว้ในใจเพราะนึกว่าพูดถึงตัวเอง เรียกง่ายๆ ว่าร้อนตัว จนกลายเป็นเรื่องขึ้นมาก็มีให้เห็นเยอะค่ะ ดังนั้น ได้ยินใครพูดอะไรที่ไม่ระบุคนมา ก็วางเฉยไว้ค่ะ ถ้าเราไม่ได้ไปทำอะไรไว้ก็คงไม่มีใครเอาเราไปพูดในทางเสียหาย ใจเย็นๆ กันเนอะ

   ต้นเหตุที่ 9 : ปัญหาจากโซเชียลมีเดีย
      ทุกวันนี้ น้องๆ อาจจะใช้ชีวิตในโซเชียลมีเดียมากกว่าชีวิตจริงเสียอีก ดีใจก็โพสท์เฟซบุ๊ก ไม่สบายใจก็ทวิตเตอร์ และโซเชียลเหล่านี้ก็เป็นสื่อสาธารณะที่ใครจะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมามากมาย เช่น ไปกดปุ่มว้าว (ไม่สนิทอย่าติดว้าว) ปุ่มเลิฟ (กดให้แฟนคนอื่น) หรือสารพัดปุ่มแสดงอารมณ์ รวมถึงข้อความคอมเมนท์ที่ไม่รู้น้ำเสียงของคนพิมพ์ก็อาจทำให้อีกฝั่งเข้าใจผิดได้ จะว่าไปแล้ว ปัญหาโซเชียลมีเดีย จะเป็นเรื่องของการสื่อสาร ที่ไม่รู้เจตนาของคนพิมพ์นั่นเอง


 

   ต้นเหตุที่ 10 : ไม่มีเหตุผล ไม่ถูกชะตา     
      ข้อสุดท้ายที่หาเหตุผลไม่ได้ แม้แต่ตัวรุ่นพี่-รุ่นน้องที่มีปัญหาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูก แต่แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้า แต่ถ้าไม่ถูกชะตาแล้วเข้าไปชวนทะเลาะ พี่มิ้นท์ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกนะคะ  
   
       ตอนนี้ในระดับประเทศก็ให้ความสำคัญกับเรื่องการปรองดอง ซึ่งมันเริ่มได้ตั้งแต่ในระดับโรงเรียนเลยนะคะ ไม่ต้องใส่ชุดน้องเกี่ยวก้อย ก็มาเกี่ยวก้อยกันได้ค่ะ ใครที่ทะเลาะอะไรกับใครไว้ ปีใหม่นี้ก็เป็นฤกษ์ดีที่จะหันหน้าคุยกันหรือปรับความเข้าใจกันใหม่ เชื่อเถอะค่ะว่าวันนึงที่เราโตพอเป็นผู้ใหญ่แ
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

pa_poonz Member 30 เม.ย. 62 23:08 น. 1

ขึ้นม.ปลายแล้ว จะลองระวังๆไว้ค่ะ มีใครอ่านว่า เบ่งพี่เป็นเบ่งขี้บ้างคะ._. ขอโทษสำหรับความคิดทุเรศๆค่ะ แต่ตากับหัวมันไปแบบนั้นจริงๆ555

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด