หลังจากที่เรียนจบในระดับปริญญาตรี น้องๆ จะมีทางเลือกหลักๆ อยู่ 2 ทาง นั่นก็คือ “เรียนต่อ” อาจจะเป็นปริญญาตรีใบที่ 2 หรือในระดับที่สูงขึ้น ปริญญาโท ปริญญาเอก หรือ ออกไป “ทำงาน” ตามที่สนใจ หรือตามสาขาที่เรียนมา ก็แล้วแต่ความต้องการของน้องๆ แต่ก็มีหนึ่งสาขาวิชา ที่เมื่อจบไปแล้ว หลายๆ คน ส่วนใหญ่เลือกที่จะไปเรียนต่อ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น ก่อนที่จะออกไปทำงาน นั่นก็คือ “แพทย์” ค่ะ


 
      อย่างที่ทราบกัน กว่าจะผลิตแพทย์หนึ่งคนเพื่อออกไปทำงานรักษาคนไข้ ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ตั้งแต่การเรียนในระดับปริญญาตรี น้องๆ สาขาแพทยศาสตร์ ใช้เวลาทั้งหมด 6 ปี จากนั้นต้องใช้ทุนตามโรงพยาบาลต่างๆ และเลือกศึกษาสาขาเฉพาะทางเพื่อที่จะเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถในสาขาที่สนใจให้เชี่ยวชาญ
       ซึ่งก็มีน้องๆ หลายคนสงสัยว่า “แพทย์” มีสาขาเฉพาะทางอะไรบ้าง และแต่ละสาขาเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง วันนี้พี่แนนนี่มีข้อมูลมาฝากค่ะ

 
      ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติแล้วก่อนที่จะไปเรียนเฉพาะทางนั้น แพทย์จบใหม่จะต้องเข้า “โครงการเพิ่มพูนทักษะ หรือเป็น ”อินเทิร์น” ก่อน 1 ปี และใช้ทุนให้ครบอีก 2 ปี (รวมเป็น 3 ปี) แต่ก็มีสาขาจำนวนหนึ่งที่สามารถเรียนจบได้หลังจากเรียนจบปี 6 ทันที โดยไม่ต้องเข้าโครงการฯ หรือใช้ทุน โดยสาขาเหล่าจำนวนี้เป็นสาขาที่ขาดแคลน หมายความว่า มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขานี้ไม่เพียงพอ
 
สาขาแพทย์เฉพาะทางที่ขาดแคลน (สาขาประเภทที่ 1) มีทั้งหมด 12 สาขา ดังนี้
  • จิตเวชศาสตร์ – เกี่ยวกับจิตวิทยา
  • จิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น – เกี่ยวกับจิตวิทยา สำหรับเด็กและวัยรุ่น
  • นิติเวชศาสตร์ – เกี่ยวกับการชันสูตรศพ
  • พยาธิวิทยาทั่วไป – เกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคจากเนื้อเยื่อ เซลล์ เป็นหลัก
  • พยาธิวิทยากายวิภาค – เกี่ยวกับรูปร่างหรือโครงสร้างของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะที่เป็นโรค
  • พยาธิวิทยาคลินิก  - เกี่ยวกับการตรวจค้นความผิดปกติในส่วนประกอบต่างๆ ของผู้ป่วย ที่เก็บจาก เลือด น้ำไขสันหลัง สารน้ำจากช่องต่างๆ ของร่างกาย
  • รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา - รักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้รังสี
  • เวชศาสตร์ครอบครัว – การมองเห็นครอบครัวเป็นศูนย์กลาง
  • เวชศาสตร์ฉุกเฉิน – เกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาความเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
  • เวชศาสตร์นิวเคลียร์ – เกี่ยวข้องกับการใช้สารกัมมันตรังสีในการวินิจฉัยและรักษาโรคบางชนิด โดยจะอาศัยการถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการที่จะให้แพทย์มีข้อมูล เกี่ยวกับทางด้านกายวิภาคของร่างกาย
  • อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา – เกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด
  • อายุรศาสตร์โรคเลือด - กี่ยวข้องกับการรักษาความผิดปกติของเลือด และอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเลือด
หมายเหตุ: สาขาเฉพาะทางที่ขาดแคลนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไป อาจจะมีสาขาที่มีบุคลากรเพียงพอ หรือมีสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมอีกค่ะ
 
สาขาเฉพาะทางประเภทที่ 2 (หลังจากที่ใช้ทุนครบ 3 ปีแล้ว) มีทั้งหมด 26 สาขา ดังนี้
  • กุมารเวชศาสตร์ – เกี่ยวกับการรักษาเด็ก และวัยรุ่น
  • กุมารศัลยศาสตร์ – เกี่ยวกับการผ่าตัดเด็ก
  • จักษุวิทยา – เกี่ยวกับโรคทางตา
  • ตจวิทยา – เกี่ยวกับผิวหนัง
  • ประสาทวิทยา – เกี่ยวกับโรคทางสมองและระบบประสาท
  • ประสาทศัลยศาสตร์ – เกี่ยวกับการผ่าตัดสมอง
  • รังสีวิทยาทั่วไป – เกี่ยวกับทางด้าน X-ray
  • โลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก – เกี่ยวกับโรคเลือดและมะเร็งในเด็ก
  • รังสีวิทยาวินิจฉัย – การถ่ายภาพเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆด้วยรังสี โดยทั่วไป เป็นรังสีเอกซ์
  • วิสัญญีวิทยา – เกี่ยวกับการวางยาสลบ
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงระบาดวิทยา)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์การบิน)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์ป้องกันคลินิก)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงสาธารณสุขศาสตร์)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงสุขภาพจิตชุมชน)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงอาชีวเวชศาสตร์)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์ทางทะเล)
  • เวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว)
  • เวชศาสตร์ฟื้นฟู – เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์
  • ศัลยศาสตร์ – เกี่ยวกับการผ่าตัด
  • ศัลยศาสตร์ตกแต่ง – เกี่ยวกับการผ่าตัดเพื่อความสวยงาม
  • ศัลยศาสตร์ทรวงอก – เกี่ยวกับการผ่าตัดบริเวณทรวงอก
  • ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา – เกี่ยวกับการผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ
  • สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา – เกี่ยวกับโรคเฉพาะทางสตรี
  • โสต ศอ นาสิกวิทยา – เกี่ยวกับโรคทาง หู จมูก คอ
  • ออร์โธปิดิกส์ – ที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย (สาขาของวิชาศัลยศาสตร์)
  • อายุรศาสตร์ – เกี่ยวกับการใช้ยา ในการรักษาอาการต่างๆ และป้องกัน
หมายเหตุ: สาขาที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสาขาเฉพาะทางสาขาหลักๆ ทางการแพทย์ ซึ่งเมื่อจบในสาขาหลักแล้ว สามารถศึกษาต่อในสาขาย่อย หรืออนุสาขาได้อีก 42 สาขาวิชาค่ะ
 
     อ่านมาถึงตรงนี้พี่แนนนี่เชื่อว่า มีน้องๆ จำนวนไม่น้อยสงสัยว่า “แล้วถ้าไม่อยากเรียนสาขาเฉพาะทางล่ะ จะทำงานเป็นแพทย์ รักษาคนไข้ไม่ได้หรอ” คำตอบก็คือ รักษาคนได้ค่ะ เมื่อน้องๆ ใช้ทุนครบ 3 ปี ก็สามารถเป็น “คุณหมอทั่วไป” หรือ คุณหมอ GP (general practitioner) หรือแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปค่ะ
 
     น้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง อย่าลืมศึกษารายละเอียดของแต่ละสาขาให้ดี เพราะแต่ละสาขาใช้ระยะเวลาไม่เท่ากันนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
แพทยสภา
http://www.tmc.or.th/detail_news.php?news_id=753
พี่แนนนี่
พี่แนนนี่ - Columnist เด็กเอกไทย คลั่งไคล้มิกกี้(เม้าส์) หลงใหลอิตาลี คอยเฝ้าลงพื้นที่ ตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด