สวัสดีค่ะชาว Dek-D พี่เดาว่าน้องๆ น่าจะเคยได้ยินหรือเคยสัมผัสการเป็น “เหรัญญิก” กันมาบ้าง (ในบทความนี้ขออนุญาตเรียก “เหฯ”) บอกเลยว่าตำแหน่งนี้สำคัญมากก ไม่ว่างานไหนก็ขาดเค้าไปไม่ได้เลย คนที่จะมาเป็นต้องทุ่มเทและเสียสละอย่างมากเลยค่ะ ถ้าใครเคยไม่ชอบเหฯ เพราะชอบมาทวงตังค์บ่อยๆ หลังจากอ่านสิ่งที่พี่นำมาฝากวันนี้แล้ว...อาจเปลี่ยนความคิดก็ได้นะคะ^^
หมายเหตุ: ข้อมูลต่อไปนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เคยทำงานเป็นเหรัญญิกมาก่อนทั้งในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย หากไม่ตรงกับประสบการณ์ของน้องๆ เคยพบ สามารถมาเล่าสู่กันฟังกันได้ค่ะ
“เหรัญญิก” คือใคร? สำคัญยังไงบ้าง?
เหรัญญิก = ผู้ดูแลเงินของส่วนรวม หน้าที่หลักๆ คือทำบัญชีและตามเก็บเงินจากสมาชิกไปไว้เป็นเงินกองกลาง เพื่อนำไปจัดสรรให้แต่ละฝ่ายทำงาน หรือใช้ในเรื่องเรียน ส่วนภาระจะหนักหนาแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ เป็นเหรัญญิกกลุ่ม ชมรม ห้อง ภาควิชา เอก คณะ รุ่น หรือโครงการ (มีทุกหน่วยที่มีการทำงานร่วมกัน)
ตัวอย่างเช่น เหรัญญิกห้อง เงินที่เรียกเก็บจะแปรไปเป็นค่าชีทค่าหนังสือเรียน และค่ากิจกรรมต่างๆ เช่น กีฬาสี ค่าย ทัศนศึกษา จัดบอร์ด จัดซุ้ม จัดงานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ ฯลฯ จำนวนเงินที่เก็บและความถี่ก็จะต่างกันตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าจำนวนไม่มากก็เก็บทีเดียว ถ้ามากหน่อยจะหั่นแบ่งมากกว่า 1 รอบ เหฯ บางคนก็แล้วแต่สมาชิกเลยว่าอยากเหมาจ่ายหรือใช้ผ่อน เพียงแต่ท้ายที่สุดแล้วยอดต้องครบ
แล้วคนทำหน้าที่นี้ควรมีคุณสมบัติอะไร?
สำคัญเลยคือต้องเป็นคนน่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ รอบคอบ และขี้เหนียวเป็นเลิศ ให้คิดเสมอว่าเงินที่เราเก็บ เป็นเงินของเราเอง และเราต้องดูแลให้ดีที่สุด ห้ามให้กิเลสครอบงำเด็ดขาด! และจากการฟังประสบการณ์ทำงานของเหรัญญิก พี่ขอแนะนำว่า ถ้าน้องเป็นคนนึงที่เกลียดคำนวณจนเข้าไส้ ไม่ควรฝืนรับหน้าที่เหรัญญิกนะคะ ไม่งั้นได้ร้องไห้หนักมากแน่ๆ
ส่วนออร่าของคนเป็นเหฯ อาจไม่ต้องเป็นคนดุเดือดเลือดพล่านตั้งแต่แรกก็ได้ เพราะนิสัยชอบใช้เสียงดัง ทวงตังค์เก่ง ทั้งหลายแหล่ เดี๋ยวภาระหน้าที่จะหล่อหลอมให้เราเป็นแบบนั้นเองจ้า (อดีตเหฯ ฝากไว้ว่า ถ้าไม่เชื่อให้ลองเป็นดูสักครั้ง 55555)
คราวนี้เรามาดูกันว่า ทำไมถึงไม่มีใครอยากเป็นเหรัญญิก!!
1. เจอปัญหาสารพัดจากการทวงเงิน
รับประกันเลยว่าเหฯ ทุกคนต้องปวดหัวกับการเก็บเงิน ที่หนีไม่พ้นคือเพื่อนบางคนไม่จ่าย ผัดวันประกันพรุ่งตลอด แต่ละครั้งก็จะมีข้ออ้างยอดฮิตคือ “ไม่มีเงินอะ” ซึ่งมันก็เป็นไปได้ถ้าเค้าฐานะทางบ้านไม่ดีหรือลืมเงินไว้ที่บ้านจริงๆ แต่บางคนดันโกหกหน้าตาย ปากบอกไม่มี...เจออีกทีในร้านบุฟเฟ่ต์ราคาแพง เหฯ ก็ได้แต่ทนเจ็บใจไปค่ะ ทำอะไรไม่ได้นอกจากตามทวงทุกครั้งที่เจอหน้า ไม่มีสิทธิ์ไปกระชากกระเป๋าแล้วหยิบเงินเค้าออกมาจ่ายเรานะ
ส่วนอีกประเภทคือ เพื่อนคิดไม่ซื่อ ไม่ใช่โหมดความรักนะคะ แต่เป็นโหมดการเงิน บางคนอาจเจอเพื่อนที่ยังไม่จ่าย แต่ตีมึนบอกเราว่าจ่ายแล้ว ดังนั้นการทำรายการและเก็บหลักฐานสำหรับเหฯ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
2. แบกรับความลำบากใจ
ในฐานะที่เหฯ คือตัวกลางระหว่างตำแหน่งงานเบื้องบนกับคนจ่าย หากเงินที่ถูกสั่งให้เก็บ ดูเป็นค่าใช้จ่ายที่ราคาสูง หรือไม่สมเหตุสมผล เหฯ ก็ต้องทนลำบากใจทวงเงินต่อไป เผลอๆ ต้องมารองรับอารมณ์คนจ่ายด้วยว่าทำไมเก็บแพงจัง เก็บอะไรบ่อยๆ ***กรณีแบบนี้จะพบเมื่อประสานงานกันไม่ดี หัวหน้าทำอะไรไม่ปรึกษา หรือไม่พยายามบริหารงบให้ประหยัด เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น สมาชิกเด็กดีคนหนึ่งที่เคยมาระบายลงบอร์ดว่า ตนเป็นเหรัญญิกในคณะสีที่โรงเรียน แต่ปรากฏว่าหัวหน้าสีตัดสินใจจ้างผู้ซ้อมเชียร์ในราคา 70,000 บาท โดยไม่ปรึกษาใคร แม้แต่ตนก็เพิ่งมาทราบตอนเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ทำให้แก้ไขอะไรไม่ได้ ทางด้านหัวหน้าสีก็บอกเพียงให้ตนไปเก็บเงินมาให้ครบ ...สรุปแล้วไม่รู้ว่าน้องเหรัญญิกคนนี้ตัดสินใจยังไง แต่เราก็เห็นแล้วว่าเหฯ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเจอเรื่องลำบากใจแบบนี้ด้วยค่ะ
3. ต้องรักษาเงินคนอื่นยิ่งชีพ
เวลามีคนจ่ายเงินมา เราก็จะดูรวยหน่อยๆ เช่น เก็บเงินคนละ 2,000 บาท จากเพื่อนในรุ่น 150 คน = 300,000 บาท ตัวเลขไม่ใช่น้อยเลยค่ะ แต่ปัญหาคือเวลาที่คนจะทยอยจ่ายเหฯ จะมาทีละนิดๆ เหรียญบ้างแบงก์ย่อยบ้าง ไม่ได้เป็นเงินก้อนใหญ่ จึงเสี่ยงสูญหายระหว่างทางก่อนเราจะไปแลกเป็นแบงก์ใหญ่หรือฝากธนาคาร หรือไม่ก็อาจนับพลาดหรือถูกเพื่อนขโมยไป ถ้าเกิดเป็นความผิดเราเต็มๆ เหฯ อาจต้องควักเงินจ่ายส่วนที่หายนะคะ
ส่วนปัญหาเล็กๆ ที่เหฯ แอบบ่นคือ “หนักเหรียญ” โดยเฉพาะตอนที่เก็บแค่ 10-20 บาท ถ้ามากันเยอะๆ เหฯ อาจมีบ่นอุบอิบบ้าง (แต่ช่วยไม่ได้เนอะ555)
4. หัวแทบระเบิดตอนปิดงบโครงการ
จากการสอบถามอดีตเหฯ ทั้งหลาย ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การเคลียร์งบหรือปิดงบโครงการ เป็นภาระที่หนักหนามากสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาคนนึง อดีตเหฯ คนหนึ่งอธิบายงานนี้ให้ฟังง่ายๆ ว่า เราต้องหาบิลมาบวกกันให้พอดีกับงบ สมมติงบคือ 5,000 บาท แต่เราไม่ได้ใช้เงินไป 5,000 บาทพร้อมกันในบิลเดียวอยู่แล้ว เราจึงต้องเอาบิลทั้งหมดที่มีมาดูว่าอันไหนบ้างที่รวมกันแล้วได้ 5,000 บาท ยิ่งมีงบเยอะและคนมาเบิกเยอะ ยิ่งวุ่นวาย รอบไหนบวกได้พอดีนี่เหมือนยกโลกออกจากอก (ส่วนตัวพี่เคยเห็นเพื่อนที่เป็นเหฯ นั่งเคลียร์งบของกิจกรรมคณะจนดึกดื่นเลยค่ะ เห็นใจมากๆ)
5. ต้องเข้าออกธนาคารเป็นว่าเล่น
คนที่จะมาทำหน้าที่นี้ ต้องมีภาระจุกจิกเพิ่มมาเยอะมากค่ะ เอาที่เห็นชัดๆ เลย คือต้องไปธนาคารเพื่อเปิดบัญชี เวลาได้เงินมาก็ต้องทยอยหรือรวบรวมไปฝาก เวลามีคนขอเบิกก็ต้องไปถอนออกมา ชีวิตของเหฯ จึงผูกพันกับการทำธุรกรรมทางการเงินมากๆ บางคนเข้าธนาคารจนสนิทกับพนักงานไปแล้วเรียบร้อย
Photo Credit: Pixabay
6. เสี่ยงผิดใจกับเพื่อน
หน้าที่ของเหฯ คือทำทุกวิถีทางให้ได้เงินครบ เวลาใครไม่จ่ายก็ต้องทวงจนเบื่อหน้ากันไปข้าง บางคนก็งัดหลายๆ มาตรการมาใช้ เช่น ถ้าไม่จ่ายก็จะคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ค้างจ่าย (แต่อาจยากหน่อย เพราะขนาดไม่มีดอกเบี้ยยังไม่ยอมจ่ายเลยT_T) บางคนอาจทวงทางไลน์กรุ๊ป หนักสุดอาจไปโพสต์กลางวอลล์หรือคอมเมนต์ทวงกลางเฟซกันเลยทีเดียว บวกกับภาพลักษณ์เหฯ ที่บางคนมองว่า ดุ หน้าเงิน เสียงดัง ฯลฯ อาจทำให้ผู้ค้างชำระบางคนเบื่อหรือไม่ชอบหน้าเราไปเลยก็ได้ค่ะ ดังนั้นการบ้านที่เหฯ ต้องกลับไปคิด คือการหาวิธีทวงเงินแบบไม่ให้ผิดใจกับเพื่อน
อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นเหรัญญิกต้องไม่ได้มาทำงานฟรีๆ แน่นอนค่ะ เพราะสิ่งที่พวกเขาได้คือประสบการณ์ทำงาน ทั้งการบริหาร การคิดคำนวณ และการสื่อสารกับคนในสังคม (เหฯ ต้องคุยกับทุกคน ทั้งคนสนิทและคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน) ถึงแม้ฟังดูงานจะเหนื่อยและทำให้ลำบากใจไม่น้อย แต่ถ้าน้องๆ ผ่านมาได้ รับรองว่าสตรองขึ้นแน่นอน!! สำหรับใครที่กำลังเป็นเหฯ หรือเคยเป็นเหฯ มาก่อน ลองมาแชร์กันก็ได้นะคะว่าเคยเจอเรื่องปวดหัวแบบไหนบ้าง? ^^


.jpg)


.jpg)



2 ความคิดเห็น
เป็นเหฯชมรมค่ะ ไม่ต้องทวงเงินใคร เลยไม่เจอเรื่องทุกข์ใจ 2-3 ข้อจาก 6 แต่ก็เจองานหนักเหมือนกัน ตอนปิดงบนี่หัวหมุนมาก และมีภาระหน้าที่มากมาย ต้องคอยดูแลการงานต่าง ๆ ที่คนไม่เป็นเหฯจะไม่รู้ว่ามันยุ่งยากวุ่นวายแค่ไหน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะคะ ต้องประสานงานกับทุกฝ่าย ฝึกการทำงานในหลาย ๆ อย่างให้กับเราเยอะทีเดียว :)
บอกเลยค่ะว่าโคตรทุกข์เป็นมานานมากคือเป็นจนแทบจะไปขอครูลาออกจากการเป็นเลยค่ะ เวลาเก็บเงินห้องแค่5บาทบ่นว่าจะเก็บไรนักหนา พอทวงก็บ่น บ่นอยู่นั้นแหละอยากเอาถุงเงินฟาดหน้าจนเราได้ฉายาเจ้าหนี้ไปเลยค่ะ555555555555555