10 เรื่องแฟนตาซีของ ‘คอร์นเวลล์’
นักเขียนแนวสืบสวนที่เป็นแรงบันดาลใจของ CSI
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน พี่น้ำผึ้งมั่นใจว่าคอสืบสวนสอบสวนจะต้องรู้จักนิยายเรื่อง ‘คุณหมอเคย์ สการ์เพตตา’ จากปลายปากกาของ ‘แพทริเซีย คอร์นเวลล์’ แน่นอน น้องๆ คะ นอกจากหนังสือของเธอจะค่อนข้างสมจริงในเชิงนิติวิทยาศาตร์แล้ว ยังได้รับเครดิตว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ซีรี่ส์ชื่อดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น CSI: Crime Scene Investigation และ Criminal Minds ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ที่เธอเขียนล้วนแล้วแต่เคยเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเธอ
วันนี้พี่น้ำผึ้งเลยได้โอกาสดีรวบรวม 10 เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอมาฝากน้องๆ กัน มีตั้งแต่พาตัวเองไปอยู่กับศพจนชิน ต้องกินเนื้อแรร์เพราะเขียนนิยายกินคน รวมไปถึงลงทุนเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมจริงๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบในนิยาย บอกเลยว่าแฟนตาซีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว นึกว่าชีวิตของนิยายอีกเรื่องเลยจ้า ซึ่งพี่เชื่อว่าอ่านจบแล้วน้องๆ จะต้องได้แรงบันดาลใจมากขึ้นแน่นอน!
Backstory Demons เบื้องหลังของปีศาจ
คอร์นเวลล์ชื่นชอบ Dr.Suess เพราะในช่วงเวลาอันยากลำบาก เหล่าคนจรจัดและเด็กๆ ในหนังสือของเขาได้ดูแลเธอไว้ ก่อนที่เธอจะกลายมาเป็นคนเข้มแข็งแบบฮีโร่ในนิยาย ครอบครัวของเธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในบ้านปูนสีเหลือง ณ รัฐฟลอริดา จนกระทั่งเช้าวันคริสต์มาสในปี 1961 ตอนนั้นคอร์นเวลล์เพิ่งจะอายุ 5 ขวบ บิดาของเธอผู้เป็นอัยการที่มีชื่อเสียงได้ทอดทิ้งครอบครัวไป เด็กหญิงกอดขาของพ่อเธอไว้แต่กลับโดนสะบัดออก แล้วเขาก็ลากกระเป๋าออกจากบ้านไป
แม้ว่าจะยังอาศัยอยู่ในบ้านของครอบครัว แต่แม่ของเธอก็หายไปตามทาง คอร์นเวลล์และพี่ชายอีกสองคนจึงไม่ได้รับความใส่ใจ นำมาซึ่งอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้าหาเด็กหญิงวัยห้าขวบ เธอได้พบกับเฒ่าหัวงูซึ่งเป็นเพื่อนบ้านหลังจากที่พ่อได้จากไปเพียงครู่เดียว เขาเป็นเพียงตำรวจท้องถิ่นที่ลากเธอเข้าไปในรถ จูบเธอ และล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นสีแดงของเธอ
โชคดีที่พี่ชายของเธอปั่นจักรยานมาเห็นก่อนที่จะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น ทว่าชายคนนั้นหนีไปแล้ว แต่สัมผัสน่าขยะแขยงและฟันอันน่ารังเกียจยังคงฝังลึกในความทรงจำของเธอ เธอใช้กางเกงสีแดงนั้นเพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งความ สถานีตำรวจได้รับเรื่องไว้ แต่คดีไม่เคยได้รับการสืบสวน เธอคิดในแง่ดีว่าเขาคงจะเข้าคุกไปแล้ว แต่ไม่มีการบันทึกใดๆ เมื่อเธอได้ตรวจสอบอีกครั้งในตอนโต
สองสามปีถัดจากนั้น ด้วยสถานภาพทางการเงินที่ขาดแคลน ทำให้เธอต้องดิ้นรนและย้ายไปเช่าบ้านอยู่ในมอนทรีต นอร์ธแคโรลินา ที่นั่น พวกเธอถูกมองเป็นตัวประหลาด “ฉันเป็นเด็กเพียงคนเดียวที่พ่อแม่หย่าร้างกันในโรงเรียน” คอร์นเวลล์เล่า “พวกเรารู้สึกเหมือนเราผิดที่มาจากครบครัวที่แตกแยก ฉันรู้สึกแปลกแยก”
หลังจากย้ายบ้านไม่นานนัก แม่ของเธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากความเครียดเป็นเวลาถึง 4 เดือน หลังจากแม่ของเธอกลับมา เด็กๆ ได้ถูกส่งไปยังครอบครัวอุปถัมภ์ แม่บุญธรรมของคอร์นเวลล์เป็นคนปากเสียและอารมณ์ร้าย ผู้หญิงคนนั้นด่าทอเหยียดหยามเธอ นำสุนัขของเธอไปทิ้ง และบังคับให้เธอกินอาหารที่ทำให้เธอป่วย บางทีนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นโรคเบื่ออาหาร แต่อาการนั้นได้หมดไปเมื่อเธอได้มีชีวิตเป็นของตนเอง
นักข่าว แพทซี แดเนียล
ในบรรดาเรื่องดีๆ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในชีวิต นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ขับเคลื่อนตัวละครหลักของเธอให้ลงมือกระทำอะไรบางอย่างที่เป็นส่วนสำคัญในนวนิยาย สำหรับคอร์นเวลล์ เรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อเธอเป็นผู้สื่อข่าวอาชญากรรมที่กลางเมืองชาร์ลอตต์ซึ่งเป็นอาชีพแรกของเธอหลังจากเรียนจบ โดยเธอใช้ชื่อว่าแพทซี แดเนียล คอร์นเวลล์เป็นคนมุ่งมั่นและมีพลังในการทำงาน เธอไล่ตามหาข่าวจนกว่าจะค้นพบความจริง ประสบการณ์ด้านข่าวอาชญากรรมของเธอได้บ่งบอกถึงความปรารถนาในการเขียนนิยายแนวสืบสวน
“ฉันไปในที่เกิดเหตุ และศพก็ไม่อยู่แล้ว” เธอพูด “ฉันอยากรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกับศพ ร่างนั้นบอกอะไรแก่พวกเขา ฉันอยากรู้อยากเห็นอย่างเหลือเชื่อ จากนั้นฉันก็เลยตัดสินใจเริ่มเขียนนิยายอาชญากรรม ฉันค้นหาข้อมูลงานวิจัย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ เยี่ยมชมอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องแล็บ มันเหมือนกับย้อนไปตอน 1984 ที่พวกเราเพิ่งเริ่มจะพูดคุยเรื่อง DNA และเลเซอร์ แล้วฉันก็ร้องว่า ‘ว้าว นี่แหละโลกที่ฉันอยากรู้’ ”
หลังจากนั้น คอร์นเวลล์ได้ย้ายไปทำงานที่ออฟฟิศของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย ที่นี่เธอได้ดูการชันสูตรพลิกศพและทำงานเป็นอาสาสมัครตำรวจเพื่อหาความรู้เชิงนิติศาสตร์สำหรับนำไปใช้ในนิยายที่จะได้ตีพิมพ์เร็วๆ นี้ของเธอ
จากยาจกสู่เศรษฐี
หลังจากที่นิยายของเธอได้รับการปฏิเสธ คอร์นเวลล์ยังคงเดินหน้าเขียนนิยายต่อไปจนได้รับการตีพิมพ์นวนิยายเรื่องแรกอย่าง ศพ (Postmortem) ในนปี 1990
