สวัสดีค่ะชาว Dek-D พี่เชื่อว่ามีหลายคนฝันอยากเป็นส่วนหนึ่งใน “ทีมสันทนาการ” ของคณะหรือมหา’ลัยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะเมื่อถึงเวลากิจกรรม (โดยเฉพาะงานรับน้อง) พวกเขาจะมาสร้างสีสันด้วยด้วยการร้อง-เต้นแบบสุดเหวี่ยง แถมยังตบมุกกันไปมาเรียกเสียงฮาได้อีก คนที่ทำหน้าที่นี้จึงได้ฝึกทำอะไรหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว เอาเป็นว่าถ้าพร้อมแล้ว...เราไปรู้จักทีมสันทนาการ และคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีกันเลยดีกว่าค่ะ!
คุยกันก่อน: ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงการสรุปภาพรวมจากความคิดเห็นและประสบการณ์รายบุคคลเท่านั้น โดยกลุ่มตัวอย่างที่เราสัมภาษณ์คือสมาชิกทีมสันทนาการจากต่างคณะต่างมหา’ลัย
ทีมสันทนาการคือใคร? เขามาทำอะไรที่นี่?
ถ้าใครเป็นเฟรชชี่อาจตกใจที่อยู่ๆ ในวันรับน้อง ก็มีกลุ่มคนแต่งตัวแปลกๆ ยกขบวนมาร้องเพลงคล้ายกีฬาสีที่เราเคยร้องกันตอนมัธยม แล้วใส่ท่าเต้นฮาๆ เต้นเป็นจังหวะบ้างฟรีสไตล์บ้าง แล้วตะโกนรับ-ส่งไปมา บางทีก็ชวนเล่นเกมด้วย คนเหล่านี้คือทีมสันทนาการค่ะ เป็นกลุ่มคนที่สร้างความสนุกสนานในกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะงานรับน้องและงานสานสัมพันธ์ต่างคณะ/มหา’ลัย มีบทบาทสำคัญในการช่วยละลายพฤติกรรมรุ่นน้อง (Ice Breaking)
ทีมสันฯ ซ้อมกันหนักรึเปล่า?
ปกติพวกเขาจะต้องฝึกให้เป็นทุกอย่าง ทั้งเรื่องท่าเต้น และซ้อมเชียร์อัพ (พวกเสียงเชียร์ ตะโกน กรี๊ด และร้องเพลง) และก่อนการซ้อมสันแต่ละครั้งอาจมีการให้วิ่งก่อน จุดประสงค์คือ 1. ยืดเส้น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ไม่งั้นเดี๋ยวปวดตัว 2. ฝึกความสตรอง ทนความเหนื่อยได้ดีขึ้น และเพิ่มกำลังในการร้องเพลง
ส่วนระยะเวลาที่ใช้ซ้อมจะอยู่ที่ราวๆ 1-3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ใช้เวลาหลังเลิกเรียน สัก 18.00-20.00 น. หรือเวลาใดก็ได้ที่คนในทีมสันฯ ว่างตรงกัน (เพราะในมหา’ลัยไม่ได้เรียนทั้งวันเหมือนมัธยม) และความถี่จะประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และซ้อมก่อนถึงวันกิจกรรมประมาณ 1-2 เดือน
คุณสมบัติเหล่านี้ สำคัญแค่ไหน?
สำหรับน้องๆ ที่อยากเข้าร่วมทีมสันฯ แต่ยังไม่ชัวร์คุณสมบัติตัวเอง วันนี้พี่ไปสอบถามรุ่นพี่สันทนาการมาให้แล้วค่ะ ^^
1. พื้นฐานการเต้น
ไม่ว่าจะเต้นเป็นหรือไม่ ทุกคนจะได้เริ่มใหม่พร้อมกันโดยมีรุ่นพี่ช่วยซ้อมท่าเก็บไลน์การเต้นให้ พอน้องๆ ได้ฝึกซ้อมอย่างเข้มงวดแล้ว ทุกอย่างจะไปเองตามอัตโนมัติ ถ้าใครไม่มีพื้นฐานการเต้นมาก่อนเลยก็แค่ใช้เวลาปรับตัวเยอะหน่อยเท่านั้นเองค่ะ
อีกเหตุผลหนึ่งคือ การเต้นสันฯ ไม่เหมือนการเต้นลีดฯ ที่ต้องพร้อมเพรียงกันทุกคน และแคร์องศาทุกมุม เพราะสันฯ จะเน้นแค่จำท่าได้แล้วเต้นให้ลงจังหวะ โดยที่ทุกคนสามารถยังรักษาสไตล์ลายเส้นของตัวเองไว้ได้ เช่น คนนั้นเอวพริ้วมาก หรือคนโน้นดิ้นน้อยกว่าคนนี้ เป็นต้น
2. บุคลิกเฮฮาร่าเริง
ถึงแม้ตอนกิจกรรม เราจะเห็นพี่สันฯ ดูเฮฮาร่าเริง แอคทีฟตลอดเวลาเหมือนไม่รู้จักเหนื่อย แต่จริงๆ แล้วคุณสมบัตินี้ไม่จำเป็นค่ะ เพราะเบื้องหลังแต่ละคนแตกต่างกันออกไป รุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า น้องบางคนดูนิ่งๆ แต่จริงๆ แล้วชอบเต้นก็มีให้เห็นบ่อยๆ หรือบางทีอาจเต้นพริ้วมากในขณะที่หน้านิ่งกริบ นอกจากนี้ บางคนยังมีบุคลิกเปลี่ยนไปหลังจากเข้ามาเป็นสันฯ อีกด้วย!
