พอถึงช่วงเวลาที่น้องมัธยมใกล้ปิดเทอมทีไร เราจะเห็นหน่วยงานต่างๆ เตรียมจัดกิจกรรม สำหรับน้องๆ ขึ้น ด้วยเหตุผล เพื่อสนับสนุนให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นต้องการช่วยลดภาระของผู้ปกครอง ที่ต้องไปทำงาน ในขณะที่ลูกหยุดเรียน และหนึ่งในกิจกรรมที่พี่แนนนี่กำลังพูดถึงก็คือ ค่าย จากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ต้องคอยจัดกิจกรรมเหล่านี้เช่นกัน
ปกติแล้วการจัดกรรมในรูปแบบการทำค่ายในรั้วมหาวิทยาลัย จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทจากกลุ่มเป้าหมายที่ผู้จัดต้องการจะให้เข้าร่วม นั่นก็คือ จัดกิจกรรมสำหรับนิสิตนักศึกษาด้วยกันเอง กับสำหรับน้องๆ ระดับชั้นมัธยมศึกษา และแน่นอนค่ะว่า ผู้จัดกิจกรรม เหล่านี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนิสิตนักศึกษาในสาขาวิชา หรือมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยมีคณาจารย์เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยอยู่ห่างๆ
ในการทำค่ายแต่ละครั้ง ไม่ใช่ว่ากลุ่มนิสิตนักศึกษาจะมารวมตัวกัน แล้วจัดกิจกรรมได้เลยนะคะ จะต้องมีกระบวนการทำค่อนข้างมาก และใช้ระยะเวลาประมาณนึง ทำให้ต้องมีการวางแผน แบ่งหน้าที่กันอย่างรอบคอบ
วันนี้พี่แนนนี่มีโอกาสได้พูดคุยกับน้องๆ ในทีมจัดกิจกรรม จาก 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถึงกระบวนการการจัดทำค่ายในแต่ละครั้ง พร้อมล้วงเคล็ดลับการแบ่งเวลาไปทำกิจกรรม
แนะนำตัวหน่อยจ้า
TU: ศิวกร ธนเดชาพาณิชยกุล แต่เรียก ต้า จะดีกว่า (ฮ่าๆ) เรียนอยู่วิทยาลัยสหวิทยาการ สาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (PPE) ปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ ตอนนี้กำลังทำค่ายเตรียมธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 9 อยู่ครับ
KMUTT: นายพงศ์ปณต ตั้งตราชู ชื่อเล่น พงศ์ ครับ เรียนอยู่ปี 2 โครงการร่วมบริหารหลักสูตร ศล.บ. สาขาวิชามีเดียอาตส์ และ วท.บ. สาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย สาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีครับ เป็นกลุ่มผู้จัดงานค่าย I-Dia Camp ครั้งที่ 7 ครับ
ทำหน้าที่อะไรในค่าย
TU: เป็นประธานค่ายครับ ดูแลภาพรวมของค่าย โดยในค่ายก็จะมีแยกเป็นฝ่ายต่างๆ แต่ละฝ่ายมีเฮด (หัวหน้า) รับผิดชอบหน้าที่ในฝ่ายอีกที หน้าที่ของผมก็คือแจงว่าแต่ละฝ่ายจะต้องทำอะไรบ้าง รับผิดชอบหน้าที่ส่วนไหน และคอยอัพเดตงานจากเฮดฝ่ายต่างๆว่า งานถึงไหนแล้ว ติดปัญหาตรงไหนหรือเปล่า สามารถแก้ปัญหาได้ไหม คอย support เฮดฝ่ายต่างๆให้สามารถดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี รวมถึงดูแลสภาพจิตใจของสตาฟในค่าย แต่ละคนมาจากหลายคณะ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ในฐานะเฮดค่ายก็ต้องดูแลสตาฟทุกคน คอยสร้างความสนิทสนมอย่างทั่วถึง เพื่อทำให้ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันและแฮปปี้กับค่ายมากที่สุด ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ไม่ได้ทำคนเดียวนะ ผมมีทีมประสานงานกลาง ก็คือรองเฮด และเลขาฯ ค่าย ที่คอยช่วยผมทำหน้าที่ตรงนี้อีกแรง
KMUTT: ผมอยู่ฝ่ายทะเบียนครับ มีหน้าที่ในการรับข้อมูลการรับสมัครของน้อง ตอบคำถามน้องๆ หากมีข้อสงสัยในเรื่อง รายละเอียดค่าย และติดต่อหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อขออนุญาตในการจัดค่ายครับ
ครั้งนี้เป็นการทำค่ายในรั้วมหาวิทยาลัยครั้งแรก
TU: เป็นประธานค่ายครั้งนี้ครั้งแรกครับ แต่ผมเคยทำค่ายในหน้าที่อื่นๆมาก่อน
KMUTT: ไม่ใช่การทำค่ายครั้งแรกในรั้วมหาวิทยาลัยครับ ผมเคยทำค่ายให้รุ่นน้องชั้นปีที่ 1 ในสาขาวิชาครับ ชื่อว่าค่าย "แรกพบมดเทค" เป็นค่ายภายใน
แล้วความแตกต่างของการทำค่ายให้น้องมัธยมฯ กับน้องในมหาวิทยาลัยแตกต่างกันอย่างไร
TU: ผมทำค่าย Youngblood ครั้งที่ 7 เป็นค่ายสำหรับปี 1 (เข้าใหม่) ส่วนตัวผมว่า รูปแบบกิจกรรมในค่าย ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ต่างคืออารมณ์ในค่ายมากกว่า คือค่ายสำหรับน้องมหาลัยเนี่ย ก็จะมีความสบายกว่า กฎระเบียบในค่ายจะผ่อนปรนมากกว่า กิจกรรมจะเล่นอะไรเต็มที่กว่า มีมุกต่างๆ ไม่ต้องระวังมาก เพราะก็ถือว่าโตแล้ว ต่างจากค่ายของน้องมัธยมฯ ที่จะมีควบคุมการใช้คำพูดและรูปแบบกิจกรรมมากกว่า กฎระเบียบก็จะเข้มงวดมากกว่า พี่เลี้ยงจะต้องดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิด ไม่ให้คาดสายตา ความปลอดภัยของน้องๆคือสิ่งสำคัญอันดับแรก แต่ก็ยังสนุกสนานเต็มที่แน่นอน
KMUTT: ค่าย "แรกพบมดเทค" เป็นค่ายที่จัดขึ้นเพื่อให้รุ่นน้องในสาขาวิชาสนิมสนมกับรุ่นพี่ชั้นปีอื่นๆ มากขึ้นครับ แต่ในส่วนของ I-Dia Camp เป็นค่ายที่จัดให้น้อง ม.ปลาย สำหรับการสร้างความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดียครับ จะต้องคำนึงถึงน้องๆ ในค่ายทุกคนว่า จะเหมาะสมมั้ย หรือ ทุกคนจะสนุก เข้าใจ เข้าถึงมั้ย รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดียของเรา ทำให้ ค่าย I-Dia Camp มีรูปแบบการทำงานที่ใหญ่กว่าและมีระบบมากกว่าครับ
ในฐานะคนทำค่าย เล่าให้ฟังหน่อยว่าแต่ละครั้งต้องทำอะไรบ้าง มีกระบวนการเป็นอย่างไร
TU: เริ่มตั้งแต่จัดหาสตาฟ ปีนี้มีการออดิชั่นสตาฟ ซึ่งเราและทีมเฮด ก็ต้องออกแบบกิจกรรมการออดิชั่น ว่าเราจะออดิชั่นอย่างไรที่จะดึงศักยภาพผู้สมัครออกมาได้มากที่สุด ไปจนถึงการออกแบบรูปแบบกิจกรรม ด้วยความที่เป็นค่ายแนะนำมหาวิทยาลัย คณะและหลักสูตรที่เปิดสอน ผสมกับนันทนาการ ดังนั้นนอกจากความสนุก มันส์ ฮาที่จะเกิดขึ้นในค่ายแล้ว กิจกรรมก็จะเน้นไปที่ให้น้องได้รับความรู้ความเข้าใจถึงคณะที่อยากเข้า หรืออาจจะได้พบคณะใหม่ๆ ที่ไม่ได้รู้จักมาก่อน และสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อในอนาคตได้ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งการเรียน การอ่านหนังสือ และการสอบ จากรุ่นพี่สตาฟ และวิทยากรพิเศษ นอกจากนี้ก็จะต้องจัดหาสถานที่ อาหาร และขนม ต้องหาที่สบาย และปลอดภัยที่สุด
KMUTT: แต่ละครั้งการทำค่าย I-Dia Camp จะต้องปรึกษาหารือกับเพื่อนๆ ว่าจะจัดวันไหน ระยะเวลาเท่าไหร่ รวมถึงให้รุ่นน้องปี 1 ช่วยกันคิดว่าอยากมีธีมค่ายในครั้งนี้เป็นอะไร ส่วนการทำงานจะแบ่งเป็นฝ่ายๆ ชัดเจน อย่างปี 2 จะคอยประสานงานขออนุญาตกับอาจารย์ในการทำกิจกรรม คิดกิจกรรมต่างๆ ทำ Workshop และให้รุ่นน้องปี 1 คอยจัดการเวลาในกิจกรรม ว่าเวลาไหนเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงเป็นพี่ที่คอยดูแลน้องๆ ค่ายอย่างใกล้ชิดครับ การทำค่ายจะต้องเตรียมการอย่างน้อย 2-3 เดือน โดยใช้เวลาในการประสานงานขออนุญาตอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมในการทำค่าย และจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ วางแผนว่าในแต่ละวันจะมีเนื้อหาลงใน Social Media เป็นอย่างไร กำหนดการเปิด-ปิดการรับสมัครค่าย การจัดกิจกรรมเป็นการจัดแบบมีความรู้ และความสนุกสนานบูรณาการเข้าด้วยกัน เน้นส่วนวิชาการ และสันทนาการเป็นพิเศษ เพื่อให้น้องๆที่มาได้รับความรู้ รวมถึงให้ได้รับความสนุกสนาน ความอบอุ่น เหมือนเป็นคนในครอบครัวชาวเทคโนโลยีมีเดียครับ
