|
เพิ่งผ่านช่วงเทศกาลเข้าพรรษามาหยกๆ...ก็มีเรื่องในน่าชื่อใจอีกแล้วนะครับ...เพราะโพลชื่อได้ได้ทำการสำรวจพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่สนับสนุนเรื่องมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เปิดเผยว่า สสส. ร่วมกับ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ สำรวจ "การรับน้องใหม่ของนิสิตนักศึกษาปี 2550" ในนิสิตนักศึกษา 4,485 คน จาก 36 สถาบัน ระหว่างวันที่ 10 กันยายน-3 ตุลาคม แบ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังเข้าสู่ปีที่ 1 และนักศึกษาชั้นปีที่ 2 พบว่า ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้ นักศึกษาทั้ง 2 กลุ่มมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ร้อยละ 11.8 แต่ในจำนวนนี้ ร้อยละ 12 สูบมากกว่า 10 มวนต่อวัน ส่วนกลุ่มที่มีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์มี ร้อยละ 28.1 แต่ที่น่าห่วงคือในจำนวนนี้ มีผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ มากถึง ร้อยละ 6.5
นายนพดล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีนิสิต นักศึกษา เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการรับน้องที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยรุ่นพี่พาไปดื่มเหล้า ใช้ความรุนแรง ทำให้เสียภาพพจน์ และพูดจาไม่สุภาพ มากถึงร้อยละ 5.3 อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 73.9 ยังต้องการให้มีกิจกรรมรับน้องใหม่ต่อไป โดยร้อยละ 89.2 ระบุว่า ในสถานศึกษามีกิจกรรมรับน้องปลอดเหล้า และเข้าร่วมถึงร้อยละ 72.4 สถาบันที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 75.3 ระบุว่าโครงการรับน้องปลอดเหล้าช่วยลดความรุนแรงในการรับน้องได้ ร้อยละ 81.3 สนับสนุนให้มีกิจกรรมรับน้องปลอดเหล้ามากขึ้น
"ในจำนวนของนักศึกษาชั้นปีที่ 1-2 มีทั้งสิ้น 500,000 คน ในจำนวนนี้มีจำนวน 10% ประมาณ 5 หมื่น-1 แสนคน ที่มีประสบการณ์ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนหน้านี้ 6 เดือน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกับกิจกรรมการรับน้องที่ต้องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้อง เยาวชนในกลุ่มนี้ เห็นด้วยว่า หากมีการรณรงค์รับน้องปลอดเหล้าจะทำให้ความรุนแรงของการรับน้องลดลง" ดร.นพดลกล่าว
นายนพดล กล่าวอีกว่า สถาบันที่เข้าร่วมโครงการจะมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมน้อยกว่าสถาบันที่ไม่เข้าร่วม โดยร้อยละ 92.5 อยากให้รับน้องไม่มีเหล้า บุหรี่ เมื่อถามถึงนโยบายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า รวมถึงบริเวณรอบชุมชนและสถานศึกษา ร้อยละ 90 อยากผลักดันให้สำเร็จ และร้อยละ 60.4 เห็นตรงกันว่าไม่อยากรับทุนหรือขอสปอนเซอร์จากบริษัทเหล้า บุหรี่ นอกจากนี้สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการรับน้องปลอดเหล้าทำให้มีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาใช้ในการรับน้องเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 12.8 เทียบกับสถาบันที่ไม่ได้เข้าร่วมกลับมีการรับน้องที่ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 21.1 อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างต้องการให้มีกิจกรรมรับน้องต่อไปถึง ร้อยละ 73.9
นายนพดล กล่าวอีกว่า สถานที่รับน้องส่วนใหญ่ใช้ภายในสถานศึกษาร้อยละ 92.4 ชายหาด ทะเล ร้อยละ 13.9 ทั้งนี้ เกือบครึ่งหนึ่งคือ ร้อยละ 49.7 เคยมีปัญหาความขัดแย้งจากการรับน้อง ร้อยละ 45.2 นำมาสู่ความเครียด ร้อยละ 44.1 เคยขัดแย้งเขม่นกับรุ่นพี่ ร้อยละ 27.1 เสียสมาธิในการเรียน เบื่อหน่ายต่อสถาบัน ขาดความมั่นใจในตนเอง จนถึงขั้นไม่อยากไปเรียน
ได้เห็นแล้วชื่นใจนะครับ...แต่อย่างไรก็ตามถ้าจะให้เหล้าสุราออกไปให้หมดจากสังคมไทยนั้นคงจะเป็นไปได้ยาก...เอาเป็นว่าดื่มกินใช้อย่างมีสติและมีขอบเขตแล้วกันนะครับ...
พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน
|
0 ความคิดเห็น