3. สุขภาพ
ถ้าเข้ามาในทีมสันฯ แล้ว ให้ทำใจว่าต้องเหนื่อยแน่นอน ตั้งแต่การวอร์มร่างกายก่อนซ้อมเต้นและเชียร์อัพ หรือแม้กระทั่งขั้นตอนการซ้อมที่เข้มงวด หากมีใครสักคนเต้นผิด อาจต้องเริ่มใหม่พร้อมกันทั้งหมด ดังนั้นถ้าน้องๆ เป็นคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง เหนื่อยง่าย เป็นลมง่าย อย่าลืมให้รุ่นพี่ช่วยประเมินพลังก่อนนะคะว่าเราจะไหวรึเปล่า
4. ใจรัก อดทน มิวินัย*****
ถ้าไม่นับเรื่องสุขภาพแล้ว ข้อนี้สำคัญที่สุดค่ะ รุ่นพี่หลายมหา’ลัยเล่าคล้ายๆ กันว่า ตอนแรกมีคนสมัครเข้าทีมสันฯ เยอะมากกกก แต่เวลาผ่านไปคนก็หายไปกว่าครึ่ง เพราะพวกเขาไม่ได้มีใจรักจริงๆ บางคนขาดวินัย ไม่มาซ้อมเป็นประจำ หรือแม้แต่บางคนไม่สามารถบริหารจัดการเวลาเรียน เวลาพักผ่อน และเวลาซ้อมสันฯ ให้ลงตัวได้ ก็เป็นอันค่อยๆ ถอนตัวออกไป ถ้าน้องๆ มั่นใจว่าอยากเข้าร่วมทีมสันฯ จริงๆ นี่คือด่านทดสอบเลยค่ะ^^
เป็นสันฯ แล้วได้อะไร?
1. สุขภาพแข็งแรง + น้ำหนักลด
การซ้อมสันฯ = การออกกำลังกาย ยิ่งถ้าช่วงไหนซ้อมทุกวันจะรู้สึกฟิตเฟิร์มมากๆ อย่างที่รุ่นพี่มหา’ลัยหนึ่งเล่าให้ฟังว่า คนในทีมสันฯ คนหนึ่งลดน้ำหนักได้เยอะมากกก จาก 80 กก. เหลือแค่ 65 กก. แถมไขมันแปรสภาพเป็นกล้ามเนื้อด้วย ดังนั้นถ้าใครเป็นสายเอนเตอร์เทนและอยากลดน้ำหนัก อย่าลังเลเลย~
การซ้อมสันฯ = การออกกำลังกาย ยิ่งถ้าช่วงไหนซ้อมทุกวันจะรู้สึกฟิตเฟิร์มมากๆ อย่างที่รุ่นพี่มหา’ลัยหนึ่งเล่าให้ฟังว่า คนในทีมสันฯ คนหนึ่งลดน้ำหนักได้เยอะมากกก จาก 80 กก. เหลือแค่ 65 กก. แถมไขมันแปรสภาพเป็นกล้ามเนื้อด้วย ดังนั้นถ้าใครเป็นสายเอนเตอร์เทนและอยากลดน้ำหนัก อย่าลังเลเลย~
2. ฝึกสกิลงานเบื้องหน้า
ไม่ว่าน้องๆ จะมีบุคลิกแบบไหน คนภายนอกก็จะมองว่าสันฯ เป็นคนสนุก ร่าเริง กล้าแสดงออก และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ (บางทีก็เป็นโดยอัตโนมัติ) ดังนั้นเวลาเขามองหาพิธีกรในกิจกรรม คนในทีมสันฯ อาจตกเป็นตัวเลือกได้ แต่ถ้าถามว่าเป็นเรื่องยากมั้ย? อาจไม่ เพราะสันฯ เหมือนได้เทรนการเอนเตอร์เทนผู้ฟัง การคุมสติ และไหวพริบมาพร้อมรบแล้ว!
ไม่ว่าน้องๆ จะมีบุคลิกแบบไหน คนภายนอกก็จะมองว่าสันฯ เป็นคนสนุก ร่าเริง กล้าแสดงออก และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ (บางทีก็เป็นโดยอัตโนมัติ) ดังนั้นเวลาเขามองหาพิธีกรในกิจกรรม คนในทีมสันฯ อาจตกเป็นตัวเลือกได้ แต่ถ้าถามว่าเป็นเรื่องยากมั้ย? อาจไม่ เพราะสันฯ เหมือนได้เทรนการเอนเตอร์เทนผู้ฟัง การคุมสติ และไหวพริบมาพร้อมรบแล้ว!
3. ปรับบุคลิกเป็นคนใหม่
บางคนที่เข้ามาเป็นสันฯ แล้วชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเลยก็มีค่ะ อย่างเช่นจากคนเงียบๆ กลายเป็นเฮฮาร่าเริง หรือจากคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่กล้าคุยกับใคร ตอนนี้เข้าสังคมเก่งขึ้น กลายเป็นตัวฮาประจำกลุ่ม หยอดมุกตบมุกเก่ง ได้เป็นตัวเองที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจริงๆ
4. ได้คอนเนกชั่น
เนื่องจากทีมสันฯ ต้องซ้อมด้วยกันบ่อยมาก คนในทีมจึงสนิทกันและดูแลกันเหมือนพี่น้อง บางครั้งก็มีนัดเจอนัดเที่ยวกันบ้าง อีกทั้งยังได้ทำความรู้จักกับสันฯ มหา’ลัยอื่นๆ ผ่านกิจกรรมสานสัมพันธ์ที่มีขึ้นเป็นระยะๆ สมาชิกทีมสันฯ เล่าว่า สันฯ อย่างพวกเขาจะมีจุดร่วมคือชอบเต้นและชอบเอนเตอร์เทนคนอื่น มันเลยมีบางอย่างให้จูนกันติดง่ายมาก
5. เปลี่ยนสายตาคนรอบข้าง
น้องๆ เป็นคนหน้าเหวี่ยง หน้านิ่ง เหมือนคนหยิ่งๆ พร้อมเกรี้ยวกราดได้ทุกเมื่อรึเปล่าคะ? สมาชิกสันฯ คนหนึ่งเล่าว่า เธอเป็นแบบนั้นแหละ หลายคนเลยไม่กล้าเข้าใกล้ (ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ไง5555) แต่พอได้เป็นสันฯ แล้ว ทุกคนก็เห็นว่า เออ...ที่จริงเธอไม่ได้หยิ่งนี่นา เฮฮาบ้าบอเหมือนกัน
แล้วการเป็นสันฯ มีข้อเสียอะไรบ้าง?
1. ร่างกายงอแงเป็นบางครั้ง
เมื่อกี้พูดถึงข้อดีว่า การเต้นสันฯ ทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่อีกมุมนึงก็อาจทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าได้เช่นกันค่ะ ยิ่งถ้าใครพลาดไม่วอร์มร่างกายหรือยืดเส้น อาจเจออาการบาดเจ็บได้ เอาเป็นว่าถ้าใครยินยอมพร้อมใจแล้ว ต้องทนให้ร่างกายปรับตัวสักหน่อย ถ้าสตรองได้เมื่อไหร่ก็ไม่มีปัญหาแล้ว
Photo by Tanja Heffner on Unsplash
2. ต้องยอมเสียสละเวลาส่วนตัว
เวลาส่วนตัวที่ว่าคือ คาบว่าง ช่วงหลังเลิกเรียน หรือแม้กระทั่งวันหยุด ฯลฯ เพราะรุ่นพี่สามารถนัดน้องๆ มาซ้อมได้ทุกเมื่อ (บางทีก็อดกินเลี้ยงตอนเย็นกับเพื่อน หรืออดดูละครตอนเย็น T_T) แต่ถ้าใจรักจริงๆ ก็ไม่เป็นปัญหาค่ะ เพราะเท่ากับว่าน้องๆ จะได้ใช้เวลานั้นสร้างความสุขให้ตัวเอง สิ่งที่ต้องพยายามหน่อยคือการบริหารจัดการเวลาให้ลงล็อก ทั้งเวลาเรียน ทำการบ้าน ทำกิจกรรม และนอน ไม่ให้มากระทบกัน
3. สถานที่มีจำกัด
แน่นอนว่าการซ้อมสันฯ แต่ละครั้งต้องมีทั้งเสียงตะโกนและเสียงกลอง แต่ถ้าวันไหนบังเอิญตึกที่ซ้อมประจำดันปิดซะก่อน หรือต้องเดินทางไปเตรียมงานที่ไกลๆ ทีมสันฯ อาจต้องเหนื่อยวิ่งหาพื้นที่ให้สามารถใช้เสียงได้
เท่าที่พี่ฟังสมาชิกสันฯ มาแชร์ประสบการณ์ ก็รู้สึกว่าชีวิตพวกเขาดูน่าสนุกไม่น้อยเลยค่ะ^^ ถ้าใครเกิดมาเพื่อเอนเตอร์เทนคนอยู่แล้ว หรืออยากเริ่มเป็นคนสร้างสีสันให้คนรอบข้าง ลองเริ่มจากการเข้าร่วมทีมสันฯ ดูสักครั้งก็ไม่เสียหาย รับรองเลยว่าชีวิตมหา’ลัยจะไม่จืดชืดแน่ๆ ...สุดท้ายนี้ ถ้าน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์ดีๆ (หรือมุมมืด) เกี่ยวกับสันทนาการ อย่าลืมแวะมาเล่าให้ชาว Dek-D ฟังกันบ้างนะคะ ><











0 ความคิดเห็น