คาดหวังอะไรจากการทำค่าย หรือ คิดว่าน้องๆ คาดหวังอะไรกลับไปจากค่าย
TU: ผมคาดหวังให้น้องๆ ได้รับความรู้ ความสนุกและแรงบันดาลใจในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ และรุ่นพี่มหาลัยฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิคการเรียน การสอบ และก็หวังว่า จบค่ายไป เป้าหมายในการเข้ามหาลัยฯ ของน้องๆ จะชัดขึ้น อย่างน้อยก็รู้ว่าตัวเองชอบ ไม่ชอบอะไร ได้รู้จักเพื่อนๆพี่ๆที่จะ keep contract คอยให้กำลังใจและช่วยกันพาไปถึงเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้
KMUTT: คาดหวังว่าค่ายนี้ จะเป็นค่ายที่ได้ดึงศักยภาพในตัวน้องๆ รวมถึงทำให้น้องรู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น และมีความหวังเล็กๆ ว่าน้องๆ จะมีสาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการศึกษาต่อครับ
ต้องเตรียมการนานขนาดนี้ อยากทราบว่า มีวิธีการแบ่งเวลาทั้งทำค่าย/เรียน ยังไง
TU: สิ่งสำคัญ คือต้องรู้ตัวว่าเราเป็นใคร (ทำไมฟังดูปรัชญ๊า ปรัชญา 5555) อย่างตอนนี้เราสวมมงกุฎ 2 หน้าที่ คือการเป็นนักศึกษา และประธานค่าย แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่าหน้าที่หลักของเราคือการเป็นนักศึกษา เวลาเรียนเราก็ต้อง concentrate กับการเรียนให้เต็มที่ เข้าเรียนและรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย หลังจากเวลาเรียนแล้ว นั่นคือเวลาเต็มที่สำหรับการทำกิจกรรม ปกติผมชอบทำกิจกรรม เพราะผมคิดว่ามันคือ comfort zone สุดท้ายของชีวิตแล้ว เป็นที่สุดท้ายที่เราลองผิดลองถูกได้ แต่ที่สำคัญยังไงก็ต้องไม่ทิ้งการเรียน อย่างช่วงสอบ ผมก็จะแพลนไว้ว่า วันนี้จะอ่านหนังสือกี่ชั่วโมง อย่างวันนี้ 21.00 - 00.00 เราจะต้องอ่านหนังสือนะ นอกจากเวลานั้นผมก็จะใช้เวลาอย่างเต็มที่สำหรับการสวมหน้าที่เด็กกิจกรรม
KMUTT: โดยปกติแล้วเราจะรู้ว่าในแต่ละปีจะต้องมีการทำค่าย ช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 จะมีเวลาว่างประมาณ 2 อาทิตย์ ในส่วนตัวผมจะศึกษาเนื้อหาที่ต้องใช้เรียนในเทอมต่อมาบางส่วนเพื่อที่จะได้ทำงาน และเรียนอย่างเต็มที่ครับ พร้อมทุกสถานการณ์ เวลาทำค่ายก็ใช้เวลาหลังจากเลิกคาบเรียน หรือช่วงเวลาพักเพื่อพูดคุยกับเพื่อนเพื่อช่วยกันออกความคิดเห็นครับ
คิดว่าได้อะไรกลับมาหลังจากไปทำค่ายบ้าง
TU: แน่นอนสิ่งที่ได้ชัดๆคือ ได้มีโอกาสเป็นผู้ให้ ได้ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ที่ตัวเองผ่านมาให้กับน้องๆ เพื่อช่วยสนับสนุนน้องๆ ให้ไปถึงเป้าหมาย ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เพื่อนร่วมงานที่ชอบทำกิจกรรมเหมือนกัน ได้พักผ่อน ปลดปล่อยความเครียดจากการเรียน แต่มากกว่านั้น คือจะได้รับประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ สตาฟส่วนใหญ่มาจากหลายคณะ และต่างคนต่างก็มีประสบการณ์การทำงานมาพอสมควร ค่ายนี้ก็เหมือนพื้นที่ในการมาแชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองเจอมา ซึ่งผมว่าการได้พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งที่ดีและไม่ดีกัน คือสิ่งสำคัญในการทำงานสักอย่างหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง และผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ตัวผมเองก็ไม่ใช่คนเก่งมาจากไหน ผมก็ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ยังต้องพัฒนา การได้ทำงานกับคนจากหลากหลายที่มามันเหมือนการเปิดโลกให้ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ และผมก็หวังว่าสตาฟ ก็จะได้พัฒนาศักยภาพตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไม่มากก็น้อยเช่นกัน
KMUTT: ได้รู้จักเพื่อนๆ น้องๆ ในสาขาวิชาในมุมมองที่เราไม่เคยเห็นจากการพูดคุยธรรมดา รวมถึงความคิดเห็นของทุกๆ คน ที่เป็นความคิดสำคัญในการจัดทำค่ายครับ ได้รู้ว่าแต่ละคนมีความสามารถที่ซ่อนเอาไว้อยู่ และได้ความรักสมัครสมานสามัคคีกันในสาขาวิชาครับ
ฝากถึงน้องๆ ที่เข้ามาเรียนในมหาลัยแล้ว อยากมาทำค่ายหน่อย
TU: รั้วมหาลัยฯ มันคือ Comfort zone สุดท้ายของชีวิตแล้ว หลังจากนี้ไปเวลาการลองผิดลองถูกของเราจะเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ก็อยากให้คนที่ยังกล้าๆกลัวๆ ลองก้าวออกมาจาก Comfort zone ของตัวเองดู แล้วจะรู้ว่ามันยังมีอะไรสนุกๆเจ๋งๆให้ลองทำอีกเยอะมาก มีไม่กี่ที่หรอก ที่เราจะสามารถทำตัวบ้าบอไปกับเพื่อนได้เต็มที่ เต้นเหมือนโลกกำลังจะแตกวันนี้วันพรุ่งนี้ ซึ่งค่ายคือหนึ่งในนั้น อาจจะลองเริ่มจากค่ายเล็กๆดูก่อนก็ได้ แล้วค่อยขยับสเกลค่ายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป
KMUTT: ก็ฝากถึงน้องๆ นะครับ การทำค่ายเป็นสิ่งที่สนุก ทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน ได้รู้จักคนใหม่ๆ ที่เข้ามาในค่าย ได้ฝึกให้มีการคิดการจัดการอย่างเป็นระบบครับ
คราวนี้ให้ขายของเต็มที่ ฝากถึงน้องม. ปลาย ที่อยากไปค่ายหน่อย
TU: สำหรับน้องๆม.ปลายที่สนใจอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งคนที่รู้แล้วว่าตัวเองอยากเรียนอะไร หรือยังไม่รู้ก็ตาม พี่ก็อยากฝากค่ายเตรียมธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 9 ครั้งนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจน้องๆด้วยนะครับ มาหาคำตอบกันว่าคณะไหน สาขาอะไรคือสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง ไม่แน่ว่าในค่ายน้องอาจจะได้ค้นพบตัวตนอีกด้านหนึ่งของตัวเองในค่ายนี้ก็ได้ รับรองว่าค่ายนี้อัดแน่นไปด้วยทั้งความสนุก ความมันส์ ความฮา พร้อมด้วยวิชาการ และกระทบไหล่วิทยาการพิเศษชื่อดังอย่างใกล้ชิดแน่นอน (ใบ้ให้ว่าเป็นคุณแม่ของน้องๆหลายๆคน อิอิ) ค่ายเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน (ค่ายค้างคืน) แล้วมา “เตรียมก้าว” ไปด้วยกันนะครับ
KMUTT: สำหรับน้องๆ ม.ปลายที่สนใจนะครับ ตอนนี้เปิดรับสมัครถึงวันที่ 20 มีนาคม สามารถไปสมัครได้ที่ Facebook Fan Page : I-Dia Camp นะครับ จะมีอธิบายรายละเอียดของการสมัครอยู่ และถ้าน้องๆ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าย ก็จะมีพี่ๆ คอยตอบคำถามอยู่ตลอดครับ
การทำกิจกรรมต่างๆ มักทำให้ได้รับประสบการณ์มากมาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือประยุกต์ในการเรียน การทำงานในอนาคตได้ แต่น้องๆ ก็ต้องฝึกบริหารเวลา แบ่งเวลาเรียนกับเวลาทำกิจกรรมให้ดีด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง ท้ายนี้ถ้าน้องนิสิตนักศึกษาคนไหนมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำค่าย ลองมาแชร์ให้พี่แนนนี่และเพื่อนๆ น้องๆ ฟังกันบ้างนะคะ






1 ความคิดเห็น
FC พี่พงศ์ค่ะ