เผยเบื้องหลัง กว่าจะเป็นภาพแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-มธ.!

        สวัสดีค่ะชาว Dek-D ตอนนี้ทั่วโซเชียลพากันพูดถึงบรรยากาศงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-มธ. ครั้งที่ 73 โดยเฉพาะภาพ “การแปรอักษร” บนสแตนด์ทั้งสองฝั่ง เพราะทั้งดุเด็ดเผ็ดมันส์ ฉับไว และอลังการจนหลายคนงงว่าทำไปได้ยังไงเนี่ย! เมื่อปีที่แล้วเรามีโอกาสได้คุยกับ ‘เบสท์’ พรวุฒิ พิพัฒนเดชศักดิ์ ตัวแทนจากฝั่งจุฬาฯ และ ‘เป็ด’ ชญานนท์ จันทรภาสวร ตัวแทนจากฝั่งธรรมศาสตร์ เพื่อไขปริศนาว่าเบื้องหลังงานนี้ยากและซับซ้อนขนาดไหน และคนที่นั่งบนสแตนด์ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง! (ขอย้ำว่าเป็นบทสัมภาษณ์เมื่อปีที่แล้วนะคะ ดังนั้นปีนี้อาจมีรายละเอียดบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม)

       *** หมายเหตุ: CU = จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, TU = ม.ธรรมศาสตร์


(ซ้าย - "เบสท์" คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขวา - "เป็ด" สถาบันนานาชาติสิรินธร ม.ธรรมศาสตร์)
 

Q: คนบนสแตนด์คือใครบ้าง? 
 

        มีทั้งนิสิตนักศึกษาในมหา'ลัย ศิษย์เก่า น้องๆ ม.ปลาย หรือบุคคลทั่วไป (คนพิการก็เปิดรับ หากสุขภาพไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดง) ทั้งหมดราวๆ ฝั่งละ 2,000 คน มาจากความสมัครใจล้วนๆ 

        เป็ด TU: "ตอนเปิดรับสมัครจะพยายามบอกครับว่า ถ้าขึ้นแล้วพยายามอย่าลงนะ ยกเว้นมีเหตุจำเป็นจริงๆ งานจะได้รันไปอย่างราบรื่น เพราะทุกอย่างคือความเร็วครับ งานถึงจะออกมาสนุก"

        เบสท์ CU: "เราก็จะมีขอความร่วมมือให้พยายามแต่งกายไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้ภาพสแตนด์ออกมาดูสวยงามครับ"


Photo Credit: CU Cheer Club


Q: คำที่ใช้แปรอักษรมาจากไหน?
 

        เบสท์ CU: "ฝ่ายคอนเทนต์ของงาน เขาจะคิดธีมกับฝั่ง มธ. โดยยึดตามทิศทางและกระแสสังคม แล้วฝ่ายโค้ดของชมรมจะหาคอนเซปต์ครับว่าจะเล่นเรื่องอะไรดี จากนั้นดีไซน์เป็นรูปในโปรแกรม photoshop -> import เข้าในโปรแกรมที่จะอ่านว่าในแต่ละพิกเซล (pixel) ต้องแปรเป็นสีอะไร ซึ่งโปรแกรมที่ว่านี้มีพี่รุ่นก่อนๆ ทำไว้ครับ มันจะสร้างออกมาเป็นใบโค้ดที่แจกให้คนบนสแตนด์แบบอัตโนมัติเลย^^"
 
        "เราจะเปิดรับไอเดียจากนิสิตจุฬาฯ ว่าอยากบอกอะไรผ่านสแตนด์แปรอักษร แล้วรวบรวมว่าทิศทางไปทางไหนกันซะส่วนใหญ่ เราจะพยายามให้สแตนด์ของจุฬา เป็นตัวแทนความคิดของคนในมหา'ลัยครับ อยากสะท้อนสังคมว่าอยากให้ประเทศไทยของเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง"


 
        เป็ด TU: "เหมือนทางจุฬาฯ ครับ เราเองก็มีเพจ 'อยากบอกจุฬาว่า' ในการเปิดรับความคิดเห็น ส่วนโปรแกรมเราก็มีไว้เสร็จสรรพ ^^ พอทำรูปเสร็จแล้วจะคีย์โปรแกรมลงไปเพื่อให้มันออกมาเป็นใบโค้ด"


Photo Credit: Cheerclub Thammasat

 

Q: ทีมงานต้องระวังอะไรบ้าง?
 

        เบสท์ CU: "เราเหมือนเป็นช่องทาง broadcast นึง เพราะแต่ละคำภาพที่เราแสดงออกไป เขาก็แชร์ต่อกันเยอะมาก จึงต้องใช้คำให้เหมาะสม ไม่ให้กระทบหรือสร้างความเสียหายกับทั้งตัวบุคคลและสังคม"
 
        เป็ด TU: "บางภาพถ้าเราคิดไม่ถี่ถ้วนพอ คนนอกจะเอาไปตีความผิดๆ เราเลยให้รุ่นพี่ศิษย์เก่าหลายๆ ช่วงอายุช่วยดูว่าเขาคิดเห็นกับรูปนี้ยังไง เหมือนให้พวกเขาเปนตัวแทนคนในประเทศแต่ละช่วงวัยเลย ถ้ามีใครบอกว่าไม่ดี เราก็จะตัดออก"


Photo Credit: Dek-D


Q: คนบนสแตนด์หนึ่งคนมีอุปกรณ์วางอยู่กับตัวเยอะแค่ไหน?
 

        เบสท์ CU: "หลักๆ คือเพลทครับ มีสองแบบคือ 1. เพลทความละเอียด 1:1  1 ภาพ = 1 พิกเซล เป็นกระดาษสี 10 สี อันนี้้ใช้แปรเป็นคำพูดโต้ตอบง่ายๆ 1 คนก็เปรียบเสมือนกับ 1 พิกเซล 2. เพลทความละเอียด 1:25 เป็นโครงตะแกรงโลหะที่มีสมุดสีเล่มเล็กๆ ห้อยอยู่ด้านละ 25 เล่ม เป็นตาราง 5x5 อันนี้จะละเอียดขึ้นครับ เป็นรูปสำคัญๆ เราจะแปรกันประมาณ 10 รูป คนบนสแตนด์ต้องพลิกเปลี่ยนสีของสมุดแต่ละเล่มโดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีต่อรูป"
 
        "นอกนั้นจะมีพู่สีของมหา'ลัย ร่มสีฟ้า คันฉ่อง (แผ่นอะลูมิเนียมวิบวับๆ สะท้อนให้อีกฝั่งแสบตาเล่น อ๊ะไม่ใช่~5555)"


Photo Credit: CU Cheer Club
 
        เป็ด TU: "เพลทความละเอียดของเราคือ 1:20 แบ่งตารางเป็น 5x4 ครับ นอกจากนี้ยังมีถุงสวัสดิ์ที่เราหาสปอนเซอร์มาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนบนสแตนด์ ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดด ปลอกแขน บัตร M-gen ฯลฯ" 


Photo Credit: Cheerclub Thammasat

 

Q: คนบนสแตนด์ต้องเตรียมตัวกันนานแค่ไหน?
 

        เบสท์ CU: "ก่อนเริ่มการแปรจะมีพิธีกรอธิบายวิธีการประมาณ 10-20 นาที ดังนั้นจึงไม่ยากเลย เพราะทุกคนมีใบโค้ดอยู่กับตัว เพียงแต่ต้องอาศัยสติและความไวครับ"
 
        เป็ด TU: "แต่ละคนที่มาเริ่มจาก 0 พร้อมกันครับ เราเลยสอนในวันขึ้นสแตนด์ ทั้งเรื่องท่านั่ง การจับเพลทให้สวยงาม การวางอุปกรณ์ให้หยิบใช้สะดวกที่สุด การอ่านใบโค้ด สอนเรื่อยๆ จนกว่าจะทำถูกต้อง เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงซีเรียสเรื่องการขึ้น-ลงสแตนด์"

Photo Credit: YuTh Jakrapat
 
       (ขอสารภาพ...นี่เข้าใจมาตลอดว่าคนบนสแตนด์ต้องท่องจำโค้ดกันหูดับตับไหม้ เพิ่งจะรู้ว่าที่จริงแล้วเขาสอนกันก่อนขึ้นไม่นาน แล้วมองใบโค้ดกันสดๆ วันนั้นเลย 5555)

 

Q: ถามจริง...แอบเตี๊ยมคำไว้กับอีกฝั่งรึเปล่า?
 

        เบสท์ CU: "ไม่ได้เตี๊ยมครับ เป็นความลับที่อีกฝ่ายต้องเดาทางเอง 555 พวกเรานัดแค่ประเด็นที่จะเล่น จะได้ไปทางเดียวกัน โดยเราจะมีฝ่ายที่คอยตัดสินใจ คอยจ้องฝั่งโน้นแล้วเลือกคำที่จะโต้ตอบส่งต่อไปยังพิธีกร และมีวอ (วิทยุสื่อสาร) ประจำจุดเพื่อคอยประสานงานอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้หน้าสแตนด์จะมีตัวเลขใหญ่ๆ ไว้บอกเผื่อคนฟังไม่ทัน ตัวอย่างเช่น 'เราจะเปิดโค้ดที่ 165 แอบมอง TU อยู่นะจ๊ะ' -> บอกต่อพิธีกรให้สั่ง "เตรียมตัว" -> คนบนสแตนด์ก็ดูเลขนั้นในกระดาษโค้ดว่าต้องยกสีอะไร"


Photo Credit: CU Cheer Club
 
        เป็ด TU: "ผมเองจะทำหน้าที่ตัดสินใจบนสแตนด์ครับ เริ่มจากทีม 1:1 และ 1:20 เลือกมาให้ผม ผมก็จะคัดเลือกคำอีกทีแล้วค่อยส่งไปให้พิธีกร แต่ถ้าโต้ตอบกันมันส์มากเร็วมากจนคัดไม่ทัน อาจปล่อยลอยตัวบ้างครับ ให้พวกเขาเอาขึ้นได้เลยโดยไม่ต้องผ่านผม"
 
        เบสท์ CU: "สัก 10 วินาทีก็ต้องรู้แล้วว่าจะแปรอะไรตอบกลับไป แต่ถ้าเป็นเพลทแบบละเอียด 1:25 ต้องนานหน่อย ประมาณ 5-10 นาทีครับ"


Photo Credit: Dek-D


Photo Credit: Dek-D
 
        ส่วนอุปกรณ์ที่ทั้งสองฝ่ายใช้นั้นสืบทอดมาจากรุ่นก่อนๆ ชิ้นไหนที่พังก็ต้องซ่อม หรือบางปีอาจมีอุปกรณ์เพิ่มขึ้นมา เช่น ไฟฉาย ฯลฯ

 

Q: พบความผิดพลาดบ้างไหม?
 

        เบสท์ CU: "มีนะครับ เวลาผิดจะมีทีม Quality Check อยู่ จุดไหนผิดจะบอกสตาฟฟ์ให้ขึ้นไปประกบแล้วแก้ให้ถูก ถ้าเป็นคำโต้ตอบอาจไม่ซีเรียสมาก เน้นให้พออ่านออก แต่ถ้าเป็นรูปสำคัญๆ จะพยายามไม่ให้ผิด"
 
        เป็ด TU: "มีตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ 555 คือบางทีอาจมีวอกแวกบ้างแหละ เพราะมีลีดฯ มีบอลให้ดูอยู่ข้างหน้า แต่ก็มีทีมหาจุดผิดอยู่แล้ว พิธีกรจะส่งสัญญาณบอกให้เขาแก้ไข"


Photo Credit: Cheerclub Thammasat

 

Q: บรรยากาศบนโน้นเป็นไงบ้าง?
 

        เบสท์ CU: "บนสแตนด์อากาศไม่ร้อนอย่างที่คิดครับ สนุก มีอะไรมาคอยเอนเตอร์เทนตลอด อย่างลีดฯ ก็คอยมาเรียกกำลังใจกันอยู่เรื่อยๆ"
 
        เป็ด TU: "บรรยากาศคึกคัก ไม่ซีเรียสครับ เพราะเป็นงานที่สมัครใจมาทำด้วยกัน มีการเอนเตอร์เทนเหมือนกัน^^"
 

Photo Credit: YuTh Jakrapat
 

Q: แล้วคนบนสแตนด์จะมีโอกาสได้รู้มั้ยว่าเราตอบโต้อะไรฝั่งโน้นไป? 
 

        เบสท์ CU: "ประธานเชียร์ (บุ๋นบุ๋น บุรณี) ก็จะคอยบอกว่าตอนนี้กำลังเปิดภาพอะไรอยู่ นอกจากนี้ ฝ่าย Photo ของงานยังมีถ่ายภาพไว้ให้คนบนสแตนด์กลับมาดูได้ครับ"
 
        เป็ด TU: "ทุกครั้งพิธีกรจะบอกคนบนสแตนด์ว่าเราเปิดภาพอะไรออกไป เช่น 'เรากำลังสะท้อนกลับฝั่งโน้นอยู่นะ' รวมถึงมีการอธิบายว่าเราเปิดคำนี้เพราะอะไรอยู่ด้วยครับ เป็นการเอนเตอร์เทนคนบนสแตนด์ไปในตัว"

Q: ทีมงานทุกฝ่ายจะได้อะไรกลับไปบ้าง?
 

        เบสท์ CU: "ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างครับ ค้นหาตัวเองว่าชอบงานแบบไหน ได้เพื่อน ได้คอนเนกชั่นที่หลากหลายมากๆ และที่สำคัญคือเราได้พัฒนาตัวเองและทีมไปพร้อมๆ กันผ่านการทำงานในครั้งนี้ครับ"


Photo Credit: Cheerclub Thammasat
 
        เป็ด TU: "อย่างแรกเลยคือได้เพื่อนที่เยอะมากๆ รวมถึงความภูมิใจ และได้มีความคิดอย่างเป็นระบบ ทุกอย่างต้องออกแบบมาอย่างดี มีเหตุผลในการทำสิ่งต่างๆ ถ้าเอาภาพขึ้นมาแล้วไม่มีเรื่องคอนเทนต์ จะกลายเป็นภาพที่ไม่มีความหมาย อีกอย่างหนึ่งคือรู้จักการยอมรับความจริงครับ ถ้าภาพไหนไม่เวิร์กก็จำเป็นต้องตัดไป คุยกันด้วยเหตุผลเป็นส่วนใหญ่ครับ"
 
        นอกจากฝ่ายที่วางแผนคอนเทนต์และจัดทำสคริปต์แล้ว ยังมีเบื้องหลังที่สำคัญอีกหลายฝ่ายเลยค่ะ เช่น ฝ่ายสวัสดิการ ฝ่ายสนาม ฯลฯ โดยพวกเขาต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและคอยดูแลซึ่งกันและกัน ภาพที่ออกมาจึงสวยงาม กลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของงานบอลที่คนให้ความสนใจทั่วโซเชียล
 

Photo Credit: Cheerclub Thammasat
 

Photo Credit: Cheerclub Thammasat


Photo Credit: Cheerclub Thammasat


Photo Credit: Cheerclub Thammasat


Photo Credit: CU Cheer Club
 
        การได้มาพูดคุยกับเบื้องหลังจากทั้งสองมหา'ลัยแบบนี้ ช่วยแก้สิ่งที่เข้าใจผิดของพี่มานานแสนนานเลยล่ะค่ะ 5555 ถ้าใครที่สนใจกิจกรรมการแปรอักษร ไม่ว่าจะเป็นสถาบันของตัวเองในระดับโรงเรียนหรือมหา'ลัย สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปเป็นแนวทางได้เช่นกัน ยังไงก็ขอขอบคุณน้องเบสท์และน้องเป็ดที่ช่วยไขข้อข้องใจหลายสิ่งให้กับเรานะคะ ส่วนทางนี้ก็จะขอติดตามไปอีกเรื่อยๆ เพราะไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็ดุเดือดเผ็ดมันส์ตลอด!
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น