สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com Student Idol กลับมาคราวนี้ พี่มิ้นท์พาสองสาวพี่น้องสุดเก่งที่ได้เสนอไอเดียทดลองในห้วงอวกาศในโครงการ Asian Try Zero-G 2018 ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (แจ็กซ่า) และผ่านการคัดเลือก จนได้รับการทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ โดยนายโนริชิเงะ คะไน มนุษย์อวกาศญี่ปุ่นนำไปทดลองเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ทั้งสองสาวยังได้รับชมการถ่ายทอดสดผ่านห้องบังคับการที่ศูนย์อวกาศสึคุบะ และเข้ากิจกรรมหลักสูตรฝึกมนุษย์อวกาศระยะสั้น 1 วัน ร่วมกับเยาวชน 4 ประเทศที่ผ่านคัดเลือกเข้ามาเช่นกัน เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่เด็กไทยได้โชว์ศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักกับน้อง "ไอเดีย" และน้อง "ไอซี" กันจ้า
นอกจากนี้ ทั้งสองสาวยังได้รับชมการถ่ายทอดสดผ่านห้องบังคับการที่ศูนย์อวกาศสึคุบะ และเข้ากิจกรรมหลักสูตรฝึกมนุษย์อวกาศระยะสั้น 1 วัน ร่วมกับเยาวชน 4 ประเทศที่ผ่านคัดเลือกเข้ามาเช่นกัน เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่เด็กไทยได้โชว์ศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักกับน้อง "ไอเดีย" และน้อง "ไอซี" กันจ้า
พี่มิ้นท์ : อยากให้น้องๆ ทั้ง 2 คนแนะนำตัวหน่อยค่ะ
น้องไอเดีย : สวัสดีค่ะ หนูชื่อศวัสมน ใจดีค่ะ ชื่อเล่นชื่อไอเดีย กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ค่ะ
น้องไอซี : สวัสดีค่ะ หนูชื่อวริศา ใจดีค่ะ ชื่อเล่นชื่อไอซี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ค่ะ เป็นน้องสาวของพี่ไอเดียค่ะ
น้องไอเดีย : สวัสดีค่ะ หนูชื่อศวัสมน ใจดีค่ะ ชื่อเล่นชื่อไอเดีย กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ค่ะ
น้องไอซี : สวัสดีค่ะ หนูชื่อวริศา ใจดีค่ะ ชื่อเล่นชื่อไอซี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ค่ะ เป็นน้องสาวของพี่ไอเดียค่ะ
พี่มิ้นท์ : จุดเริ่มต้นที่ทำให้น้องๆ สนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์หรืออวกาศ คืออะไรคะ
น้องไอเดีย : หนูชอบดูหนังฝรั่งที่เกี่ยวกับอวกาศค่ะ ทั้งสารคดี และก็ภาพยนตร์ รวมทั้งชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวและตำนานเทพเจ้ากรีกที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีดวงดาวด้วย พออ่านเยอะๆ ก็จะมีข้อสงสัยเยอะ เพราะมันมีทั้งเรื่องจริง และเรื่องที่เป็นจินตนาการ หนูอยากรู้ว่ามันจริงไหมก็เลยยิ่งสนใจหามาดูมาอ่านค่ะ แต่จริงๆ แล้วถ้าเป็นวิชาเรียนหนูสนใจชีววิทยาด้วยค่ะ
น้องไอซี : หนูชอบไปท้องฟ้าจำลองค่ะ หนูสนใจเรื่องดวงดาวและอวกาศ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีด้านอวกาศ พวกนวัตกรรมที่มนุษย์เราคิดค้นขึ้นไว้ใช้ในอวกาศ มันน่าสนใจดีค่ะ และมีเรื่องราวแปลกๆ ใหม่ๆ ให้ค้นหาอยู่เสมอ หนูยังสนใจเรื่องสิ่งมีชีวิตในโลกและนอกโลก พี่ไอเดียก็ชอบ พี่ไอเดียเป็นคนชวนให้อ่าน เพราะจะได้มีเพื่อนคุยกันรู้เรื่องค่ะ
พี่มิ้นท์ : แนะนำคร่าวๆ เกี่ยวกับโครงการนี้หน่อยค่ะ ว่าเกี่ยวกับอะไร และไอเดียที่เรานำเสนอไปทดลองคืออะไร
โครงการนี้ชื่อว่า Asian Try Zero-G ค่ะ ซึ่งสนับสนุนโดย สวทช. และจิสด้า ร่วมกับ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซ่าค่ะ เป็นโครงการที่เปิดรับแนวคิดการทดลองวิทยาศาสตร์ในอวกาศจากเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกค่ะ เพื่อส่งให้มนุษย์อวกาศญี่ปุ่นซึ่งในปีนี้คือคุณโนริชิเงะ คะไน เลือกนำไปใช้ทดลองจริงในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง บนสถานีอวกาศนานาชาติ ส่วนแนวความคิดที่เราเสนอไปให้ทำการทดลองคือการศึกษาดูการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีน้ำหนักต่างกันภายในสลิงกี้ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงเพื่อเปรียบเทียบกับบนโลก โดยเราจะออกแรงกระทำในลักษณะที่ต่างกันกับสลิงกี้ที่ภายในช่องว่างถูกบรรจุด้วยลูกบอลทำจากวัสดุต่างกัน และมีน้ำหนักต่างกัน แต่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากันค่ะ เช่น จับสลิงกี้ยืดออกในแนวนอน ยืดออกในแนวตั้ง พลิกกลับไปมา แล้วสังเกตดูการเคลื่อนที่ของลูกบอลวัสดุต่างกันคือ ฟองน้ำ ไม้ พลาสติก และลูกเหล็กค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทำไมถึงตัดสินใจส่งไอเดียเข้าไปประกวดในโครงการนี้คะ
ไอเดีย : หนูไปเดินในงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ เจอบูธของของ สวทช. มีกิจกรรมการปลูกถั่วในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง โครงการ Space seed หนูสนใจเรื่องทางชีววิทยาก็เลยเข้าร่วมกิจกรรมค่ะ หลังจากนั้นก็ติดตามข่าวเรื่อยมาจนมีโครงการ Try Zero G ในปี 2558 หนูก็เลยชวนน้องคิดแล้วลองส่งกันดูค่ะ
ไอซี : ในปีนั้นหนูกับพี่ไอเดียได้ไปดูนิทรรศการเกี่ยวกับอวกาศของ NASA ซึ่งมาจัดแสดงที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก ในนิทรรศการมีเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอวกาศ การกิน เสื้อผ้าของนักบิน เราก็ชอบกันมาก เห็นนักบินอวกาศลอยไปลอยมา เราก็อยากจะไปอยู่อวกาศ และได้ลองทำกิจกรรมในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงดูบ้างค่ะ ก็ช่วยกันคิดออกมาหลายเรื่อง เรื่องใกล้ๆตัวที่เราสงสัยกันมานาน เลยลองส่งดู แล้วก็ส่งต่อเนื่องมาทุกปีเลยค่ะ
โครงการนี้ชื่อว่า Asian Try Zero-G ค่ะ ซึ่งสนับสนุนโดย สวทช. และจิสด้า ร่วมกับ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซ่าค่ะ เป็นโครงการที่เปิดรับแนวคิดการทดลองวิทยาศาสตร์ในอวกาศจากเยาวชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกค่ะ เพื่อส่งให้มนุษย์อวกาศญี่ปุ่นซึ่งในปีนี้คือคุณโนริชิเงะ คะไน เลือกนำไปใช้ทดลองจริงในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง บนสถานีอวกาศนานาชาติ ส่วนแนวความคิดที่เราเสนอไปให้ทำการทดลองคือการศึกษาดูการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีน้ำหนักต่างกันภายในสลิงกี้ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงเพื่อเปรียบเทียบกับบนโลก โดยเราจะออกแรงกระทำในลักษณะที่ต่างกันกับสลิงกี้ที่ภายในช่องว่างถูกบรรจุด้วยลูกบอลทำจากวัสดุต่างกัน และมีน้ำหนักต่างกัน แต่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากันค่ะ เช่น จับสลิงกี้ยืดออกในแนวนอน ยืดออกในแนวตั้ง พลิกกลับไปมา แล้วสังเกตดูการเคลื่อนที่ของลูกบอลวัสดุต่างกันคือ ฟองน้ำ ไม้ พลาสติก และลูกเหล็กค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทำไมถึงตัดสินใจส่งไอเดียเข้าไปประกวดในโครงการนี้คะ
ไอเดีย : หนูไปเดินในงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ เจอบูธของของ สวทช. มีกิจกรรมการปลูกถั่วในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง โครงการ Space seed หนูสนใจเรื่องทางชีววิทยาก็เลยเข้าร่วมกิจกรรมค่ะ หลังจากนั้นก็ติดตามข่าวเรื่อยมาจนมีโครงการ Try Zero G ในปี 2558 หนูก็เลยชวนน้องคิดแล้วลองส่งกันดูค่ะ
ไอซี : ในปีนั้นหนูกับพี่ไอเดียได้ไปดูนิทรรศการเกี่ยวกับอวกาศของ NASA ซึ่งมาจัดแสดงที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก ในนิทรรศการมีเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอวกาศ การกิน เสื้อผ้าของนักบิน เราก็ชอบกันมาก เห็นนักบินอวกาศลอยไปลอยมา เราก็อยากจะไปอยู่อวกาศ และได้ลองทำกิจกรรมในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงดูบ้างค่ะ ก็ช่วยกันคิดออกมาหลายเรื่อง เรื่องใกล้ๆตัวที่เราสงสัยกันมานาน เลยลองส่งดู แล้วก็ส่งต่อเนื่องมาทุกปีเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : ผลการทดลองเป็นยังไงบ้างคะ
จากการทดลองในครั้งนี้เราพบว่า ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง น้ำหนักของวัตถุไม่มีผลต่อทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุภายในสลิงกี้ สิ่งที่มีผลคือแรงกระทำจากภายนอกที่กระทำต่อสลิงกี้ ซึ่งผลการทดลองเป็นไปตามสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ค่ะ สิ่งที่ได้จากผลการทดลองนี้ ทำให้เราสองคนคิดถึงหลักการเคลื่อนย้ายวัตถุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยออกแรงกระทำที่ท่อนำส่ง วัตถุไม่ว่าหนักหรือเบาก็จะถูกทำให้เคลื่อนที่ได้โดยการออกแรงที่เท่ากันในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงค่ะ
พี่มิ้นท์ : น้องๆ ทั้งสองคนได้เดินทางไปญี่ปุ่นด้วย ได้ทำอะไรบ้างคะ
น้องไอเดีย : อย่างแรกเลยพวกเราได้ไปร่วมชมการทดลองที่ถ่ายทอดสด โดยนักบินอวกาศญี่ปุ่นคุณโนริชิเงะ คะไน ได้ทำการทดลองแนวความคิดที่ได้รับการคัดเลือกของแต่ละประเทศค่ะ ส่งตรงจาก ISS (International Space Station) มายังภาคพื้นดินที่ผ่านห้องบังคับการที่ศูนย์อวกาศเมืองสึคุบะ (Tsukuba Space Center) ของ JAXA ณ ประเทศญี่ปุ่น และได้เข้าร่วมกิจกรรมจำลองการฝึกทำภารกิจบนอวกาศ เตรียมตัวเพื่อที่จะเป็นนักบินอวกาศจริงๆ ที่เรียกว่า EVA TRAINING ค่ะ
น้องไอซี : เรายังได้มีโอกาสได้เข้าชม Tsukuba Expo Center และพิพิธภัณฑ์อวกาศของ JAXA ได้เห็นเทคโนโลยีอวกาศ ทั้งแบบจำลองดาวเทียม กระสวยอวกาศ และจรวดขนส่งดาวเทียม และได้ไปดูพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสมัยใหม่แห่งชาติของญี่ปุ่น หรือ มิไรคัง เราได้ชมนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์หลายอย่าง หนูชอบเทคนิคการจัดพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้วิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องสนุก น่าสนใจ โดยถ่ายทอดมันออกมาผ่านเกม การทดลอง การทำworkshop และดึงเรื่องใกล้ตัวมาอธิบายด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ เช่น การทำงานของอินเทอร์เน็ต อธิบายโดยใช้ลูกบอลมาวิ่งตามรางส่ง เปรียบเทียบว่าลูกบอลคือข้อมูลที่เราจะส่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยจะมีสะพาน มีประตูกั้น มากระทำต่อลูกบอลแทนปัจจัยต่างๆค่ะ
พี่มิ้นท์ : เป็นเด็กไทยคู่เดียวที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ มีความประทับใจหรือภาคภูมิใจอย่างไรบ้างคะ
น้องไอเดีย : หลายๆ คนบอกว่าจะเป็นนักบินอวกาศต้องเก่งฟิสิกส์ หนูเองไม่เก่งเรื่องคำนวณ หลังจากที่หนูได้เข้าร่วมกิจกรรม EVA training ซึ่งเป็นกิจกรรมฝึกการปฏิบัติภารกิจซ่อมยาน ทำให้หนูรู้ว่ามันไม่ได้ยากหรือซับซ้อนอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือความเที่ยงตรงแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา การทำตามขั้นตอน ด้วยความระมัดระวัง อดทน ซึ่งต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และข้อสำคัญที่สุดคือเรื่องการสื่อสารระหว่างนักบินอวกาศที่อยู่นอกโลกกับเจ้าหน้าในห้องบังคับการซึ่งเป็นสิ่งที่หนูประทับใจที่ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมในกิจกรรมนี้ค่ะ
น้องไอซี : หนูภูมิใจมากนะคะ ที่ทางนักบินอวกาศเลือกแนวความคิดของเรา คือเรื่องที่เราส่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึงหรือมองว่าไม่จำเป็น หนูไม่รู้ว่าทาง JAXA มีวิธีการคัดเลือกอย่างไร แต่ตอนที่เราส่งเรื่องเข้าไป เราไม่ได้คิดว่าแนวคิดเราจะถูกเลือก แต่เราคิดว่ามันน่าจะสนุกถ้าได้ลองทำสิ่งนี้ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง หนูคิดว่านักบินอวกาศคงอยากเล่นอะไรสนุกๆ บ้าง และนอกเหนือจากความภาคภูมิใจ คือหนูได้รับแรงบันดาลใจที่ดี โครงการนี้ทำให้หนูรู้ว่าการที่เราสงสัยในเรื่องที่สนใจสามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ และได้รู้จักเพื่อนใหม่อีกด้วยค่ะ
พี่มิ้นท์ : กิจกรรมยามว่างของเราสองคนพี่น้อง ทำอะไรกันบ้างคะ
ชอบวาดภาพสีน้ำ อ่านแล้วก็เขียนค่ะ พี่ไอเดียเขียนนิยายภาษาอังกฤษแนววิทยาศาสตร์แฟนตาซี ลงใน wattpad
ส่วนหนู (ไอซี) ชอบเลี้ยงสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วอย่างพวกไฮดรา, พลานาเรีย, พารามีเซียม แล้วก็นำเรื่องของมันมาเขียนบทความวิทยาศาสตร์ใน "สาระวิทย์" นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์รายเดือน ของ สวทช. ค่ะ มีวาดภาพประกอบเองด้วยทั้งสองคนค่ะ มีเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์การเข้าค่ายและแข่งขันด้านอวกาศของหนูด้วยค่ะ อยากให้ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ
พี่มิ้นท์ : เชิญชวนให้เพื่อนๆ ชาว Dek-D.com มาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ หรือ ให้ได้ลองลงมือทำสิ่งที่ตัวเองชอบหน่อยจ้า
น้องไอเดีย : วิทยาศาสตร์สามารถตอบคำถาม และอธิบายปรากฏการณ์เกี่ยวกับสิ่งรอบตัวได้ในทุกๆเรื่อง วิทยาศาสตร์ยังเป็นที่มาของการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอีกด้วย หนังสนุกๆหลายๆเรื่องก็อ้างอิงพล็อตเรื่องมาจากหลักการทางวิทยาศาสตร์นะคะ อย่าง Interstellar, Martian หรือ Sherlock Holmes
น้องไอซี : อยากบอกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สนุกถ้าได้ลงมือปฏิบัติ เพราะฉะนั้นอย่าลังเลว่าความคิดเราจะผิด อย่าอายว่าความคิดเรายังไม่เจ๋งพอ เพราะความสนุกอยู่ตรงที่ได้คิด และลงมือปฏิบัติ ทำให้เราได้พบสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจด้วยตนเอง ทำให้วิทยาศาสตร์ยิ่งดูใกล้ตัวเราเข้าไปอีก มันน่าตื่นเต้นดีนะคะ
ความเก่งแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากความตั้งใจ ขยันใฝ่หาความรู้และโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอ พี่มิ้นท์ขอชื่นชมสองสาวพี่น้องมากๆ ค่ะ ในวัยแค่เด็ก ม.ปลาย แต่กล้าเสนอไอเดียในระดับนานาชาติได้ สุดยอดไปเลยจ้า^^
สำหรับน้องๆ ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลโครงการ Asian Try Zero-G 2018 เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/JaxaThailand หรือเว็บไซต์ www.nstda.or.th/jaxa-thailand







4 ความคิดเห็น
ยินดีด้วยนะคะเด็กๆ ... ขอให้มุ่งมั่นพยายามต่อไปนะ
ยินดีด้วยนะครับ... ผมจะรอผลงานของพวกคุณต่อไปนะ
ยินดีด้วยกับน้องๆนะคะ สุดยอดมากค่ะ