สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.com ค่ะ ช่วงนี้พี่ๆ ม.6 กำลังเคร่งเครียดกำลังสมัครสอบ TCAS รอบ 4 ซึ่งนับเป็นรอบการสอบใหญ่รอบสำคัญ เป็นกำลังใจพี่ๆ กันด้วยน้า^^
และเปิดเทอมใหม่มาแบบนี้ พี่มิ้นท์ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอดีตเด็กเตรียมอุดมอีกหนึ่งคน ที่ตอนนี้กำลังจะเป็นนิสิตหลักสูตร BALAC แล้ว เป็นคนที่มากความสามารถทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม เห็นสิ่งที่ "น้องมินนี่" ทำแล้ว อยากถามคำเดียวเลยว่า เอาเวลาที่ไหนไปทำได้เยอะขนาดนี้เนี่ยยย!
และเปิดเทอมใหม่มาแบบนี้ พี่มิ้นท์ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอดีตเด็กเตรียมอุดมอีกหนึ่งคน ที่ตอนนี้กำลังจะเป็นนิสิตหลักสูตร BALAC แล้ว เป็นคนที่มากความสามารถทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม เห็นสิ่งที่ "น้องมินนี่" ทำแล้ว อยากถามคำเดียวเลยว่า เอาเวลาที่ไหนไปทำได้เยอะขนาดนี้เนี่ยยย!

ชื่อเล่น: มินนี่
แผนการเรียน: ภาษาฝรั่งเศส
งานอดิเรก: ชอบอ่านหนังสือนวนิยายมากที่สุด ชอบฟังเพลง ทำอาหาร
style การเรียน: ไม่ชอบการเรียนที่เคร่งเครียดเกินไป
แต่จะทำเต็มที่โดยไม่กดดันตัวเองเสมอ
มักจะจัดลำดับความสำคัญเพื่อแบ่งเวลา
และไม่ลืมให้ความสำคัญกับเวลาทำกิจกรรมและการพักผ่อน
IG: mnxchr
พี่มิ้นท์ : น้องมินนี่แนะนำตัวเองให้น้องๆ ชาว Dek-D รู้จักหน่อยจ้า
น้องมินนี่ : สวัสดีค่า ชื่อมินนี่ จรัสลักษณ์ มินนี่ ตระกูลยิ่งยง จบชั้น ม.6 จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนภาษาฝรั่งเศส ตอนนี้สอบติดคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ภาคอินเตอร์ (BALAC)
นิสัยส่วนตัว เป็นคนที่ถ้าชอบอะไรมากๆ ก็จะชอบอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยน เช่น ชอบทานไก่ทอด ชอบสีชมพู ชอบอ่านนวนิยาย ชอบเรียนภาษา เป็นคนที่พยายามบอกตัวเองว่าอย่าเครียด อย่าคิดมาก มองโลกในแง่ดีไว้ แต่สุดท้ายก็มีหลุดคิดมากอยู่บ่อยๆ ค่ะ ในโรงเรียนก็ชอบทำกิจกรรม เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ มากเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : ชีวิต ม.ปลาย ที่โรงเรียนเตรียมอุดม เป็นอย่างไรบ้างคะ
น้องมินนี่ : ประโยคยอดฮิตของรุ่นพี่ในโรงเรียน “สามปีในเตรียมฯ มันสั้น ใช้ให้คุ้ม” เป็นคำจำกัดความที่ดีที่สุดค่ะ ตอนพี่ๆ พูดให้ฟังสมัย ม.4 ก็ได้แต่รับฟัง แต่ไม่ได้เข้าใจจริงๆ จนจบ ม.6 เวลาสามปีในเตรียมฯ หมดลงแล้ว ถึงได้เข้าใจว่ามันผ่านไปเร็วแค่ไหน อาจจะเพราะในแต่ละวันที่ผ่านไปมีเรื่องราวให้เรียนรู้และทำมากมาย สิบกว่าชั่วโมงในโรงเรียนเลยรู้สึกผ่านไปรวดเร็ว
มินนี่อยู่ศิลป์ฝรั่งเศส เป็นสายที่คนกว่าครึ่ง เฮฮา ชอบเล่น กิจกรรมมาก็เอาหมด อย่างรับน้องของสายก็จัดเต็มสุดๆ ทำให้สังคมที่แวดล้อมอยู่มีแต่เพื่อนที่ชวนกันทำนั่นทำนี่ เลยได้ลองทำหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ชีวิตในรั้วเตรียมอุดมฯ เลยมีแต่ประสบการณ์และบทเรียนดีๆ ค่ะ
ถ้าพูดถึงการเรียน เตรียมอุดมฯ ให้เกรดยากพอสมควร.. ทุกคนเลยจริงจังกับการสอบมากๆ จะเที่ยวเล่นกันแค่ไหน แต่พอถึงเวลาสอบ ทุกคนรับผิดชอบตัวเองได้อย่างดี เพื่อนๆ ก็ช่วยกันเรียน พออยู่ในสังคมที่คนรอบตัวเก่งกันไปหมด มันจะผลักดันให้เราอยากเรียนดีขึ้น เก่งขึ้นไปเองค่ะ
พี่มิ้นท์ : ทราบมาว่าเทพภาษาอังกฤษมาก มีวิธีฝึกฝนอย่างไรบ้างคะ
น้องมินนี่ : สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับมินนี่คือการปูพื้นฐานให้แน่นค่ะ ถึงจะต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงกว่าและซับซ้อนกว่าได้ และต้องซึมซับ ฝึกฝนทุกวัน ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี แต่ไม่ใช่การอัดแน่นก่อนสอบนะคะ ต้องเป็นการฝึกฝนเก็บไปทีละนิดอย่างสม่ำเสมอ
อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้มากๆ สำหรับมินนี่ตอนนี้ก็คือการสอนพิเศษค่ะ ช่วงนี้ปิดเทอมก็รับสอนภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งปันความรู้ให้น้องๆ และในทุกๆ ครั้งที่เราสอน ทำให้เราได้รู้จักศักยภาพของตัวเองมากขึ้น เรียนรู้ส่วนที่ยังขาดอยู่ เพื่อที่จะพัฒนาตัวเอง รวมถึงได้ทบทวนเนื้อหาอยู่ตลอด

(การแข่งขัน English Speech Contest 2017
คัดเลือกตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Asia Youth Leaders 2017)
พี่มิ้นท์ : เด็กไทยหลายคนกลัว"ภาษา" มีคำแนะนำหรือวิธีสร้างแรงบันดาลใจบ้างไหมคะ
น้องมินนี่ : ที่เด็กไทยกลัวการเรียนภาษา เพราะกลัวผิดค่ะ จริงๆ อยากให้ทุกคนช่วยกันแก้ mindset ของคนในสังคมด้วยกันค่ะ ใครที่ยังแอบขำหรือเหยียดคนที่ใช้ภาษาผิดๆ หยุดเลยค่ะ เพราะมันจะทำให้เขากลัว และไม่กล้าใช้ภาษานั้นๆ อีก ถ้าทุกคนทำให้การพูดภาษาผิดไม่ใช่เรื่องไม่ดี เด็กไทยก็จะกล้ามากขึ้น
แต่สุดท้ายถ้าเปลี่ยนแปลงใครไม่ได้ เราก็ต้องเปลี่ยนที่ตัวเอง บอกตัวเองว่าอย่าไปสนว่าใครจะมองเรายังไง อย่าไปกลัวใช้ภาษาผิด เจ้าของภาษายังผิดได้เลย แล้วนี่เราเป็นผู้ศึกษา ทำไมจะผิดพลาดไม่ได้ ฉะนั้นถ้าอยากพูดภาษาไหนให้เป็น ก็พูดไปเถอะค่ะ ศึกษาให้ดี ตั้งใจ ทำให้เต็มที่ แล้วลุยเลย ถ้าผิดก็แค่ศึกษาข้อผิดพลาดของตัวเองแล้วปรับปรุง ไม่ลองทำก็ไม่มีทางรู้ค่ะ
พี่มิ้นท์ : การเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเตรียม เป็นอย่างไรคะ
น้องมินนี่ : โรงเรียนเตรียมอุดมฯ จะแบ่งวิชาภาษาอังกฤษสำหรับเด็กสายศิลป์เป็นสามตัวนะคะ ตัวแรกคือวิชาภาษาอังกฤษหลัก ตัวที่สองการอ่าน-เขียน และตัวที่สาม การฟัง-พูดค่ะ
ตัวแรกก็จะเป็นเนื้อหาแกรมมาร์สลับกันไป ตัวที่สองเน้นการอ่านและเขียน หลักการเขียน โครงสร้างประโยค คำศัพท์ยากๆ และจะมีหนังสือนอกเวลาให้อ่านปีละสองเล่มค่ะ ระดับของหนังสือนอกเวลาก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ส่วนตัวสุดท้ายการฟัง-พูด จะมีครูชาวต่างชาติมาสอน เน้นฝึกทักษะการฟังผ่านการให้ตอบคำถามจากรายการวิทยุ รายการทีวี และที่มินนี่ชอบที่สุดคือการฝึกพูด ผ่านการนำเสนอต่างๆ หน้าห้อง ทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม เช่น ตอน ม.4 มีงานกลุ่มให้นำเสนอร้านอาหารที่แต่ละกลุ่มออกแบบทุกรายละเอียดเอง ล่าสุดก็มีงานให้วิเคราะห์หนังให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ

(รับเกียรติบัตรคะแนนวิชาภาษาอังกฤษฟังพูดของปีการศึกษา 2558 ร้อยละ 100
และเกียรติบัตรรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน Creative Writing รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ)
มินนี่คิดว่าการเรียนการสอนของเตรียมอุดมฯ เน้นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะของนักเรียนเป็นหลัก มากกว่าจะมาป้อนข้อมูลให้เราแล้วจบ อย่างคุณครูที่มินนี่ได้เรียนด้วยจะใส่ใจรายละเอียดของนักเรียนเสมอว่าคนไหนอยู่ระดับไหน ตรวจงานและหาจุดผิดพลาดรายคน ให้ฟีดแบค และช่วยให้ทุกคนดีขึ้น
พี่มิ้นท์ : ตลอด 3 ปี ได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างคะ และกิจกรรมไหนที่เราประทับใจที่สุด
น้องมินนี่ : 3 ปี ได้ลองทำกิจกรรมมากมายเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นด้านการพูด เป็นพิธีกร โต้วาที เช่น
- การได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำวาทีแห่งเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 13
- พากย์ขบวนพาเหรดของคณะสี 2 ปีซ้อน (ปีที่ 3 เป็นกรรมการคัดเลือกและโค้ช)
- เล่นละครเวที
- แข่งขันโต้วาทีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษหลายรายการ
- เป็นพิธีกรในงานต่าง ๆ เช่น งานเดินแบบของชมรมนิเทศศิลป์ งานเปิดตัว TU Open House, พิธีมุทิตาจิต ฯลฯ
- ชนะการแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษทั้งในและนอกโรงเรียนหลายรายการ
- เป็นคณะกรรมการนักเรียนประจำตึกเรียน ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ 2 ปีซ้อน
ฯลฯ
กิจกรรมที่ประทับใจที่สุดเลยคือการได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการฝึกฝนความเป็นผู้นำของมูลนิธิ AEON 1% Club กับประเทศญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ค่ะ การคัดเลือกจะทดสอบทั้งการเขียน การพูด ไหวพริบ และความรู้รอบตัว ซึ่งจะมีเพียงไม่ถึง 10 คนต่อปีที่ได้ไปร่วมกิจกรรมในประเทศเจ้าภาพถึงหนึ่งอาทิตย์ค่ะ
ปีล่าสุดที่มินนี่ได้ไป ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ จะได้ร่วมทำกิจกรรมกลุ่มและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ฝึกความเป็นผู้นำ ทำให้ได้รับประสบการณ์และบทเรียนมากมาย อีกทั้งยังได้รู้จักผู้คนหลากหลายแบบมากๆ ค่ะ
พี่มิ้นท์ : เรียนอย่างเดียวก็ว่าเหนื่อยแล้ว ทำไมถึงทำกิจกรรมอีกหลายอย่างคะ
น้องมินนี่ : เหตุผลง่ายๆ คือเพราะเราชอบ และมีความสุขที่จะได้ทำเลยค่ะ จริงๆ ชอบทำกิจกรรมมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว อย่างการแข่งขันภาษาอังกฤษครั้งแรกก็ตอน ป.1 โรงเรียนส่งไป ได้ที่ 2 มาเป็นการแข่งขันแบบรวม ป.1-6 กรรมการก็ชมว่าเด็ก ป.1 ชนะพี่ๆ ได้ตั้งหลายคน หลังจากนั้นพอทางโรงเรียนเห็นแววก็เลยส่งไปอีกเรื่อยๆ และทุกๆ ครั้งก็มักจะชนะกลับมา จนติดมาจนโตว่าการทำอะไรแบบนี้มันสนุก
มินนี่รู้สึกว่าการได้เข้าร่วมกิจกรรมมันมีข้อดีหลายอย่างมาก ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นในทุกด้าน ได้ประสบการณ์และบทเรียนล้ำค่าจากทุกๆ ครั้ง ได้เพื่อนใหม่หลายคน
ไม่ว่าการเรียนและการทำกิจกรรมควบคู่ไปด้วยจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม มินนี่รู้สึกโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ ครอบครัว และคนรอบข้างจะคอยอยู่สนับสนุนทุกเรื่อง คอยขับรถรับส่งหากต้องอยู่ซ้อมที่โรงเรียนจนดึกดื่น วันแข่งขันก็คอยมาดูแลและให้กำลังใจ มีเบรกบ้างถ้าเริ่มกระทบสุขภาพ และพอเราสามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราทำ พ่อกับแม่ภูมิใจ เราก็หายเหนื่อยค่ะ
มินนี่คิดอยู่เสมอว่าชีวิตวัยเรียนเป็นช่วงชีวิตที่เราควรใช้ให้คุ้มที่สุด ควรลองทำทุกๆ อย่างที่อยากทำ และคว้าโอกาสที่ผ่านเข้ามาไว้ ไม่ใช่อยู่แต่กับการเรียนอย่างเดียว เราควรหาประสบการณ์ด้านอื่นด้วย และไม่ว่าจะผิดพลาดแค่ไหนอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์และบทเรียนที่คุ้มค่าเหนื่อยแน่นอนค่ะ
พี่มิ้นท์ : กิจกรรมที่ทำส่วนใหญ่ จะเน้นเกี่ยวกับการพูด น้องมินนี่มีเทคนิคการสร้างความมั่นใจหรือฝึกฝนด้านการพูดอย่างไร
น้องมินนี่ : ถ้าอยากสร้างความมั่นใจด้านการพูด อย่างแรกเลยคืออย่ากลัวค่ะ การพูดต่อหน้าคนเยอะๆ มันไม่มีอะไรต้องกลัวเลย พูดผิดก็แค่ “ขออภัยค่ะ..” แล้วแก้ ครั้งหน้าก็ฝึกฝนให้ดีขึ้น แค่นั้นเอง มินนี่ก็เคยพูดผิดบ่อยๆ มือสั่นขาสั่น เวลาตื่นเต้น สิ่งสำคัญ คือการฝึกซ้อมเยอะๆ พูดกับตัวเองบ่อยๆ ก่อนเริ่มงาน พูดให้คนใกล้ตัวฟังเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด จะทำให้เรามั่นใจมากขึ้น หายใจลึกๆ และพอขึ้นไปถึงตรงนั้น ก็ทำให้เต็มที่ มั่นใจว่าเราเตรียมตัวมาดีแล้ว อย่าไปเครียดอย่าไปกังวล และสนุกไปกับมันค่ะ ลุย!
เคยมีครั้งหนึ่งสมัย ม.ต้น ไปแข่งโต้วาทีภาษาอังกฤษกับเพื่อน ตอนนั้นเพื่อนพูดเหตุผลผิดฝั่งด้วยความลน ลงจากเวทีมาก็มีแอบกังวลกันนิดๆ นะคะ ซึ่งตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าผลการแข่งขันเป็นยังไง สิ่งที่จำได้คือสุดท้ายมันก็กลายเป็นแค่เรื่องตลกๆ น่ารักๆ สมัยเด็กที่เอาไว้พูดถึงกันเวลาเจอกัน และเป็นบทเรียนที่ดี เห็นมั้ยคะว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลย ทำให้เต็มที่ไปเลยค่ะ
พี่มิ้นท์ : แบ่งเวลาระหว่างการเรียนและกิจกรรมอย่างไร
น้องมินนี่ : เราต้องรู้ตัวเองเสมอว่า priority หลักของเราคือการเรียน ในการจัดลำดับความสำคัญแล้ว จะเลือกอ่านหนังสือเป็นหลัก จากนั้นเวลาว่างอื่นๆ ถึงแบ่งไปทำกิจกรรม การพักผ่อน อย่าทำกิจกรรมจนเสียการเรียน ลืมทำการบ้าน ลืมอ่านหนังสือ หรือเหนื่อยจนเสียสุขภาพ
ตอน ม.4 เทอม 1 เพิ่งเข้าเตรียมอุดมฯ ใหม่ๆ กำลังเห่อกิจกรรมเลยค่ะ มีโอกาสได้ไปเล่นละครเวทีวันแม่ ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงมิดเทอม คะแนนออกมาเละเทะมาก เพราะมัวแต่ซ้อมละคร แทบไม่อ่านหนังสือเลย จนกิจกรรมเรียบร้อยเราก็มาตั้งสติ ถามตัวเองว่าทำไมถึงปล่อยให้คะแนนเป็นแบบนี้ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ห้ามตัวเองทำกิจกรรมนะคะ แค่จัดสรรเวลาให้มันพอดี สามารถเต็มที่กับกิจกรรมได้ โดยต้องไม่ลืมว่ามีเรียน งาน สอบ และการดูแลตัวเอง ทุกอย่างอยู่ที่ความพอดีค่ะ
พี่มิ้นท์ : ฝากอะไรถึงน้องๆ ชาว Dek-D หน่อยจ้า
น้องมินนี่ : อยากบอกทุกคนว่าสู้ๆ ค่ะ พี่เข้าใจว่าการเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยแค่ไหน แต่อนาคตก็จะมีสิ่งที่หนักและเหนื่อยกว่านี้อีกมาก เราจะผ่านมันไปให้ได้ทั้งหมดด้วยความอดทน เข้มแข็ง ขยัน และที่สำคัญเราต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าเราควรทำอะไรตอนไหน อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับชีวิตวัยเรียนให้มากๆ และสมหวังในคณะที่ต้องการด้วยนะคะ ใครที่มีคำถามหรืออยากปรึกษา อยากได้คำแนะนำอะไร ติดต่อมาได้ที่ ig : mnxchr เลยค่ะ






.jpg)
4 ความคิดเห็น
เก่งจัง