สวัสดีครับ วันนี้ พี่ลาเต้ มีเรื่องราวของการปรับปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษา หรือสายอาชีพ ซึ่งจะเป็นอย่างไร น่าสนใจขนาดไหน ไปตามอ่านกันเลยครับ...

 

นายมังกร หริรักษ์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2551 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีโครงการปรับปรุงหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอนใหม่ เพื่อสร้างเด็กอาชีวะพันธุ์ใหม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยจะเริ่มนำร่อง100 โรงทั่วประเทศ ซึ่งก่อนอื่นคงต้องยอมรับว่า เนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันค่อนข้างล้าสมัย คือ เขียนครั้งหนึ่งนำมาใช้หลายปี ประกอบกับอาจารย์ผู้สอนไม่ได้ขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ อีกทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนล้าสมัย อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม
       
          สิ่งแรก สอศ.ต้องระดมสมองช่วยกันปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยอาจใช้วิธีจับมือกับผู้ประกอบการให้เขาช่วยเขียนหลักสูตร หรืออบรมอาจารย์ผู้สอน ขณะเดียวกันอาจารย์ผู้สอนต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รู้แค่ที่เรียนมาเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนที่ชำรุดก็ซ่อมให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม
       


          “จุดอ่อนเหล่านี้จะถูกขจัดออกไป แล้วจะเห็นมิติใหม่เกิดขึ้น เริ่มจากปรับหลักสูตร และวิธีการสอนใหม่ โดยเน้นให้เรียนรู้จากการปฏิบัติให้มากขึ้น ลดการเรียนทฤษฎี และที่จะเห็นความแตกต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน ก็คือ วิชาภาษาอังกฤษ ปัจจุบันเราจะใช้หลักสูตรเดียวกันกับสายสามัญ ต่อไปวิชาภาษาอังกฤษจะเสริมศัพท์ ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับช่างเข้าไปด้วย หรือสายพาณิชย์จะเพิ่มศัพท์ด้านการติดต่อค้าขาย และสายการการโรงแรมและการท่องเที่ยว จะเน้นศัพท์ด้านการสื่อสาร พูดง่ายๆ เนื้อหาจะถูกปรับให้สอดคล้องกับสาขาที่นักศึกษาเรียนอยู่”

       
         
นายมังกร กล่าวต่อว่า หากทำได้ก็จะได้นักศึกษาอาชีวะพันธุ์ใหม่ที่เรียนจบแล้วสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที เชื่อว่า ผู้ประกอบการถูกใจ เพราะสามารถเท่างานได้ทันที ไม่ต้องมานั่งเรียนรู้งานจากสถานประกอบการอีก 1 เดือน 3 เดือนกว่าจะทำงานได้ นอกจากนี้ นักศึกษายังมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นอีกด้วย
       
          “นักศึกษาที่เราผลิตอยู่ทุกวันนี้ โอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานน้อย เนื่องจาก สอศ.เราใช้หลักสูตรเดียวปั๊มนักศึกษาเหมือนกันหมด อย่างเยอรมนี เขาจะแยกเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก เด็กที่หัวไม่ดี เขาจะสอนเพื่อให้เด็กนำความรู้ไปใช้งานได้ กลุ่มที่ 2 เก่งขึ้นมานิดหนึ่ง สามารถนำความรู้ไปซ่อมได้ และกลุ่มสุดท้าย เด็กเก่ง สามารถประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ได้ ซึ่งกลุ่มนี้จะส่งเสริมให้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพราะต่อไปเขาจะเป็นกำลังหลักของชาติ”
       


          “ระบบการศึกษาสายอาชีพของบ้านเรา ไม่มีการคัดกรองเด็ก เด็กอ่อน ปานกลาง เด็กเก่ง แถมหลักสูตรการเรียนการสอนยังล่าสมัย เขียนหลักสูตรครั้งหนึ่งนำมาใช้กัน 10-15 ปีถึงจะปรับปรุงใหม่ครั้งหนึ่ง มันไม่ใช่ ควรมีการพัฒนาทุกวัน ทุกสัปดาห์ด้วยซ้ำไป เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก้าวไปเร็วมากจำเป็นต้องตามให้ทัน หากเราตามไม่ทันก็ตกยุค”

       
         
นายมังกร กล่าวอีกว่า ต่อไปสถาบันการศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาขอเปิดสอนสาขาใดนั้น คงต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเคยมีวิทยาลัยแห่งหนึ่งเปิดสอนสาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว แต่สถานที่ตั้งของวิทยาลัยไม่ได้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาก็คือ ช่วงที่นักศึกษาจะฝึกงาน หรือเรียนจบออกจะหางานทำลำบาก
       
          “ผมอยากให้สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งเปิดสอนในสาขาที่ถนัด และสอดคล้องกับตลาดแรงงานที่อยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษาด้วย อีกอย่างที่ต้องการเห็น “ผลิตนักศึกษามีคุณภาพ เป็นมืออาชีพ” อย่างสาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ไม่ใช่ผลิตเพื่อให้เด็กของเราทำงานได้แค่ปูเตียง พนักต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟอาหาร หรือพนักงานก้นครัว ผมอยากเห็นลูกศิษย์อยู่ในตำแหน่งหัวหน้า ผู้บริหารแต่ละสาย” นายมังกร กล่าวและทิ้งท้ายว่า ตนอยากเห็นมหาวิทยาลัยสำหรับเด็กอาชีวะโดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่อยอดความรู้เฉพาะทาง

 

          การเรียน การสอน ในสายอาชีพ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ...น้องที่คิดจะเรียน หรือกำลังเรียนอยู่นั้น...ขอให้อย่างตั้งใจ และก็พยายามเรียนให้จบนะครับ...ซึ่ง พี่ลาเต้ จะบอกว่าน้องๆที่จบสายอาชีพนั้นก็มีสิทธิเท่าเทียมกับเพื่อนๆสายสามัญทุกคน...เช่น การสอบแอดมิชชั่นก็สามารถสอบได้ครับ...

 

 

 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์

 

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

เด็กอาชีวะ 6 พ.ย. 50 16:14 น. 1
ดีค่ะ ที่เอาข้อมูลข่าวที่มีประโยชน์แบบนี้มาให้อ่าน หายากมากๆข่าวสำหรับเด็กอาชีวะ และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการดปลี่ยนแปลงหลักสูตร ทางวิชาการบ้าง หลังจากปล่อยให้มันล้าสมัยมานานเกินพอแล้ว หันกลับมาสนใจเด็กอาชีวะบ้าง พวกเราก็เป็นเยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติเหมือนกัน เรียนมาหลายปี จนจะจบแล้ว ในที่สุดก็คิดได้....
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด