
สวัสดีค่ะ วินาทีนี้พูดถึงละครบุพเพสันนิวาสกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำให้หลายคนกลับมาสนใจประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งละครเรื่องนี้ก็ทำไว้ได้ดีเลยค่ะ แม้จะย้อนยุคกลับไปถ่ายบ้านเมืองในสมัยนั้นไม่ได้ ก็อาศัย CG เข้ามาช่วยจำลองให้เราเห็นภาพต่างๆ ชัดขึ้นด้วย
ในแวดวงภาพยนตร์ทั่วโลกที่เราเห็นภาพสวยๆ ดูอลังการ อย่าง Avata, Godzilla ฯลฯ ไม่ใช่การสร้างฉากขึ้นมาแต่อย่างใด แต่เป็นการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาช่วยทั้งหมด เบื้องหลังการถ่ายทำนั้น อาจจะเป็นเพียงสตูดิโอธรรมดาๆ เท่านั้นเองค่ะ ที่เหลือคือความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือของทีม CG และอินเนอร์ของนักแสดงล้วนๆ เลย วันนี้พี่มิ้นท์จะพาน้องๆ มาทำความรู้จัก "CG" กันให้มากขึ้น แล้วจะรู้ว่าการสร้างหนังสักเรื่อง มันมีขั้นตอนที่น่าสนใจมาก
"CG" จริงๆ แล้วมาจากคำว่า Computer Generated คือ การใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้าง ถ้าในปัจจุบันใช้เรียกจาก Computer Graphic ก็ไม่ได้ผิดอะไรค่ะ มีความหมายเหมือนกัน คือ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างงาน ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว อย่างที่พี่มิ้นท์บอกไปแล้วว่า ภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่เราได้ดู บางทีเป็นฉากธรรมดาๆ คนเดินถนน เต้นรำในงาน นั่งอยู่บนรถ ก็อาจใช้ CG ทำก็ได้
แม้ว่าการทำ CG จะมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่าแรงนักกราฟฟิก แต่ก็มีข้อดีกว่าหลายอย่าง เช่น ไม่ต้องยกกองถ่ายออกไปข้างนอก หมดปัญหาเรื่องแสง เดี๋ยวแสงเยอะ แสงน้อย มีผลต่อการถ่ายทำสุดๆ และไม่ต้องเจอกับความร้อนหรือหนาวจริงๆ ด้วย ควบคุมคนก็ง่าย ที่สำคัญบางสถานที่ก็ปิดเพื่อถ่ายทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น อยากได้อะไร ใช้คอมพิวเตอร์เสกมันขึ้นมาได้เลยค่ะ สะดวกกว่าเยอะ
แล้วเขาทำกันยังไง?
ส่วนมากจะสร้าง "ฉาก" ด้วย CG ดังนั้น ฉากของนักแสดงจริงๆ ในเวลานั้นไม่มีอะไรเลย พูดง่ายๆ คือ เป็นฉากสีโล่งๆ เรียกว่าเทคนิคถ่ายแบบ Green Screen (พื้นหลังสีเขียว) หรือ Blue Screen (พื้นหลังสีฟ้า) นักแสดงจะต้องจินตนาการให้เข้าถึงเนื้อเรื่องในฉากนั้นๆ แล้วแสดงออกมา เช่น ยืนมองฉากเขียวเปล่าๆ ก็ต้องสื่อออกมาให้ได้ว่ากำลังยืนมองปราสาทแสนสวย ฉะนั้นความเนียนไม่ใช่แค่เรื่องการตัดต่อ อารมณ์ของนักแสดงก็เป็นเรื่องสำคัญ

credit : http://twistedsifter.com/2014/06/before-and-after-shots-of-visual-effects-in-film/
เทคนิค Green Screen หรือ Blue Screen ที่พูดถึง ก็คือ การเซ็ตฉากสีไว้ด้านหลัง เวลานำไปตัดต่อ ก็จะเอาส่วนของสีเขียวหรือสีฟ้าออกจากภาพ และนำฉากสมมติเข้าไปแทนที่นั่นเองค่ะ ซึ่งฉากสมมติตรงนี้ก็มีรายละเอียดในการสร้างค่อนข้างเยอะมาก ต้องมีแบบจำลอง สี แสงเงา ตำแหน่งพิกัดต่างๆ ต้องทำออกมาให้เป๊ะที่สุด

credit : http://twistedsifter.com/2014/06/before-and-after-shots-of-visual-effects-in-film/

credit : http://twistedsifter.com/2014/06/before-and-after-shots-of-visual-effects-in-film/

เว็บเด็กดีก็เคยทำนะ อิอิ

เหตุผลที่ต้องเป็นสองสีนี้ ก็เพราะร่างกายของเรามีส่วนที่เป็นสีเขียวหรือสีฟ้าน้อย ทำให้ตัดสองสีนี้ออกจากภาพได้ง่ายขึ้น คิดสภาพถ้าใช้พื้นหลังเป็นสีดำ เวลาดึงสีดำออกจากภาพ ผมเผิม ตาดำก็หายออกไปด้วย จะตัดต่อไม่ได้เลย
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองไปดูคลิปนี้ดูแล้วกันค่ะ เหมือนโดนหนังฝรั่งหลอกมาตลอด ฮ่าๆ
ข้อขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
https://youtu.be/clnozSXyF4k,
http://twistedsifter.com/2014/06/before-and-after-shots-of-visual-effects-in-film/,
https://pantip.com/topic/37424451,
https://youtu.be/_VdSisGdG98


0 ความคิดเห็น