แม้ว่าในปัจจุบัน นิยายอาชญากรรมชื่อดังจะเต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์และนิติศาสตร์มากมาย แต่ไม่เคยมีใครก่อนหน้าคอร์นเวลล์ที่เขียนได้ลึกซึ้งได้เท่าเธอ สำนักพิมพ์ส่วนมากปฏิเสธต้นฉบับของเธอก่อนที่สุดท้ายสำนักพิมพ์ Scribner จะตกลงรับตีพิมพ์ คอร์นเวลล์เล่าว่า “ฉันได้รับข้อความจากสำนักพิมพ์นิวยอร์กพับลิชชิงว่าไม่มีใครที่อยากอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับห้องแล็บหรือโรงเก็บศพ และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ต้องการอ่านเรื่องของผู้หญิง (เคย์ สการ์เพตตา ตัวละครหลักของเรื่อง) ที่ทำงานในที่แบบนั้นด้วย”
ในตอนแรก ส่วนมากแล้วเธอได้รับคำวิจารณ์อย่างรุนแรง อีกทั้งนักวิจารณ์บางคนยังอ้างว่าตัวละครหลักของเธอเป็นผู้ชาย และมีคนขายหนังสือคนหนึ่งที่พยายามเปลี่ยนตัวละครของเธอให้กลายเป็นผู้ชายโดยการแก้ไขเองและตีพิมพ์หนังสือใหม่ เธอเกือบจะเลิกเขียนนิยายไปแล้วถ้าหาก Postmortem ไม่ได้รับรางวัลวรรณกรรมที่คาดไม่ถึงมากมายในปีนั้น เธอเป็นนักเขียนคนแรกที่ชนะทั้งรางวัลแอนโทนี่, รางวัลเอ็ดการ์, Creasey New Blood Dagger, French Prix de Roman d’Adventure และรางวัล Macavity ในปีเดียวกัน ตอนที่เธอได้รับรางวัลจากสมาคมนักเขียนอาชญากรรมอังกฤษ เธอได้เข้าเฝ้าเจ้าหญิงมาร์กาเร็ตแห่งสหราชอาณาจักร ที่นั่นเองอาชีพด้านวรรณกรรมของเธอจึงได้เริ่มต้นขึ้น
นี่คือหนทางจากยาจกสู่เศรษฐีของเธอ ปัจจุบัน คอร์นเวลล์ขายหนังสือได้มากกว่าร้อยล้านเล่มทั่วโลก โดยส่วนมากเป็นหนังสือชุดคุณหมอเคย์ สการ์เพตตา งานเขียนของเธอนำมาซึ่งรายได้มหาศาล จนเธอสามารถครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์รารี่สีแดง หรือเฮลิคอปเตอร์ นอจากนี้เธอยังมีเมตตาด้วยการบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อการกุศลมากมาย ตั้งแต่มูลนิธิกู้ภัยสัตว์จนถึงการสนับสนุนการเรียนรู้กฎหมาย
งานวิจัยจากชีวิตจริง
ในตอนที่คอร์นเวลล์ศึกษาหาข้อมูลและข้อเท็จจริงเพื่องานเขียนของเธอ เธอไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในห้องสมุดหรืออินเทอร์เน็ต เธอค้นหางานวิจัยมากมายเกี่ยวกับขีปนาวุธ การตรวจ DNA และข้อมูลเชิงนิติศาสตร์ แต่เธอก็ยอมรับว่าตัวเอกของเธออย่าง เคย์ สการ์เพตตานั้นเป็นตัวละครที่มีความกระตือรือร้นเพราะนักอ่านชื่นชอบการผจญภัย แต่ในความเป็นจริงนั้น ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มักจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าจากการทำงานหนักในแต่ละคดีมากกว่า
ในตอนที่สการ์เพตตายิงปืนระยะไกลหรือดำน้ำลึกเพื่อลงไปดูซากเรืออัปปาง คอร์นเวลล์ก็ทำแบบนั้นเช่นกัน เธอทดลองทำจริงๆ เพื่อจะได้สามารถเก็บรายละเอียดจากประสบการณ์จริงเพื่อให้นักอ่านมีความรู้สึกร่วม แต่บางครั้งมันก็มากเกินไปสำหรับเธอ เธอเคยรู้สึกพะอืดพะอมเมื่อเคี้ยวเนื้อแรร์เพราะช่วงนั้นเธอเขียนเกี่ยวกับการกินคน และเธอจะไม่มีทางทำมันอีก
นับตั้งแต่นิยายและซีรี่ส์แนวอาชญกรรมโด่งดัง คอร์นเวลล์พบว่าบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม มีคดียกเค้าอย่างน้อยสองคดี เธอมาถึงสถานที่เกิดเหตุและพบว่าเหยื่อได้ทำการลบล้างหลักฐานด้วยตัวเอง เมื่อคอร์นเวลล์ถามผู้หญิงคนนั้นว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น เธอก็ตอบว่า “ฉันดูในทีวีและพบว่าลายนิ้วมือไม่ได้สำคัญสักหน่อย” คอร์นเวลล์จึงได้บอกกับทุกคนว่า ผู้หญิงคนนั้นได้ทำลายหลักฐานทิ้งไปด้วยตัวเอง

เจ้าหน้าที่ FBI มาร์โก้ อดีตคนที่คอร์นเวลล์ตกหลุมรัก
(via: Notey)
เรื่องจิ๊บจ๊อยแต่ผลกระทบมหาศาล
เรื่องราวยิบย่อยในชีวิตของคอร์นเวลล์นั้นช่างน่าทึ่ง แต่บางครั้งก็อันตรายเช่นกัน ซึ่งเรื่องจิ๊บจ๊อยที่ว่านี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1990 นำมาซึ่งเรื่องราวใหญ่หลวงสำหรับคอร์นเวลล์ เมื่อเพื่อนขี้อิจฉาของเธอแฉเรื่องราวชีวิตที่เธอต้องการเก็บเป็นเรื่องส่วนตัว “พวกเขาไม่มีความสุขกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั่นหรอก ฉันคิดว่าพวกเขาต้องการถูกทำลายมากกว่า” คอร์นเวลล์ว่า “ความอิจฉาเป็นเรื่องเลวร้าย มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ และฉันก็ไม่พร้อมสำหรับรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับชีวิตของฉันที่ถูกคายออกมาอย่างน่ารังเกียจ”
ความลับหลักๆ ของเธอเป็นเรื่องรสนิยมทางเพศ มันเป็นสิ่งที่เธอปฏิเสธมาตลอดหลายปีเนื่องจากในช่วง 1990 การแสดงออกว่าชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องที่นิยมน้อยกว่าในปัจจุบัน หลังจากที่คอร์นเวลล์หย่าร้างกับสามีของเธออย่างชาลส์ คอร์นเวลล์ เธอได้ตกหลุมรักเจ้าหน้าที่ FBI สาวอย่าง “มาร์โก เบนเนธ” พวกเขาพบกันในตอนที่เธอกำลังค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนนิยาย เรื่องนี้เป็นความลับเล็กๆ น้อยๆ ก่อนถูกเผยแพร่ในอีก 4 ปีถัดมา
ยูจีน เบนเนธ สามีที่ร้างรากันไปของมาร์โกได้พยายามก่อเหตุฆ่าอดีตภรรยาหลังจากล่อลวงมาที่โบสถ์เวอร์จิเนียและจับเป็นตัวประกันไว้ มาร์โกมีปืนและยิงยูจีนที่พยายามหนี อย่างไรก็ตาม เขาถูกจับกุมในเวลาต่อมาและถูกพิพากษาให้จำคุก 23 ปีในข้อหาลักพาตัว พยายามฆ่าและอื่นๆ อดีต FBI ยูจีน เบนเนธกล่าวหาว่าความสัมพันธ์ของอดีตภรรยากับคอร์นเวลล์เป็นสาเหตุที่ทำให้เขามีพฤติกรรมเช่นนี้และทำให้ต้องหย่าร้างกันในที่สุด
การบริหารการเงินที่ย่ำแย่
ในชีวิตจริงของคอร์นเวลล์ เธอได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินส่วนตัว เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี 2009 เธอฟ้องร้องบริษัท Anchin, Block & Anchin LLP และบริษัทของอดีตหัวหน้า อีวาน สแนปเปอร์ด้วยข้อหาพวกเขาจัดการธุรกรรมการเงินของเธอผิดพลาด เนื่องจากเธอได้ฝากเงินประจำปีสูงสุดถึง 10 ล้านดอลลาร์ในบางปี แต่เธอพบว่ามีเงินเข้าในบัญชีเพียงแค่ 13 ล้านดอลลาร์จากการฝากเงินนานถึง 20 ปีตลอดอาชีพนักเขียนของเธอ
บริษัทได้เข้ามาจัดการเงินของเธอตั้งแต่ปี 2004 คอร์นเวลล์ฟ้องร้องว่าบริษัทแอนชินได้เรียกเก็บค่าบริการจากเธอมากกว่าสามล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 4 ปี ทั้งที่เธอตกลงว่าจะเก็บ 40,000 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือน้อยกว่า 2 ล้านในช่วงเวลานั้น เธอยังฟ้องร้องอีกว่าพวกเขาให้คำแนะนำที่ไม่เป็นประโยชน์และทำการยักยอกเงินของเธอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอสูญเสียเงินรวมแล้วมากกว่า 89 ล้านดอลลาร์
เงินบางส่วนที่ได้มาจากการยักยอกโดยไม่ถูกต้องจากบัญชีของคอร์นเวลล์ถูกนำไปใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 5000 ดอลลาร์ที่สแนปเปอร์มอบให้ลูกสาวโดยอ้างว่าเป็นรางวัลจากคอร์นเวลล์ และสแนปเปอร์ยังยอมรับอีกว่าเขาจ่ายเงินของคอร์นเวลล์มากกว่า 50,000 ดอลลาร์ไปกับค่าบัตรคอนเสิร์ตของฮิลลารี คลินตัน รวมทั้งยังจ่ายเงินเพื่อละเมิดนโยบายเกี่ยวกับกฎหมายการเงิน
ในส่วนของการโต้แย้ง แอนชินแย้งว่าไลฟ์สไตล์ที่ฟุ่มเฟือยของคอร์นเวลล์ต่างหากที่ผลาญเงินของเธอ และเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำจึงทำให้สูญเสียเงิน บริษัทกล่าวว่าคอร์นเวลล์จ่ายเงิน 11 ล้านดอลลาร์ไปสำหรับเฮลิคอปเตอร์และที่ดินในรัฐแมสซาชูเซสต์ 5 ล้านดอลลาร์สำหรับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และเดือนละ 40,000 ดอลลาร์สำหรับค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์ก จากการจัดการภาษีและรายจ่ายแล้ว แอนชินฟ้องว่าคอร์นเวลล์เป็นลูกค้าที่ใช้จ่ายเกินตัว นั่นทำให้รายจ่ายของเธอเพิ่มขึ้นสูงมาก พวกเขายังกล่าวอีกว่าเธอรู้เรื่องค่าใช้จ่ายมหาศาลของเธอเป็นอย่างดี
กระทั่งในปี 2013 ศาลตัดสินให้คอร์นเวลล์เสียเงินเกือบ 51 ล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับแอนชิน และศาลตัดสินให้มีการดำเนินคดีใหม่
แจ็คเดอะริปเปอร์
ในปัจจุบัน ยังคงมีการถกเถียงกันเรื่องคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดโหดอย่าง “แจ็คเดอะริปเปอร์” เสมอ คอร์นเวลล์เองก็ได้มีข้อสรุปโต้แย้งที่ได้มาจากการศึกษาและตรวจสอบคดีนี้อีกครั้ง โดยใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์ (ซึ่งต่อมามันทำให้เธอเชี่ยวชาญมากขึ้น) หลังจากสูญเสียเงินไปหลายล้านดอลลาร์ เธอได้ตีพิมพ์หนังสือเรื่อง Portrait of A Killer: Jack the Ripper – Case Closed ในปี 2002 และเรียงความเกี่ยวกับการสืบสวนของเธอในชื่อ “ตามจับเดอะริปเปอร์” ในปี 2014
ในผลงานตีพิมพ์ของเธอ คอร์นเวลล์อ้างว่าวอลเทอร์ ซิคเคิร์ต จิตกรอิมเพรชันนิสต์และครอบครัวชาวอังกฤษชนชั้นสูงคือฆาตกรต่อเนื่องในยุคปลายของศตวรรษที่ 19 คอร์นเวลล์กล่าวว่า “นี่เป็นคดีที่ละเอียดที่สุด วิทยาศาสตร์ที่แท้จริงเท่านั้นที่เราสามารถพึ่งพาได้ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเราใช้การวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์ ซี่งมันยากที่จะรู้สึกว่ามันตรงกันหากคุณมองเห็นลายน้ำบนกระดาษที่แจ็คเดอะริปเปอร์ (เขาได้ส่งจดหมายมาหาตำรวจหลังจากก่อคดีฆาตกรรม) กับของซิกเคิร์ต” นักวิจารณ์โต้แย้งว่ามีจดหมายปลอมมากมายที่ถูกส่งไปให้ตำรวจ และลายมือของหลักฐานเหล่านั้นอาจจะแค่บอกว่าซิกเคิร์ตเป็นคนส่งจดหมายปลอมก็ได้
คอร์นเวลล์เชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่ซิกเคิร์ตจะเป็นฆาตกรต่อเนื่อง เขาอายุ 28 ปีในครั้งแรกที่ก่อคดีฆาตกรรม ซึ่งก็ตรงกับที่สันนิษฐานว่าผู้ร้ายมีอายุอยู่ในช่วง 25-30 ปี เธอยังเชื่ออีกว่าซิกเคิร์ตไร้สมรรถภาพทางเพศ ซึ่งยิ่งเติมเชื้อเพลิงความเกลียดชังต่อผู้หญิง และเขายังมีสถานที่หลบภัยถึง 3 แห่งในไวท์เชเปิลและลอนดอน ซึ่งทำให้ง่ายต่อการหลบหนี
คอร์นเวลล์อ้างว่าซิกเคิร์ตได้วาดภาพที่คล้ายกลับภาพการชันสูตรของเหยื่อโดยบังเอิญ เธอต่อว่าอย่างรุนแรงเรื่องการทำลายรูปภาพรูปหนึ่งของเขาเพื่อลบล้างความผิด อย่างไรก็ตามยังมีคนแย้งกับสิ่งที่เธอพูดถึง โดยริชาร์ด สโตน ผู้ดูแลกล่าวว่า “เธอหมกหมุ่นไปหรือเปล่า ทำไมเธอจึงไม่ตระหนักว่าการทำลายผลงานของศิลปินเกี่ยวข้องกับทฤษฎีงี่เง่านี่ ถ้าหากซิกเคิร์ตเป็นแจ็คเดอะริปเปอร์จริง มันคงไม่เป็นเช่นนี้ มันเหมือนการแยกคาราวัจโจออกมาเพื่อบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มันไร้สาระ”
หลังจากที่เขาเสียชีวิต ศพของวอลเตอร์ ซิกเคิร์ตได้ถูกเผา เป็นเหตุให้ไม่เหลือดีเอ็นเอให้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในปี 2014 รัสเซล เอ็ดเวิร์ด นักเขียนคนหนึ่งได้กล่าวในหนังสือ Naming Jack the Ripper ว่าเขาได้ทำการเชื่อมโยงหลักฐาน DNA จากผ้าคลุมไหล่ของแคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ หนึ่งในเหยื่อของริปเปอร์ และคาดว่าฆาตกรตัวจริงคือ แอรอน คามินสกี
หญิงเคร่งศาสนาที่ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์เธอ
คอร์นเวลล์ เด็กผู้โดดเดี่ยวในมอนทรีต ได้พบกับเพื่อนแท้และแม่คนที่สองในละแวกบ้าน รัธ เบลล์ เกรแฮม ภรรยาของบาทหลวง บิลลี เกรแฮม นั่นเอง นางเกรแฮมได้ช่วยแม่ของคอร์นเวลล์เรื่องการรักษาโรค ดูแลสวัสดิการของเด็กๆ เธอแนะนำคอร์นเวลล์ให้เขียนไดอารี่ และยังช่วยคอร์นเวลล์เมื่อเธอเริ่มเขียนชีวประวัติของรัธ เบลล์ เกรแฮมในหนังสือ Ruth, A Portrait: The Story of Ruth Bell Graham
“ฉันไม่มีทางเป็นคนเดียวกับเมื่อก่อนเพราะเธอมีอิทธิพลกับฉันมากเมื่อฉันโตขึ้น มันไม่ใช่เพราะศาสนานะ นั่นเพราะความใจดีต่างหาก” คอร์นเวลล์กล่าว
พวกเขาใช้เวลาร่วมกันนานนับหลายปี แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นางเกรแฮมยังคงรักและสนับสนุนเธอเสมอ แม้กระทั่งในตอนที่คอร์นเวลล์มีข่าวเรื่องรสนิยมทางเพศที่แตกต่างจากคนอื่น และแม่ของเธอเรียกเธอว่าความอัปยศของครอบครัว แต่นางเกรแฮมไม่เคยตัดสินหรือวิจารณ์อะไรเธอเลย
ในปี 2006 ก่อนที่นางเกรแฮมเสียชีวิตลง เธอได้ขอร้องกับคอร์นเวลล์ว่าให้ฝังศพของเธอไว้ใกล้บ้านเธอ แต่เมื่อนางเกรแฮมเสียชีวิตลงแล้ว ครอบครัวของเธอกลับนำเธอไปฝังไว้ที่ห้องสมุดบิลลี่ เกรแฮม ในชาร์ลอตต์ นอร์ธแคโรลินา ทำให้คอร์นเวลล์ต้องกลับไปเยือนมอนทรีตอีกครั้งเพื่อต่อสู้กับคำขอของนางเกรแฮม แต่ก็ไม่เป็นผล และเนื่องจากคอร์นเวลล์รู้จักแค่นางเกรแฮม ดังนั้นคอร์นเวลล์จึงไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวเกรแฮมอีกเลย
ไซเบอร์สตอล์กเกอร์
หนึ่งในเรื่องราวที่อันตรายที่สุดในชีวิตของคอร์นเวลล์ก็คือสตอล์กเกอร์ออนไลน์ เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอได้ตีพิมพ์หนังสือเรื่อง The Last Precinct
เลสไล แซค กล่าวหาลงบนเว็บไซต์ส่วนตัวของเขาว่า คอร์นเวลล์ลอกเลียนผลงานทำมือเรื่อง The Virginia Ghost Murders จนทำให้คอร์นเวลล์ตัดสินใจฟ้องร้องเขา เขาจึงได้แปะสติกเกอร์ลงบนหนังสือของเขาว่า “หนังสือที่แพทริเซีย คอร์นเวลล์ผู้โด่งดังขู่จะทำลาย”
แซคได้จู่โจมและอาละวาดหลายครั้ง เขาเรียกตัวเองว่าเป็นคนเขียนชีวประวัติของคอร์นเวลล์ เขาเริ่มเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงบนเว็บไซต์ของตนเอง กล่าวหาว่าเธอกำลังถูกรัฐบาลสืบสวน กล่าวหาว่าเธอฆาตกรรมผู้คนมากมายและเป็นพวกต่อต้านยิว ยึดมั่นในนาซี และยังบอกว่าเธอฆ่าแมวของเขาอีกด้วย!
และอีกครั้ง คอร์นเวลล์ฟ้องร้องแซคให้ลบชื่อของเธอออก แต่เขากลับหนีไปเบลเยี่ยมในฐานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองเพื่อหลีกหนีคดีความ แต่ท้ายที่สุด คอร์นเวลล์ได้รับเงิน 35,780 ดอลลาร์จากการตัดสินเบื้องต้นของศาล แซคถูกสั่งให้หยุดสร้างเรื่องราวข่าวลือเกี่ยวกับเธอ
ก่อนหน้านี้ คอร์นเวลล์ได้กล่าวว่าเธอเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอเนื่องจากเว็บไซต์ชองแซค เธอได้จ้างบอดี้การ์ดสองคนและไม่อยากไปพบแฟนๆ ของเธอในงานแจกลายเซ็น ทั้งหมดเป็นเพราะสิ่งที่แซคทำ
มีความสุขตลอดไป
แม้คอร์นเวลล์จะประสบความสำเร็จเพราะหนังสือที่โด่งดังตลอดกาล แต่เรื่องความรักกลับดราม่าสุดๆ แม้ว่าเธอจะแต่งงานกับอาจารย์ภาษาอังกฤษของเธออย่าง “ชาลส์ คอร์นเวลล์” และหย่าร้างในเวลาถัดมาแต่เขาก็ยังคงช่วยเธอแก้ไขปรับปรุงนิยายของเธอ คอร์นเวลล์กล่าวว่า “ฉันจ้างสามีเก่าของฉันในการตรวจต้นฉบับเพื่อให้เขาบอกฉันว่าต้องทำอะไร แต่เมื่อก่อน ฉันไม่ต้องจ่ายนะ”
เธอแต่งงานครั้งแรกตอนอายุ 23 ปีกับผู้ชายที่อายุมากกว่าเธอถึง 17 ปี ในช่วงเวลาหลายปีที่เธออยู่กับเขา เธอพบว่าเธอรู้สึกดีกับผู้หญิงมากกว่า! คอร์นเวลล์เชื่อว่าเธอเลือกชาลส์ คอร์นเวลล์เพราะเขาเป็นคนที่ดีสำหรับเธอ เขาอายุมากกว่าจนเกือบจะเป็นพ่อเลยล่ะ แล้วก็เป็นที่ปรึกษาที่ดีด้วย
หลังจากที่เธอหย่ากับสามีของเธอ เธอเริ่มเดทกับผู้หญิงแต่ยังคงรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศของตัวเอง เธอรู้ดีว่าในโลกที่เธอเติบมา หลายคนเชื่อว่าเธอจะต้องลงนรกหากเธอยังคงเดินไปในทางที่เธอคิดว่าใช่สำหรับเธอ
เธออธิบายถึง ‘อคติของการชื่นชอบเพศเดียวกัน’ ในแง่ของศพว่า “สำหรับฉัน ร่างที่ไร้วิญญาณก็เป็นเพียงหลอดไฟที่เสียแล้ว ไม่มีไฟฟ้าอีกต่อไป เหลือเพียงรูปร่างที่ยังคงอยู่ ซึ่งนั่นทำให้อคติเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะเรากำลังตัดสินผู้อื่นโดยสิ่งที่พวกเขาสื่อออกมา คุณกำลังทำตัวโหดร้ายและไม่มีความเคารพต่อจิตวิญญาณของพวกเขา จิตวิญญาณไม่ได้มีเพศ สี สำเนียงหรือแม้กระทั่งศาสนา”
ในปี 2005 เธอแต่งงานอีกครั้งกับสแตซี กรูเบอร์ จิตแพทย์ระบบประสาทหญิงที่อายุน้อยกว่า พวกเขาพบกันในตอนที่คอร์นเวลล์กำลังค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับระบบประสาทวิทยา เธอบอกว่าตอนที่สแตซีก้าวเข้ามาในห้อง มันเหมือนกับว่ามีแสงสว่างขึ้น นอกจากนี้คอร์นเวลล์ยังกล่าวอีกว่าเธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับสแตซี ซึ่งทำให้ความรักของคอร์นเวลล์ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ยังไม่มีเรื่องราวตอนที่สามของคอร์นเวลล์ แต่ในละครชีวิตของเธอนั้น ราวกับว่าเธอได้ค้นพบรักแท้อย่างมีความสุขตลอดไปแล้ว
พี่น้ำผึ้ง :)
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
https://www.amazon.com/
https://www.wsj.com/articles/patricia-cornwell-on-her-crime-library-1418152358
https://www.independent.co.uk/news/people/profiles/patricia-cornwell-the-woman-who-made-crime-pay-2151579.html
https://www.telegraph.co.uk/culture/books/3669542/Patricia-Cornwell-Finally-I-feel-rooted-somewhere.html
http://www.capecodtimes.com/article/20141106/ENTERTAINMENTLIFE/141109792/101099
http://www.charlotteobserver.com/entertainment/books/article9205733.html
https://reviews.libraryjournal.com/2014/11/in-the-bookroom/authors/opening-locked-drawers-behind-the-book-november-15-2014/
https://www.cbsnews.com/news/patricia-cornwell-im-the-pop-culture-mother-of-csi/
http://usatoday30.usatoday.com/life/books/news/2008-12-01-patricia-cornwell_N.htm
http://www.dispatch.com/content/stories/life_and_entertainment/2014/12/01/evolution-of-heroine-a-constant-for-writer.html
http://www.philly.com/philly/archives/
http://www.bostonglobe.com/metro/2013/01/09/patricia-cornwell-case-that-reads-like-one-her-mysteries-sues-her-financial-management-firm-alleging-cost-her-tens-millions/zbm35N6sZXjRaOQOaVsvPO/story.html
http://www.onpointnews.com/docs/cornwell2.pdf
https://www.advocate.com/news/2008/05/07/patricia-cornwell?page=full






.jpg)


1 ความคิดเห็น
ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ สุดยอดมาก ชีวิตโหดมากอะ