มาลองทายกัน? ระหว่างยอดเขา-พื้นราบ ที่ไหนต้มน้ำเดือดเร็วกว่ากัน?

    
       สวัสดีค่ะ อากาศหนาวๆ เย็นๆ ฟินๆ แบบนี้ พี่มิ้นท์นึกถึงบรรยากาศแคมป์ปิ้งบนยอดเขาไหนสักลูก พร้อมกับเตาปิ้งบาร์บีคิวและหม้อต้มมาม่า แค่นึกก็ฟินแล้วใช่มั้ยคะน้องๆ
       พูดถึงบนป่า บนดอย ทำให้พี่มิ้นท์นึกถึงคำถามวิทยาศาสตร์อยู่เรื่องนึง ว่ากันว่า ถ้าเราต้มน้ำหรืออุ่นแกง ระหว่างบนพื้นกับบนดอย สองที่นี้จะมีระยะเวลาการเดือดไม่เท่ากัน จริงหรือไม่ ไปหาคำตอบกันค่ะ^^

 

       การหาคำตอบในเรื่องนี้ น้องๆ จะต้องรู้จัก "ความดันอากาศ" หรือ "ความกดอากาศ" กันเสียก่อน ความดันอากาศ ก็คือน้ำหนักของอากาศที่กดลงพื้นโลกค่ะ ซึ่งความดันอากาศระหว่างบนพื้นกับบนที่สูงนั้นต่างกัน และความดันอากาศนี้ก็เกี่ยวข้องกับจุดเดือดของน้ำด้วยนั่นเอง

       หากเราต้มน้ำบนพื้นราบที่ระดับความสูงน้ำทะเล ความดันอากาศจะมีค่าประมาณ  1 หน่วยบรรยากาศ และน้ำจะมีจุดเดือดอยู่ที่ 100 องศาเซลเซียสตามที่เราเรียนกันมา แต่เมื่อเราขึ้นไปอยู่บนภูเขาสูงๆ แน่นอนความดันอากาศจะลดลง ทำให้จุดเดือดของน้ำลดลงไปด้วยค่ะ เพราะเมื่อความดันอากาศต่ำลง โมเลกุลที่อยู่บนหน้าผิวของน้ำก็จะระเหยได้เร็วเป็นไอน้ำได้ไวขึ้นนั่นเอง

       จึงสรุปได้ว่า ถ้าเราต้มน้ำบนยอดเขาที่ความดันอากาศต่ำ น้ำจะเดือดได้เร็วกว่าพื้นดิน เพราะสามารถเดือดได้แม้ไม่ถึง 100 องศาเซลเซียสค่ะ

       แต่ถึงจะเดือดเร็วกว่าก็เถอะ ไม่ได้หมายความว่ามันจะสุกเร็วกว่านะคะ เพราะ "ความเดือด" กับ "การสุกของอาหาร" มันคนละเรื่องกันเลย! อาหารจะสุกหรือไม่สุกขึ้นอยู่กับความร้อนค่ะ ถ้ามีความร้อนมากพออาหารในหม้อก็จะสุกเร็ว ดังนั้น ถ้าวัดกันที่ใครสุกก่อน ก็ต้องบอกว่าที่ระดับน้ำทะเลจะสุกได้เร็วกว่า เพราะน้ำในหม้อถึงจุดเดือดของมันแล้ว ในขณะที่บนยอดเขา จุดเดือดไม่ถึง 100 องศา จึงต้องใช้เวลาต้มนานขึ้นค่ะ :D
    
        เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าเอาอะไรขึ้นไปต้มบนยอดเขา ต่อให้เดือดแล้วก็อย่าลืมเช็กว่าสิ่งที่เราต้มนั้นสุกหรือยัง เดี๋ยวจะไม่อร่อยนะ 55555
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

11. 14 มิ.ย. 67 20:15 น. 1-1

อากาศหนาวไม่เกี่ยวกับจุดเดือด แต่เกี่ยวกับระยะเวลาต่างหากครับ ที่จุดเดือดเค้าพูดถึงความดันนะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด