10 ตัวอย่างชีวิตช่วงสอบของเด็กมหา'ลัย ที่เด็กมัธยมไม่ได้สัมผัส!

      ใกล้สอบทีไร บรรดารุ่นพี่ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยหลายคน ชอบตั้งสเตตัสในเฟส อัพทวิตเตอร์ หรือถ่าย Story IG ถึงเรื่องสอบ พร้อมติด #MidtermCrisis หรือ #FinalCrisis กันเป็นแถบๆ แถมยังชอบบอกให้น้องๆ มาเจอเองแล้วจะเข้าใจ...แหม่ คาใจจัง สอบในมหาวิทยาลัยต่างจากมัธยมมากเลยหรอ
 

 
     กลายเป็นว่ารุ่นน้องหลายคนกังวล หลายคนกลัวกับการสอบในมหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้พี่แนนนี่ก็เลยรวบรวม 10 ตัวอย่างพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการสอบของนิสิตนักศึกษา ที่ตอนเป็นเด็กนักเรียนมัธยมไม่ได้เจอมาฝากน้องๆ กันค่ะ
 
วางแผนอ่านหนังสือล่วงหน้า
    เรียกได้ว่าแทบจะไม่มี One night miracle หรือไปรออ่านหนังสือทีเดียวหน้าห้องสอบให้เห็นกันแล้วจ้า น้องๆ ที่เรียนมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะวางแผน เขียนแพลนเตรียมตัวเรื่องการสอบกันล่วงหน้า บางคนอาจจะใช้เวลาช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนสอบ แต่บางคนก็อาจจะวางเวลาไว้เป็นเดือนๆ ก่อนสอบเลยค่ะ
 

 
อ่านยันเช้า ไม่หลับไม่นอน
    “ยังไม่ได้นอนเลย” เป็นประโยคติดปากของนิสิตนักศึกษาหลายคน โดยเฉพาะช่วงสอบ หลายคนอาจจะได้ยินเพื่อนๆ พี่ๆ พูดกันบ่อยๆ เพราะปกติแล้วแค่เรียนหนังสือในแต่ละวัน ทำการบ้าน ทำกิจกรรม ทบทวนบทเรียน ก็แทบจะไม่ได้เข้านอนเร็วเลย หัวค่ำหรอ 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม หรอ ลืมไปได้เลย ยิ่งพอเข้าช่วงสอบ น้องๆ บางคนก็นอนกันเกือบสว่าง หรือบางคนอาจจะไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ บางคนอ่านหนังสือเสร็จแล้ว กลับมาอาบน้ำที่ห้องแล้วออกไปสอบเลยก็มี นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่หลายๆ คนต้องเจอแน่นอนค่ะ
 

 
สอบจบ แต่งานไม่จบ
    ลำพังแค่ใกล้สอบ หลายคนก็เครียด ก็กังวลไปหมดทุกอย่าง อาจารย์จะออกอะไรบ้าง จะทำสรุปทันไหม จะตกหล่นเนื้้อหาอะไรไปรึป่าว หนังสือก็ต้องอ่านไม่เว้นแต่ละวัน อ่านก็ต้องอ่านเน้นๆ จำให้ขึ้นใจ จะมาอ่านผ่านๆ ก็ไม่ได้ ซึ่งในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยังมีรายงาน การบ้าน งานวิจัย หรือโปรเจครออยู่อีกเพียบ ไม่ว่าจะมิดเทอม หรือไฟนอล พอสอบเสร็จแล้วยังต้องมานั่งทำงานกันต่อ ไม่ได้ปิดเทอมทันทีเหมือนมัธยมวัยใสๆ กันเลยจ้า
 

 
จะให้ทิ้งดิ่งหรอ ฝันไปเถอะ
    เตรียมใจไว้ก่อนได้เลย ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นข้อเขียน ที่มักจะให้โจทย์มายาวๆ หรืออ่านแล้วงงนิดๆ ซับซ้อนหน่อยๆ และก็เว้นที่ไว้ให้ตอบยาวๆ ซึ่งบางคนก็เขียนตอบยาวมาก ชนิดที่ว่ามีความรู้อะไรเกี่ยวกับโจทย์ ก็ขนมาเขียนให้หมด ร่ายยาวลงกระดาษได้หลายหน้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ concept หรือ point ที่อาจารย์ต้องการ คะแนนก็หายไปอีก หรือบางวิชาเป็นการสอบปฏิบัติ แม้ทฤษฎีจะแม่น แต่ตอนทำจริงนั้นก็สลบกันไปเป็นแถบๆ เรียกได้ว่าจะมารอทิ้งดิ่ง ก ข ค ง เหมือนตอนมัธยมน่ะหรอ ยากมากเลยจ่ะ
 
 
 
วิชาสอบน้อย แต่ต้องแน่นต้องเป๊ะ
     น้องๆ มัธยม บางคนอาจจะมองว่า “วันนึงพี่มีสอบแค่วิชา สองวิชา ทำไมอ่านไม่ทัน ทำไมเครียดจัง ตอนมัธยมสอบทีวันละ 7-8 วิชา ยังทำไหวเลย” แต่แท้จริงแล้ว การสอบหนึ่งวิชาก็แทบจะเป็นลม กะอักเลือดไปตามๆ กันแล้ว ถ้าสองวิชาวันเดียวกันก็ตายไปเลยค่ะ เพราะเนื้อหา และความยากของแต่ละวิชานั้น อัดแน่นเต็มแม็กซ์มากจริงๆ ถ้าใครเข้าใจอยู่แล้วก่อนสอบก็แค่ทบทวนนิดหน่อย (นิดหน่อยจริง?) แต่ถ้าใครยังต้องทำความเข้าใจด้วย ทบทวนด้วย ก็เผื่อเวลาไปรัวๆ เลยค่ะ
 

 
ฟังแล้วจดทุกคำ รอดแน่นอน
    บางวิชาในมหาวิทยาลัย ไม่มีหนังสือเป็นเล่มๆ ให้อ่าน แต่อาจจะมีเอกสารประกอบการเรียนนิดๆ หน่อยๆ ส่วนนอกนั้นก็จะต้องฟังจากที่อ.สอน แล้วจดเองค่ะ ใครความจำดี มือไวก็ได้เปรียบค่ะ ซึ่งบางครั้งการที่อาจารย์เล่านู่น เล่านี่ออกทะเลไป ก็อาจจะแฝงคำตอบของข้อสอบเอาไว้ค่ะ ดังนั้นจะต้องตั้งใจฟังอาจารย์สอนให้ดี หรืออาจจะอัดเสียงแล้วเอามาฟัง มาจดใหม่อีกทีก็ได้นะ
 

 
มองซ้ายมองขวา ขอเพื่อนดูไม่ได้แล้ว
    ช่วงมัธยมใครเป็นสายยีราฟ ชะเง้อคอยาว หรือสายแอบจด แอบซ่อนกระดาษไว้ ต้องระวังให้ดีค่ะ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เพราะการสอบในมหาวิทยาลัยไม่เอื้อต่อการลอก หรือการทำทุจริตประการใดใด หลายคนโดนพักการเรียน ไม่จบพร้อมเพื่อนด้วยกรณีต่างๆ แล้วก็อย่าชะล่าใจไป เมื่อไม่โดนจับได้ในห้องสอบ เพราะมีหลายคนโดนจับได้จากอาจารย์ที่ตรวจข้อสอบ
 

 
Open Book ง่าย..จริงหรอ
     ครั้งแรกที่ได้ยิน ใครๆ ก็คิดว่าชิวแล้ว สบายแล้ว เอาหนังสือเข้าห้องได้ ไม่ต้องอ่านเยอะหรอก.....หลอก หลอกมากเลยจ้า ที่ไหนได้ การสอบแบบเปิดหนังสือ หรือ Open-Book ยากกว่าการสอบธรรมดาเสียอีก นอกจากจะต้องๆ แม่นเนื้อหาในหนังสือ เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการหาคำตอบแล้วนั้น การคิดวิเคราะห์และประมวลผลก็ต้องดีเยี่ยมด้วยเช่นกัน เพราะการสอบแบบนี้ อาจารย์มักออกโจทย์หลายชั้น ให้คิดซับซ้อน ไม่ทันได้ระวังตัวกันแน่นอน
 

 
เพื่อนซุ่ม แอบอ่าน
    ตอนเรียนมัธยม มักจะมีเพื่อนๆ เป็นที่พึ่งตลอด คอยทักไปถามไถ่แนวข้อสอบที่จะออก หรือหาพรรคหาพวกร่วมกันเทสักวิชา หรือหาแนวร่วมเวลายังไม่อ่านหนังสือ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังคงเดินตามรอย แต่ก็อาจจะเจอเพื่อนประเภทที่ว่า "ยังไม่ได้อ่านเหมือนกัน" "เทด้วยๆ ไม่ต้องอ่าน" เราก็สบายใจ มีแนวร่วมแล้ว ซึ่งท้ายที่สุดเพื่อนดันซุ่ม อ่านแล้วอ่านอีก อาจจะอ่านเป็นสิบๆ รอบแล้ว ก็มาโป๊ะแตกตอนคะแนนออก ทั้งคะแนนสูง เกรดสวยเลย ส่วนเราก็ร่วงตามระเบียบ
 

 
ใฝ่ฝันเกรดสูง สุดท้ายขอแค่ผ่าน
    เป็นเหมือนกันหมด ตอนเข้ามาเรียนแรกๆ ก็หวังกันไว้ว่า "วิชานี้จะต้องได้ A อย่างแย่ก็คง B แหละ" "ทำเกรดให้ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ถ้าไม่ไหวก็อันดับ 2 ละกัน" แต่พอเรียนไปสักระยะหนึ่ง หลายคนมักจะเปลี่ยนคำพูดกันไปตามสถานการณ์ เป็น "เอาน่าวิชานี้ C ก็ยอม" "ขอแค่ไม่ F ก็พอแล้ว" หรือ "แค่จบพร้อมเพื่อนก็โอเคแล้ว"
 

 
     เจอแน่นอนค่ะ อย่างน้อยก็ 1 ใน 10 อย่างนี่แหละ น้องๆ เตรียมตัวไว้ได้เลยค่ะ แต่บอกก่อนว่าไม่ได้มาขู่ให้กลัวน้า แต่รู้ไว้ก่อนก็ดีกว่าไม่ใช่หรอ อิอิ ส่วนน้องๆ นิสิตนักศึกษาคนไหนเป็นแบบที่พี่บอก หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบนอกเหนือจากนี้ มาแชร์ให้น้องได้เตรียมตัวกันค่ะ
พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Zaniatan Member 15 ธ.ค. 60 03:59 น. 1

คือเข้าใจว่าน้องมัธยมก็เหนื่อยในแบบของมัธยม แต่ก็อยากให้เข้าใจฟีลลิ่งแบบตื่นเจ็ดโมงนอนอีกทีตีสี่ตีห้าของอีกวัน นี่เรียนบัญชียังสุขภาพโทรมลงมาก วันสอบบัญชีต้องพาเพื่อนไปห้องพยาบาลพออาจารย์เห็นก็บอกวันนี้มีแต่เด็กบัญชีมาห้องพยาบาล คลื่นไส้อาเจียนกันทั้งนั้น ห้องพยาบาลต้องเตรียมเก้าอี้เล็คเชอร์ไว้ที่ห้องสำหรับสอบต่อกันในห้อง ส่วนเพื่อนอีกคนอาการหนักจนจะร้องไห้แทน เรียนด้านศิลปะต้องทำโปรเจ็คส่งไม่ได้นอนติดๆกันหลายวันจนโทรม อาหารเป็นพิษเข้าโรงพยาบาลกลางดึกยังต้องขอออกมาก่อนหมอปล่อยตัวเพื่อนทำโปรเจ็คไฟนอลให้เสร็จ ตอนนี้เพิ่งจะกินข้าวได้เกือบปกติ


ทั้งหมดนี่คืออยากขอระบายเพราะไม่สามารถบอกใครได้เลย ถ้าเกิดทำให้น้องๆมัธยมรู้สึกไม่ดีต่อชีวิตมหาลัยต้องขอโทษด้วยนะ แต่นอกจากการสอบที่เหลือก็ดีค่ะ^^

0
กำลังโหลด

5 ความคิดเห็น

Zaniatan Member 15 ธ.ค. 60 03:59 น. 1

คือเข้าใจว่าน้องมัธยมก็เหนื่อยในแบบของมัธยม แต่ก็อยากให้เข้าใจฟีลลิ่งแบบตื่นเจ็ดโมงนอนอีกทีตีสี่ตีห้าของอีกวัน นี่เรียนบัญชียังสุขภาพโทรมลงมาก วันสอบบัญชีต้องพาเพื่อนไปห้องพยาบาลพออาจารย์เห็นก็บอกวันนี้มีแต่เด็กบัญชีมาห้องพยาบาล คลื่นไส้อาเจียนกันทั้งนั้น ห้องพยาบาลต้องเตรียมเก้าอี้เล็คเชอร์ไว้ที่ห้องสำหรับสอบต่อกันในห้อง ส่วนเพื่อนอีกคนอาการหนักจนจะร้องไห้แทน เรียนด้านศิลปะต้องทำโปรเจ็คส่งไม่ได้นอนติดๆกันหลายวันจนโทรม อาหารเป็นพิษเข้าโรงพยาบาลกลางดึกยังต้องขอออกมาก่อนหมอปล่อยตัวเพื่อนทำโปรเจ็คไฟนอลให้เสร็จ ตอนนี้เพิ่งจะกินข้าวได้เกือบปกติ


ทั้งหมดนี่คืออยากขอระบายเพราะไม่สามารถบอกใครได้เลย ถ้าเกิดทำให้น้องๆมัธยมรู้สึกไม่ดีต่อชีวิตมหาลัยต้องขอโทษด้วยนะ แต่นอกจากการสอบที่เหลือก็ดีค่ะ^^

0
กำลังโหลด
Mewa98 Member 15 ธ.ค. 60 15:07 น. 2

ช่วงนี้ไฟนอลแต่มีโปรเจคติดๆกันซึ่งต้องส่งหลังสอบ คือแบบ... เหนื่อยมากเพราะมันเป็นโค้ดที่เราต้องเขียน เหนื่อยตรงเออเรอร์ตรงไหนไม่รู้ก็ต้องมานั่งแก้ๆ แล้วก็ต้องอ่านหนังสือสอบไปด้วย สอบเสร็จต้องรีบกลับมานั่งทำ พอเหนื่อยตรงนี้ก็มาอ่านหนังสือ เอาง่ายๆเวลาพักแทบจะไม่มี นอนเช้าทุกวันเลย อาจารย์ก็สั่งงานมาเพิ่มอีก... ชีวิตจริงไม่มีคำว่าเห็นใจเลย บ่นเหนื่อยยังไงก็ต้องทำ อยากบ่นแค่ไหนก็ต้องลุกมาเร่งมือทำให้เสร็จ ยังดีที่มีวันหยุดระหว่างสอบไม่งั้นตายแน่ๆ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
kvanfa Member 16 ธ.ค. 60 22:40 น. 4

เพิ่งสอบไฟนอบของเทอมหนึ่งเสร็จไป บอกเลยสอบเสดสลบตั้งแต่เที่ยงแล้วไปตื่นเกือบเที่ยงของอีกวัน นี่ของจริงเลย แล้วตอนนี้ยังต้องมานั่งเคลียร์มินิโปรเจคอีก อยากกลับบ้านใจแทบขาด แต่ยังไม่มีเวลาว่างเลย ปีใหม่นี้คงหมดหวังล่ะ ฉลองปีใหม่ที่มหาลัยแน่ๆ เป็นเด็กวิศวะที่ต้องทึกและบึกบึนจิงๆค่ะ

0
กำลังโหลด
เรโกะ จิทาคุ Member 6 ม.ค. 61 17:14 น. 5

มีพี่2คน หนูคิดว่าจะไม่เรียนมหาลัยแล้ว 555555 จากที่ตามๆมา มัธยมนี่ ถถถถถ อนาถ คะแนนคณิตตรูยังอนาถขนาดนี้แล้วจะให้เรียนมหาลัยอีก?? ถถถ ไม่ทำงานแม่ม ---- เด็กดีทุกคนอย่าเอาอย่างนะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด