อ.สุธน เสถียรยานนท์ สถาบันกวดวิชา Chem.Campus []

อ.สุธน ติวเตอร์เคมี สอนเคลียร์ ไม่มีคาใจ
23,901 18
Guest
    สวัสดีจ๊ะ น้องๆ ชาว Dek-D ผู้รักการเรียน
ทุกคน พบกันเช่นเคยกับ พี่ผึ้ง ในคอลัมน์
Hot Tutor แนะนำสถาบันกวดวิชาชื่อดัง
โดยเที่ยวนี้ พี่ผึ้ง จะพาน้องๆ ไปพบกับ
ติวเตอร์เคมี ที่เน้นสอนให้นักเรียนเข้าใจ
ชัดเจน ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักเรียน
ม.ปลายอยู่ในขณะนี้ แถวจรัญสนิทวงศ์ เจ้าของประโยคสุดฮิต “เคมียังสับสน...
อาจารย์สุธนช่วยท่านได้” พี่ผึ้ง ว่า เกริ่นมาถึง
ตรงนี้...คงมีหลายๆ คนอยากอ่านเต็มทีแล้ว งั้นเราไปรู้จักกับ อาจารย์สุธน เสถียรยานนท์ กันอย่างใกล้ชิดได้เลยจ๊ะ (^0^)
 
 

พี่ผึ้ง : ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำตัวหน่อยคะ

อ.สุธน : รองศาสตราจารย์สุธน เสถียรยานนท์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดี
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ประวัติการศึกษา
- ระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- ระดับปริญญาโท ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจน์ประสานมิตร
และ Diploma (นิวเคลียร์เทคโนโลยี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์ทางวิชาการ
- สอนเคมีทั้งระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา มานานกว่า 25ปี
- สอนติวเข้มวิชาเคมีทางช่อง 3,5,11 ทางไทยคม, ITV ติวเข้มกับมาม่า,แบรนด์ซัมเมอร์แคมป์
- บรรยายวิชาเคมี ทางวิทยุการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ รายการเส้นทางสู่มหาวิทยาลัย
FM92 และ AM1161 ออกอากาศทั่วประเทศ
- บรรยายวิชาเคมีทางวิทยุ FM101 และ AM1107 รายการติวเข้ม ENTRANCE กับ เนชั่น
- อาจารย์พิเศษบรรยายวิชาเคมี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ



พี่ผึ้ง : ประวัติความเป็นมา และแนวทางสำคัญในการก่อตั้งสถาบันกวดวิชา Chem.Campus

อ.สุธน : เหตุที่ก่อตั้งก็ เพราะว่าปัจจุบันนี้นักเรียนเรียนในโรงเรียนแล้วไม่เข้าใจ เพราะคนที่มา
เป็นครูในปัจจุบันไม่เหมือนกับสมัยก่อน ที่คนจะมาเป็นครูได้นั้นต้องเป็นผู้ที่รักอาชีพครูจริงๆ
และเป็นคนที่มีความรู้ทางวิชาการอย่างแท้จริง แต่ปัจจุบันนี้ ปรากฏว่าการเรียนการสอนใน
โรงเรียน เช่น ครูวิทยาศาสตร์ก็เอาครูสาขาอื่นมาสอน ทำให้เด็กเรียนไม่เข้าใจ

ความจริงแล้วไม่อยากให้เด็กมาเรียนกวดวิชา เพราะว่าเป็นการเสียเงินเปล่าและสถาบันส่วนใหญ่
จะให้พื้นฐานวิชาความรู้ที่ผิด เด็กก็จำไปผิดๆ จึงทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วมันไม่ได้
คะแนน เพราะอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้พื้นฐานทางเคมีเป็นอย่างดี
อีกอย่าง
หนึ่ง เพราะนักเรียนชอบเรียนวิธีการลัด ซึ่งกวดวิชานั้นสอนได้ เขารู้คำตอบแล้วถึงสามารถนำ
ไปสร้างเป็นสูตรลัดได้ แต่เวลาเอาไปใช้ทำข้อสอบเข้าจริงๆ ปรากฏว่าทำผิด แสดงว่าเด็กเรียน
โดยการจำ ไม่ได้เรียนโดยพื้นฐานความเข้าใจ

ด้วยเหตุนี้เอง...ผมจึงพยายามให้ Concept พื้นฐานที่ถูก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราเป็นครู
ูเราจะไม่เอาเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เด็กรักเรียนจริงๆ ถึงจะสอนให้ และเมื่อเด็กเข้าใจวิชา
วิทยาศาสตร์ที่แท้จริง จะได้เลือกเรียนด้านวิทยาศาสตร์ในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้นด้วยครับ




พี่ผึ้ง : ชื่อของสถาบันกวดวิชา Chem.Campus มีที่มาอย่างไรคะ

อ.สุธน : ตอนแรกก็ตั้งเล่นๆ Chem ก็คือ เคมี
Campus ก็คือสถานที่ ดังนั้น Chem.Campus สถานที่ที่สอนวิชาเคมีนั่นเอง
ปรากฏว่าเปิดมา
แรกๆ นั้น..เด็กมาเรียนเยอะมาก และสอบเข้า
มหาวิทยาลัยได้เยอะ เพราะเราสอนอย่างละเอียด
และสอนพื้นฐานทางเคมีแต่เราไม่ได้สอนว่าวิธีลัด
ทำยังไงซึ่งบางครั้งมันใช้ไม่ได้แต่เราก็มีสอน
เด็กไปด้วยว่า ถ้าข้อนี้เราจะลัดต้องทำอย่างไร
บ้าง แต่ตอนนี้กระแสของเด็กสมัยใหม่... เขาไม่
ค่อยอดทนในการเรียน เขาชอบวิธีการลัดมากกว่า
 
 
 
พี่ผึ้ง : สไตล์การสอน หรือ เทคนิคการสอนของอาจารย์สุธน เป็นอย่างไร

อ.สุธน: เวลาสอนนั้นจะคำนึงถึงว่า เด็กจะต้องเข้าใจจริงๆ ให้เด็กรู้ที่มาของสิ่งที่กำลังเรียนอยู่
เช่น ความเข้มข้นของสารละลายว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ว่ามาถึงก็ให้สูตรๆ เด็กก็ไม่รู้ว่า
สูตรมายังไง เป็นต้น คือเราต้องให้พื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องกับเด็ก เพราะเราเป็นครู อย่างเช่น
เรื่องตารางธาตุเนี้ย เด็กจะจำมันได้ยากมาก ผมก็สอนให้เด็กร้องเพลงตารางธาตุ ซึ่งจะช่วยทำ
ให้จำง่ายขึ้น

ผมจะสอนเด็กแบบนี้มากกว่าสอนให้เด็กรู้จักวิธีการลัด คือมันยังมีเทคนิคการสอนอีกมากมาย
ที่จูงใจให้เด็กมาเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ครับ แต่สำคัญที่สุดคือ เด็กส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ไม่ต้อง
การรู้พื้นฐาน เขาต้องการแบบบอกว่าข้อนี้ควรจะตอบอย่างนี้นะสอนอย่างนี้เด็กจะชอบ นี่แหละครับที่เป็นปัญหา



พี่ผึ้ง : อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไร ในเรื่องความสำคัญของวิชาเคมี ที่มีอิทธิพลต่อ
นักเรียนในยุคนี้


อ.สุธน : วิชาเคมี เป็นวิชาที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน เช่น สารเคมีต่างๆ ถ้าเราใช้ใน
ทางที่ถูกต้องเหมาะสม มันก็จะมีประโยชน์ แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดมันก็เป็นโทษ ที่สำคัญ...
ประเทศไทยของเรานั้นมีสมุนไพรเยอะแยะเลย เราน่าจะเก็บสมุนไพรในป่าต่างๆ ของประเทศ
ไทยมา แล้วนำเอาความรู้พื้นฐานทางเคมีไปช่วยผลิต หรือพัฒนาวัตถุดิบออกมาใช้ประโยชน์
ให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม
เช่น ชาวบ้านนำสมุนไพรต่างๆ รากไม้มาดองเหล้าแล้วดื่มเข้าไป
นอกจากจะทำให้คนกินอาจจะได้สารเคมีที่มีประโยชน์ไม่ครบถ้วนแล้ว ยังทำให้คนติดเหล้าอีก
เราน่าจะเอามาสกัดทำเป็นยาสมุนไพรแทนดีกว่าไหม เป็นต้น



พี่ผึ้ง : สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าวิชาเคมีนั้นยาก อาจารย์คิดว่าีสาเหตุมาจากสิ่งใดคะ

อ.สุธน : อาจารย์ผู้สอนเองยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาวิชาเคมีที่ดีพอ เพราะอาจารย์ใน
โรงเรียนต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ชั่วโมงการสอนก็เยอะ ต้องดูแลเด็ก ด้วย ทำให้ไม่มีเวลา
ค้นคว้าเพิ่มก็เลยสอนไปตามคู่มือครู ที่สำคัญ...ครูก็ยังเขียนผิดอีกก็เสร็จเลย รวมทั้งอาจารย์ก็
ไปทุ่มทางด้านการนำเสนอผลงานทางวิชาการมากเกินไป

เพราะฉนั้นมันก็เลยมีแต่ใบงานๆ ให้เด็กทำ ไม่ได้สนใจการเรียนการสอนเท่าไร่ และถ้าอาจารย์
ผู้สอนยังไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง เวลาไปสอนเด็กก็สอนไม่รู้เรื่อง ดังนั้นเด็กก็ปฏิเสธลูก
เดียวเลย ผมจึงเห็นใจเด็ก และการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์ของบ้านเรานั้นไม่ได้ทำการทดลอง
ฉะนั้นเด็กไม่มีทางที่จะรักวิทยาศาสตร์ขึ้นมาได้หรอก เพราะทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
นั้นมันต้องใช้เทคนิค และรับรู้ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเลย


แล้วบ้านเรานักวิจัยก็มีน้อย ส่วนการเรียนการสอนก็ใช้แต่ของเดิมๆ มาสอน ไม่ได้คิดอะไรขึ้นมา
ใหม่เลย เพราะการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มันต้องได้มาจากผลงานวิจัย ทำไมไม่ของเอาใหม่
มาสอนบ้างล่ะ ตัวข้อสอบก็ไม่ได้วิวัฒนาการสมองเลย อาจารย์เองก็ยังติดกับลักษณะข้อสอบ
เก่าๆ ทำให้เด็กเบื่อหน่ายมากขึ้น
 


    พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่า อะไรเป็นสาเหตุที่เด็กเวลา
เรียนอยู่ในห้องเหมือนกับเข้าใจแล้ว แต่พอมาทำ
ข้อสอบจริงๆ แล้วกลับทำไม่ได้


อ.สุธน : อันนี้เป็นปัญหาในการรับรู้ ประสาทสัมผัส
ของเด็กสมัยใหม่รับรู้ได้ไม่ 100 % พูดเร็วไปเขาก็ฟัง
ไม่รู้เรื่อง สาเหตุที่ฟังไม่รู้เรื่อง 1.มือถือ 2. หูฟัง เพราะชอบฟังซาวเบาว์ ฟังวิทยุ มันจะทำลายประสาท
การรับรู้เสียหมดเลย
และเด็กไทยไม่มีการคอนโทล
ที่ดี เด็กที่นั่งฟังนี่ดูเหมือนเข้าใจ แต่จริงๆ ก็ไม่เข้าใจ
หรอกครับ แล้วก็ไม่ถามด้วย ดังนั้นการเรียนการสอน
แบบ Child center นั้น ใช้กับบ้านเราไม่ได้หรอกครับ
เพราะเด็กไม่ถาม แต่ถ้าเขาอยู่กับเพื่อนเขาจะคุยกัน
แหลกเลย คุยเรื่องไร้สาระ แต่พอคุยกันเรื่องวิชาการ
เขาไม่เอา และเด็กไม่เข้าห้องสมุดไม่ชอบการอ่าน
หนังสือ นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญเลยนะครับ
 
 

พี่ผึ้ง : อยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำเคล็ดลับการเรียนวิชาเคมีให้ได้ผลดีค่ะ

อ.สุธน :ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ แต่ไม่ใช่ในแบบเรียนหรือใบงานที่ครูให้ ผมบอกได้เลยว่า
ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยวิชาเคมีนั้นออกตรงตามหลักสูตร ปี พ.ศ. 2544 เลยครับ ไม่เคยออก
เกินหลักสูตรทั้ง O-net และ A-net ดังนั้นถ้าอยากทำข้อสอบเข้าได้ จะต้องอ่านตามหลักสูตร
ให้เข้าใจ เพราะข้อสอบไม่ได้ออกนอกเหนือจากนั้นเลย เมื่ออ่านแล้วก็ทำความเข้าใจ
ถ้าไม่เข้าใจก็ถามอาจารย์ผู้สอน แล้วก็ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังสัก 10 ปี แต่ต้องไม่ยึดสูตรลัดนะ
เพราะถ้ายึดสูตรลัดแล้วพอไปเรียนในมหาวิทยาลัยก็ตายลูกเดียว ส่วนพวกคู่มือต่างๆ ที่เฉลย
ออกนั้นก็ต้องให้ได้มาตรฐาน เพราะเท่าที่วางขายส่วนใหญ่แล้วจะเฉลยผิดเยอะเลย



พี่ผึ้ง : ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนจากระบบเอนทรานส์มาเป็นแอดมิชชั่น มีผลกระทบ
ต่อนักเรียนหรือไม่


อ.สุธน : มันก็ดีสำหรับเด็กต่างจังหวัด แต่ระบบรับตรงแอดมิชชั่นของเมืองไทย มันไม่ได้ทำ
เหมือนของเมืองนอกนะ เพราะบ้านเราสอบทั้ง O-net และ A-net คือ คนคิดระบบก็ไม่ได้มา
ปฏิบัติ(สอบ)
แล้วคนคิดระบบพวกนี้ ผมว่าเขาไม่ค่อยจะรู้เรื่องทางการศึกษาสักเท่าไหร่
่ถามว่าถ้าคิดระบบสอบเข้าตามหลักเมืองนอกดีไหม ต้องบอกว่าดี แต่บ้านเราเอามาใช้ผิดที่
ใช้ผิดกระบวนการ อีกทั้งแต่ละโรงเรียนก็ไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน ยังไม่เท่าเทียมกัน และเดี๋ยวนี้
การคุมสอบก็ไม่เข้มงวด ลอกกันเต็มไปหมดเลยครับ



พี่ผึ้ง : ข้อสอบเคมีระบบแอดมิชชั่นมีความเหมาะสมระหว่างจำนวนข้อสอบ กับเวลาที่ใช้
หรือไม่ อย่างไรคะ


อ.สุธน : สาขาวิทยาศาสตร์นั้น ผมคิดว่าต้องเปลี่ยนใหม่หมดเลย ไม่ใช่เอาฟิสิกส์ เคมี
ชีววิทยา มารวมอยู่ในฉบับเดียวกันหมดเลย ไม่งั้นเด็กปวดหัวตาย แล้วเรียนมาตั้ง 3 ปี สอบแต่
ใช้เวลาสอบ 3 วิชาแค่ 3 ชม. เด็กไทยต้องถือว่าเก่งแล้วที่มันไม่บ้าไปซะก่อน ที่สำคัญข้อสอบ
ควรจะออกให้ครอบคลุมเนื้อหาวิชาทั้งหมด ถ้าเป็นที่เมืองนอกเขาจะให้โมเดลมาแล้วถาม
ซึ่งเด็กจะต้องรู้จักคิดวิเคราะห์ เอาความรู้หลายๆ ด้านมาใช้


แต่บ้านเราเนี้ยวัดเรื่องความจำเลย พวกวิเคราะห์สังเคราะห์ไม่ค่อยมี จริงๆ แล้วเคมีเองก็มีส่วน
คำนวณ แต่มันก็ไม่ได้วิเคราะห์อะไร ดังนั้นข้อสอบควรออกมาในแบบที่วัดมันสมองของเด็ก
ไม่ใช่ถามเรื่องความรู้ความจำ วัดดูว่าเด็กมีความรู้พอไหมที่จะเข้าไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัย

เช่น ให้สารมาทั้งหมด 10 ตัว แล้วถามเด็กว่าสามารถนำสารต่างๆ เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
อย่างไรได้บ้าง แค่นี้ก็ได้วิเคราะห์แล้วครับ



พี่ผึ้ง : นักเรียนควรจะเตรียมตัวสอบเข้า
มหาวิทยาลัยในวิชาเคมีอย่างไรบ้างคะ


อ.สุธน : ถ้าต้องการทำคะแนนสอบในวิชาเคมี
ให้ได้เกิน 50 คะแนนนั้นควรปฏิบัติดังนี้
- ให้ดูหนังสือเคมีเล่ม 1 ในเรื่อง
1. อะตอมและตารางธาตุ
2. พันธะเคมี
- หนังสือเคมีเล่ม 2 (ปริมาณสารสัมพัทธ์) นั้นต้องดูทั้งเล่ม
- หนังสือเคมีเล่ม 3 ในเรื่อง
1 อัตราสมดุลกรด เบส
2 ปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี
แค่นี้ก็พอแล้ว แต่ต้องอ่านและทำความเข้าใจจริงๆ
ไม่ใช่ใช้สูตรลัดนะครับ

ป.ล. ผมมีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่ง คือ ข้อสอบวิชา
เคมี เลือกข้อ 4 มักจะถูกนะครับ
 
 
 

พี่ผึ้ง : อาจารย์สุธนมีโครงการตอบแทนสังคมในรูปแบบอื่น ๆ หรือไม่ อย่างไร

อ.สุธน :โดยมากก็จะไปบรรยายตามโรงเรียนต่างๆ ส่วนมากเราก็ไม่ได้คิดเงิน หรือถ้าได้ค่า
สอนมาก็จะบริจาคให้กับเด็กยากไร้ครับ
 
 

พี่ผึ้ง : ในฐานะครู สิ่งใดที่ทำให้รู้สึกภูมิใจและประทับใจคืออะไร

อ.สุธน : ที่เลือกอาชีพครู เพราะว่าเมื่อได้สอนเด็ก แล้วเด็กประสบความสำเร็จในชีวิต
ซึ่งก็มีทั้งแพทย์ พยาบาล หลากหลายสาขาวิชาชีพ สิ่งเหล่านี้...เมื่อเขาจบไปแล้วเขาก็จะนึกถึง
เรา กลับมาหาเรา ไม่เคยลืมพระคุณอาจารย์เลย และได้ผลิตครูไปหลายรุ่น รวมทั้งเราวาง
พื้นฐานให้ดี ทั้งที่เด็กไม่ได้เรียนดีมาก่อนเลย แต่เราวาง process ให้เด็กเข้าใจก็สามารถเรียน
ทาง e-learning ได้ ทำให้เด็กของเรา(มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) ไปเรียนต่อ
ในระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เกือบจะ 100 % แล้วก็มีที่อื่นด้วย เช่นมหิดล
บางมด ขอนแก่น ฯลฯ ก็ประสบความสำเร็จ รวมถึงได้ทุกการวิจัยและได้ไปต่างประเทศด้วยครับ



พี่ผึ้ง : อาจารย์อยากฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่กำลังศึกษาอยู่คะ

อ.สุธน : อยากให้น้องๆ ที่เข้ามาอ่านในเด็กดีดอทคอมนั้นอ่านหนังสือ ตามที่อาจารย์ว่า
อย่าดูโดยคร่าวๆเพราะข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเป็นข้อสอบที่ค่อนข้างจะได้มาตรฐาน ถึงแม้
ว่าจะออกยาก แต่ว่าถ้าเราเข้าใจเนื้อหาได้อย่างถูกต้องแล้วเราก็จะสามารถทำข้อสอบได้ อย่า
เรียนแต่สูตรลัด เพราะว่าถ้าข้อสอบเอาหลายๆ เรื่องมาผสมกันจะใช้สูตรลัดไม่ได้ เมื่อเราไม่เข้า
ใจสิ่งใดก็ตามพยายามถามครูบาอาจารย์ และยึดตามหนังสือแบบเรียนเป็นหลัก เพียงเท่านี้ก็จะ
ประสบความสำเร็จในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วครับ




ติดต่อ อาจารย์สุธน เสถียรยานนท์
ศูนย์กรุงเทพมหานคร
จรัญสนิทวงศ์ 49/1
โทร 02-881-8248-9, 081-809-8549
 
 
คำพูดติดปาก

จากเคมีสามวันเป็นอื่น

มุขเด็ดประจำตัว

ทายปัญหา เช่น น้ำอะไรให้ชีวิต

เรื่องขำๆ ในคลาส

ชอบทายปัญหาสนุกๆ เช่น 22/7 Apple = สัปปะรด

วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน

ดูหมอให้

มุมหล่อของอาจารย์

ทุกด้าน

ของที่พกติดตัวเป็นประจำ

มือถือ พระเครื่อง

นิสัยแบบนี้ใช่เลย

อารมณ์ดี พูดคุยสนุก

คติประจำใจ

ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

เครื่องลางนำโชค

พระเครื่อง

สีที่ชอบ

น้ำเงิน

 
#สถาบันการศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

18 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?