ครูลิลลี่ - อ.เจี๋ย จับมือรุกตลาดกวดวิชา []

วิว

         สวัสดีครับ วันนี้ พี่ลาเต้ มีเรื่องราวข่าวคราวความเคลื่อนไหวของอาจารย์กวดวิชาขวัญใจทั้ง 2 ท่านมาฝากครับ...จะเป็นใครลัจะมาในเรื่องอะไรนั้นไปอ่านพร้อมกันเลยครับ....

 

สองติวเตอร์ชื่อดัง “อ.เจี๋ย-ครูลิลลี่” ประกาศจับมือ ขยายภาษาไทยครูลิลลี่เข้าไปในสาขาของ ร.ร.กวดวิชาเจไอเอ 11 แห่งทั่วประเทศ เผยเพื่อให้นักเรียนสะดวกต่อการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย เชื่อเปิดปีแรกมีนักเรียนเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ขณะที่ครูลิลลี่ ชี้ การกวดวิชาไม่มีความจำเป็นสำหรับเด็กทุกคน เหมาะเฉพาะกับเด็กที่ไม่มีความพร้อม แนะทำข้อสอบมากๆ ทำให้รู้จุดเด่นด้อยของตนเอง
       

          วันนี้ (31 ต.ค.) เวลา 11.15 น. ที่สถาบันกวดวิชาเจไอเอ
อ.ชัยรัตน์ เจษฎารัตติกร หรือ อ.เจี๋ย เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาเจไอเอ พร้อมด้วย อ.กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ (ครูลิลลี่) อาจารย์กวดวิชาภาษาไทยชื่อดัง แถลงข่าวเปิดสถาบันกวดวิชาครบวงจร ในนาม เจไอเอ 11 สาขา ได้แก่ สาขาวงเวียนใหญ่ สาขาลาดพร้าว สาขาวิสุทธิกษัตริย์ สาขางามวงศ์วาน สาขาเชียงใหม่ สาขาหาดใหญ่ สาขาพิษณุโลก สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาสุรินทร์ สาขานครสวรรค์ และ สาขาอุบลราชธานี
       


          อ.กิจมาโนชญ์ กล่าวว่า การเปิดสาขาเพิ่มมากขึ้นก็เพื่อต้องการให้นักเรียนที่สนใจอยากเข้ามาศึกษาสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากที่ผ่านมาโรงเรียนมีสาขาน้อย และนักเรียนบางคนก็ต้องเดินทางไกลเพื่อมาเรียน บางรายอยู่ จ.นครราชสีมา ให้พ่อแม่มารับส่งทุกเสาร์อาทิตย์ ซึ่งตรงนี้เป็นการเดินทางที่ไกลมาก และบางรายก็ต้องมาเช่าที่พักเพื่อเรียนกวดวิชาวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นการเสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ

       
          ดังนั้น จึงตัดสินใจที่ร่วมมือกับโรงเรียนกวดวิชาเจไอเอ โดยมีข้อตกลงร่วมกันคือ 1.ค่าเล่าเรียนถูกลง จากที่เด็กเคยต้องลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาไทยรายวิชาละ 2,500 บาท จะเหลือเพียงรายวิชาละ 1,800 บาท 2.เด็กๆ ได้ความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น จากเดิมเคยต้องมาเรียนที่สยามสแควร์ (พินนาเคิล) ซึ่งเปิดสอนอยู่เพียงที่เดียว ก็สามารถเลือกเรียนตามสาขาใกล้บ้านได้ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ไม่ต้องเสียเวลา ตลอดจนประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการใช้ชีวิต ค่ากิน ค่าอยู่ จิปาถะ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดที่นอกจากจะประหยัดขึ้น ยังได้อยู่กับพ่อแม่ และไม่ต้องเสียโอกาสในการเรียนรู้ 3.เรื่องของการจัดสรรรายได้ มีความคิดเห็นที่ตรงกันว่า รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการเปิดสอนภาษาไทยที่สถาบันเจไอเอทั้ง 11 สาขา หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จะกันรายได้ส่วนหนึ่งไว้เป็นกองทุนสำหรับทำกิจกรรมเพื่อสังคม หลังจากนั้นเหลือเท่าไรค่อยแบ่งกันคนละครึ่ง
       
          “ทุกวันนี้มีกิจกรรมเพื่อสังคมหลายอย่างที่กำลังทำอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีโครงการที่จะทำเพิ่มขึ้นในลักษณะที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษาแบบยั่งยืน กิจกรรมที่ทำอยู่ ได้แก่ การสอนหนังสือให้กับเด็กๆ 3 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมโครงการสอนหนังสือทางไกลวังไกลกังวล เป็นครูพิเศษสอนเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทั้งรัฐบาลและเอกชน โดยไม่มีค่าใช่จ่ายใดๆ ตลอดจนเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการใช้ และการอนุรักษ์ภาษาไทย ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน”อ.กิจมาโนชญ์ กล่าว
       
         
อ.กิจมาโนชญ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การเรียนกวดวิชาก็ไม่มีความจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะการเรียนกวดวิชาเหมาะกับเพียงบางคนที่ยังไม่พร้อม ไม่เข้าใจในรายวิชานั้นๆ บางคนก็ต้องการเทคนิคในการเรียน ทั้งนี้ การที่มีโรงเรียนกวดวิชาเพิ่มมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าระบบการศึกษาไทยย่ำแย่ เพียงแต่ สังคมไทยยังมีค่านิยมที่ยึดติดกับสถาบัน ยังอยากให้ลูกหลานเรียนสถาบันที่มีชื่อเสียง การที่เด็กมาลงเรียนกวดวิชาเพิ่มก็เนื่องจากว่าต้องการเอนทรานซ์ให้ติด หรือต้องการเรียนโรงเรียนดีๆ มีชื่อเสียง ซึ่งนั้นก็เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล
       
          “สำหรับนักเรียนที่กำลังจะเอนทรานซ์ในปีนี้ ครูลิลลี่ขอแนะนำให้อย่าเครียด เทคนิคที่จะทำข้อสอบได้หรือไม่ได้นั้น ไม่ใช่การอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว เพราะบางรายอ่านหนังสือ แต่ไม่ได้รับความรู้อะไรเนื่องจากไม่กำหนดทิศทางในการอ่านก่อน จึงอยากแนะนำให้หมั่นทำข้อสอบเก่าสักประมาณ 100 ข้อ แล้วมาดูว่าตนเองผิดข้อไหนบ้าง เพื่อได้รู้ว่าเราเก่งอะไรและด้อยในเรื่องไหน จากนั้นค่อยเริ่มอ่านหนังสือ การทำอย่างนี้จะทำให้มีแนวทางในการอ่าน”

 
 

ด้าน อ.ชัยรัตน์ เจษฎารัตติกร กล่าวว่า สถาบันเจไอเอ มีนโยบายที่จะสร้างศูนย์กวดวิชาศักยภาพสูง ที่สามารถให้บริการกวดได้ทุกวิชาอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นที่การกวดวิชาหลัก 5 วิชา ที่นักเรียนต้องใช้ในการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
       
          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สถาบันเจไอเอได้มีการเปิดกวดวิชาคณิตศาสตร์โดย อ.เจี๋ย สอนเองทุกระดับชั้น วิชาฟิสิกส์ได้พันธมิตรคือนีโอ ฟิสิกส์ เข้ามาดูแล ในส่วนของภาษาอังกฤษร่วมมือกับทางเอ็น คอนเซ็ปต์ ในส่วนของวิชาสังคมจะเป็นติวเตอร์ดัง อ.ชัย ลาภเพิ่มทวี และล่าสุดต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ร่วมมือกับ “ภาษาไทยครูลิลลี่” ทั้งหมด 11 สาขา
       
          สำหรับในเบื้องต้นกลุ่มเป้าหมาย 30% จะมาจากนักเรียนที่เรียนอยู่แล้วที่สถาบัน เจไอเอ ที่เหลือเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ ซึ่งปัจจุบันสถาบันเจไอเอมีนักเรียนเฉลี่ยปีละ 35,000 คน และจากการที่จะเริ่มเปิดสอน“ภาษาไทยครูลิลลี่” ใน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป คาดว่าจะมีนักเรียนที่ลงเรียนภาษาไทยครูลิลลี่ ทั้งที่เป็นนักเรียนเก่าและนักเรียนใหม่ ในปีแรกรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ซึ่งรูปแบบการเรียนการสอนนั้น จะเป็นการเรียนการสอนด้วยเทปบันทึกภาพการสอนสดที่สามารถให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ได้เช่นเดียวกับการเรียนกับตัวครูลิลลี่จริงๆ และนอกจากนี้ ทั้ง 11 แห่งก็จะมีกิจกรรมพิเศษที่ครูลิลลี่จะเดินทางไปกวดวิชาให้กับนักเรียนถึงที่ด้วยเช่นกัน

 

          ทั้งอาจารย์ทั้ง 2 ท่านนี้ก็ถือเป็นอาจารย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนะครับ...อย่างไงน้องๆคนไหนที่กำลังมองหาที่เรียนพิเศษอยู่ทั้ง 2 สถาบันนี้ก็วสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของน้องๆได้ครับ...

 

 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=latae

พี่ลาเต้ - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#สถาบันการศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?