ช่วงนี้กระแสทางเกาหลี ญี่ปุ่น กำลังมาแรงนะครับ...จนทางผู้ใหญ่หลายคนได้ออกมาให้ความสำคัญกับภาษาไทยมากขึ้น...และข่าวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูล...ที่ยืนยันได้ว่า...ภาษาไทยกำลังอยู่ในช่วงมีปัญหา...

 

โดยพระเทพภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร ซึ่งให้การสนับสนุนการแข่งขันความสามารถนักเรียนตามโครงการเพชรยอดมงกุฎ ระบุว่านักเรียนไทยให้ความสนใจสมัครเข้าแข่งขันวิชาภาษาไทยน้อยมาก รวมถึงคะแนนเฉลี่ยที่ทำได้ในวิชาภาษาไทยก็ไม่ถึงร้อยละ 50 ทั้งที่เป็นภาษาประจำชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งหาทางแก้ไขนั้น

 

ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการยอมรับว่า เรื่องคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งพัฒนาและแก้ไข ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่หลักสูตร แต่อยู่ที่คุณภาพของครูผู้สอนมากกว่า เพราะแม้แต่เขียนผลงานก็ยังเขียนกันไม่ค่อยได้ รวมถึงบัณฑิตในปัจจุบันก็เขียนไม่เป็นภาษาเช่นกัน

 
 

“ที่ผ่านมาหลายฝ่าย หลายองค์กร ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย โดยมีการพูดมาตลอดว่าเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแก้ไข และจะปล่อยให้อยู่ในสภาพอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ซึ่งผมก็เห็นด้วย” รมว.ศึกษาธิการกล่าว

 

ด้าน ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. เปิดเผยว่า สพฐ.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยในทุกระดับชั้น เพื่อให้เด็กมีทั้งความรู้ ทักษะด้านการพูด อ่านและเขียนที่ถูกต้อง โดยขณะนี้ได้มีการปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยแบบใหม่ โดยแบ่งการเรียนภาษาไทยเป็น 3 ระดับ คือ ระดับแรกจะต้องสามารถท่องจำได้ก่อน จากนั้นเป็นการฝึกให้เด็กสามารถพูดออกเสียงได้อย่างถูกต้อง และสุดท้ายคือสามารถอ่านได้

 

นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการทำโครงงานซึ่งเด็กจะต้องออกมาพูดหน้าห้อง ใช้สระ คำควบกล้ำ จนเด็กสามารถอ่านได้คล่องขึ้น ซึ่งจากการปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา พบว่าเด็กให้ความสนใจและสามารถพัฒนาการใช้ภาษาไทยได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากจะให้เห็นผลของการพัฒนาที่ชัดเจนคงจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

          นอกจากหลักสูตร ผู้สอนแล้ว ผู้เรียนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้ปัญหานี้จบลงได้นะครับ...อย่ารอจนกว่าที่มันจะสายเกินแก้...

 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

--][am_zilch][-- Member 13 พ.ย. 50 20:07 น. 1

สำนักพิมพ์บางสำนักพิมพ์ปล่อยให้หนังสือออกมาได้ไงไม่รู้  ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง  ไม่ใช่พิมพ์ตกนะ  ดูก็รู้ว่าเจตนา

0
กำลังโหลด
คุณแม่คนหนึ่ง 14 พ.ย. 50 11:08 น. 2
อยากให้ทางกระทรวงลองทบทวนระบบการศึกษาของไทยเสียใหม่ เราเอง คิดว่าการศึกษาแบบเก่าน่าจะนำมาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนี้ได้นะ เคยคุยกับผู้ปกครองเด็กหลายท่านเหมือนกันเดี่ยวนี้วิชาภาษาไทย มีปัญหาเยอะ ทำไมสมัยเราเรียนเด็ก ป. 1 อ่านออกเขียนได้หมดแล้ว แต่ปัจจุบัน ยังมา เขียน ก. ไก่อยู่เลย ท้งที่สื่อช่วยสอนก็เยอะ หรือ ครู , อาจารย์ กลัวว่าถ้าลงโทษเด็กแล้วทำให้มีปัญหา ตอนนี้เด็กจะทำอะไรก็ปล่อยไป ไม่เป็นไรปีหน้ามันก็ไปอยู่ช้นอื่นแล้ว ไม่มีการซ้ำช้นเหมือนเมื่อก่อนแล้วเหรอ บทลงโทษก็ไม่มี การลงโทษนี่ ไม่ได้หมายความว่าต้องตีตลอดนะ เราว่ามันต้องใช้หลายอย่างควบคู่กันไป และที่สำคัญ เรื่องกริยามารยาท ทั้งของครู และก็เด็กนักเรียนด้วย เราเห็นแล้วว่าพอ ๆ กันเลยทั้งครูทั้งเด็ก พัฒนาต่ำลง ไม่เหมือนสมัยก่อน เจอครูที่ไหนก็ต้องไหว้ แล้วครูอาจารย์ก็ต้องทำให้เด็กดูด้วย เด็กจะได้มีความเกรงใจ และเกรงขาม ไม่ใช่ครูทำซะเอง มันก็อยู่ในวังวนแบบนี้ไม่รู้จบ แต่ยังไงก็ขอฝากผู้มีอานาจของบ้านเมืองทั้งหลายด้วย ท่านนะมีเงินจะเลือกโรงเรียนดี ๆๆ ให้ลูกท่านนะได้ แต่สำหรับคนยากคนจน ก้ไม่มีทางเลือก ขอฝากด้วยก็ละกัน งง
0
กำลังโหลด
โรนิืน 14 พ.ย. 50 21:49 น. 3
ง่ายๆ สั้นๆ เอาเข้าใจ ด้วยว่า ครูภาษาไทย ส่วนใหญ่ มักจะสอนเนื้อหา ที่ไม่ได้รู้สึกน่าสนใจ เลย... แม้แต่น้อย เอาง่ายๆนะ อย่างเรื่องรามเกียรติ์เนี่ย เราว่ามันเป็นเรื่องที่ โค ต ร สนุกเลย อภินิหาร ยิ่งกว่า ลอร์ดออฟเดอะริง กับ แฮร์รี่ พอตเตอร์รวมกันซะอีก แต่ ย้ำ ตอนเราหาหนังสือซื้อมาอ่านเอง อย่างหนังสือเรื่องรามเกียรติ์ ฉบับมหาชนของ ส.พลายน้อย เรากับเพิ่งรู้สึกว่า รามเกียรติ์นั้นหสนุกแค่ไหน และ กรุงเทพ ทำไมต้องมีคำว่า วิษณุกรมประสิทธิ์ และรู้ว่าหลายๆสุภาษิตในไทย มากจากไหน เช่น วัดรอเท้า ลูกทรพี เราเพิ่งจะรู้แจ้งแถลงไขตอนอ่านตอนนั้นเองว่า มีอะไรให้น่าค้นหามากแค่ไหน เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อภิหมาวรรณคดี อย่างนี้ ที่สนุกสุดๆ และได้แต่นั่งคิดว่าแต่งได้ไง พอมาเรียนในห้องเรียน พอครูพุดแล้วทำไม เราถึงรู้สึกเหนื่อยหน่าย เสียเหลือเกิน เหตุผลง่ายๆ ที่ทุกคนมองข้ามคือ ครู ไม่มีลีลาในการสอนไงละ ครูบางคนก็สอนสนุกนะ รู้สึกอยากรู้ต่อ แต่บางคนก็ให้อ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็อ่านๆๆๆๆๆๆ แล้วใครจะไปรู้เรื่อง เรื่องแต่ละเรื่องก็ใช้ศัพท์อะไรก็ไม่รู้ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินเลย ถ้าครูลองปรับ กลยุทธ์การสอนให้มันตื่นเต้นเร้าใจ เหมือน เล่านิทาน อันสุดจินตนาการ เราว่าเด็กคงให้ความสนใจมากกว่านี้ เราว่าภาษาไทย เป็นอะไรที่สอนกันได้ แต่สอนไม่ได้ง่าย และยิ่งถ้าจะสอนให้น่าสนใจยิ่งยาก เพราะ วิชาภาษาไทย นั้นครอบคลุมตั้งแต่เรื่อง วรรณคดี วรรณกรรม ไวยากรณ์ และประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติศาตร์เกี่ยวข้องด้วยเป็นอย่างมาก เราอยากใ้ห้คนไทยสนใจภาษาไทยกันมากขึ้น อยากให้ได้อ่านทำนองเสนาะ สุดไพเราะ แต่ตอนนี้ เด็กๆหลายคนมองวิชาภาษาไทยเป็นเพียงวิชาที่ ไม่รู้จะเรียนไปทำไม เราอยากให้มองใหม่อว่า ภาษาไทยนั้น มันมีอะไรให้ค้นหากว่าที่เห็น ไม่แพ้การทดลองเรื่องสมบัติเอนไซม์ หรือการพิสูจน์สมการ "ใน" วิชาภาษาไทย มันเกี่ยวข้องกันเราทุกลมหายใจเข้าออก มันเกี่ยวกับทุกอย่างตั้งแต่ตอนเกิด จนตอนตาย ไม่ใช่แค่ด้าน สื่อสาร แต่รวมถึงด้วนประเพณี และวัฒนธรรม ปรัชญาลึกซึ้ง สถาปัตยกรรม โลก มันขึ้นอยู่กับว่า ผู้สอน และตัวเด็กเอง จะดึงมันออกมาได้หรือไม่ หรือมองเห็นคุณค่ามันหรือไม่? เมื่อก่อนเราเคยดูถูกภาษาไทย ว่าไม่รู้จะเรียนไปเพื่ออะไร สู้เอาเวลาไปเรียนภาษาอังกฤษซะยังจะดีกว่า แต่ตอนนี้เรามองเห็นแล้ว เรารู้สึกดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย ได้อ่านภาษาไทยที่เป็นเหมือนเสียงเพลง ภาษาที่สละสลวยเหมือนคลื่นน้ำใต้แสงจันทร์ และ ได้วิจารณ์ใน ภาษาไทย ที่ไม่ควรจะเอาไปขึ้นหิ้งให้แมงวันมาตอนเล่นอีกต่อไป กล้าที่จะยกลงมาชำแหละ แจกแจง ช่วยกันเสนอความเห็น เสนอความคิด เพราะภาษาไทย คงจะมีความสุข ที่ผู้คนคนไทยยังรับรู้และยังรู้สึกถึงมันอยู่ เพราะ ภาษาไทย ไม่มีวันตาย...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด