เราเขียนในสิ่งที่เราอยากจะเขียน บางทีมันอาจจะขัดใจนักอ่านไปบ้าง แต่มันก็สะท้อนความเป็นตัวเรา เราไม่ตามใจนักอ่านเพราะมันไม่ใช่ตัวเรา
กัวหลง
สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนค่ะ หากใครชอบอ่านนิยายแนวจีนในหมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต น่าจะรู้จักหรือคุ้นเคยชื่อของนักเขียนเจ้าของนามปากกา 'กัวหลง' อยู่บ้าง แต่หากใครยังไม่รู้จัก.. นิยายทั้ง 5 เรื่องนี้ ได้แก่ ลู่หนิงเซียน ชายาพลิกชะตา, จิวอิง, หานซูหนี่ว์ ดวงใจจวิ้นอ๋อง, ม่านเซียวซี สื่อรักภาษาใจ และ หงเย่วซิน รัก ร้าย ลวง นิยายเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของกัวหลงแทบทั้งสิ้น! ด้วยระยะเวลาเพียงไม่นานที่กัวหลงเข้ามาอัปนิยายและขายนิยาย 4 ใน 5 เรื่องของเขากับระบบขายของ Dek-D จนติดท็อปนิยายขายดีแทบทุกเรื่อง ทำให้พี่แนนนี่เพนอยากรู้จักกัวหลงให้มากขึ้น และเชื่อว่าเรื่องราวของกัวหลงจะทำให้นักอ่านที่ติดตามกัวหลงอยู่ รวมถึงนักเขียนที่กำลังตั้งใจผลิตผลงาน ได้เห็นพัฒนาการและการเติบโตของเขา ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมอยู่ๆ ถึงโผล่มาเป็นนักเขียนในเด็กดีพร้อมนิยายที่เขียนจบแล้วถึง 5 เรื่องในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น! เรามารู้จักกัวหลงไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ (เก็บข้อมูลเมื่อตุลาคม 2562 - มีนาคม 2563)
เส้นทางนักเขียนที่ไม่ได้เริ่มมาจากความชอบ แต่เริ่มเพราะ 'ภรรยา' ชอบอ่านนิยาย
'พี่เป้' คือชายหนุ่มเจ้าของนามปากกา 'กัวหลง' ที่มีผลงานในเด็กดีทั้งหมด 5 เรื่อง ได้แก่ ลู่หนิงเซียน ชายาพลิกชะตา, จิวอิง, หานซูหนี่ว์ ดวงใจจวิ้นอ๋อง, ม่านเซียวซี สื่อรักภาษาใจ และ หงเย่วซิน รัก ร้าย ลวง
นิยายเรื่องแรกของพี่เป้เริ่มเขียนเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 เรื่อง ลู่หนิงเซียน ชายาพลิกชะตา นิยายแนวจีนข้ามภพ ในหมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต
พี่เป้เริ่มต้นการเป็นนักเขียนเพราะภรรยาชอบอ่านนิยาย เมื่อมีเวลาว่างจึงอยากลองเขียนนิยายดูบ้าง พอเขียนจบเลยนำนิยายมาอัปลงในเว็บไซต์เด็กดี ผลปรากฏว่านิยายในนามปากกาของกัวหลงได้รับความสนใจจากนักอ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้พี่เป้เริ่มเขียนนิยายเรื่องต่อไปทันที และส่งขายนิยายกับเด็กดีเพราะเห็นว่าเป็นช่องทางที่สามารถสร้างรายได้ขึ้นมาได้ ปัจจุบันพี่เป้ทำงานเป็นนักเขียน และใช้เวลาที่เหลือในการเลี้ยงลูกกับภรรยา
แม้ไม่มีต้นทุนก็เขียนนิยายได้ เพียงลงมือเขียนด้วยความชอบ!
เราคงเคยได้ยินได้อ่านกันมาบ้างว่านักเขียนส่วนใหญ่เริ่มต้นมาจาก 'การอ่าน' แต่สำหรับพี่เป้นั้นกลับบอกว่า "ผมไม่ได้ชอบอ่านนิยายมาก่อน" เขาเป็นนักเขียนที่เริ่มมาจาก 'การดู' ทั้งจากสารคดี ข่าวทั่วไป การ์ตูน ซีรีส์ และอนิเมะ เมื่อถามว่าพี่เป้เขียนนิยายได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้ชอบอ่านนิยายมาก่อน พี่เป้บอกกับเราว่า เริ่มง่ายๆ จากตัวเองก่อน ถ้าเราอยากอ่านแบบไหน ก็ให้เขียนนิยายแบบนั้น พี่เป้มีแนวที่ชอบอ่านอยู่แล้ว เลยเลือกเขียนนิยายที่ตัวเองอ่านแล้วรู้สึกอิน และคิดว่าคนอ่านน่าจะอินไปด้วยเหมือนกัน
"ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบอ่านอะไรก็ได้ที่อ่านแล้วรู้สึกสบาย เลยรู้สึกว่า ถ้าผมจะเขียนนิยายสักเรื่องหนึ่ง อย่างแรก เราต้องอ่านสบาย คนอ่านคนอื่นก็น่าจะสบายเหมือนกัน"
เพราะคนอ่านชอบอ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่าย นิยายของกัวหลงจึงติดตลาดได้รวดเร็ว
เมื่อถามพี่เป้ว่ารู้เหตุผลไหมว่าทำไมนิยายของตัวเองถึงได้รับผลตอบรับจากนักอ่านจำนวนมาก พี่เป้ให้คำตอบง่ายๆ ว่า คนอ่านชอบเนื้อหาและภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร ไม่ต้องตีความหลายชั้น ที่สำคัญเนื้อเรื่องต้องสนุก อิงกับความเป็นจริง และมีพัฒนาการของตัวละคร
"ผมคิดว่าหนึ่งเลยภาษาต้องอ่านง่าย คนเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร พวกรายละเอียดต้องไม่เครียดจนเกินไป เนื้อเรื่องต้องสนุก และสะท้อนสังคม อิงกับความเป็นจริง เป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็เก่งเลย มีพัฒนาการของตัวละครให้เห็นว่าเป็นยังไง"
สร้างตัวละครหลักเป็น 'ผู้หญิง' เพราะอยากสะท้อนสังคม และทำให้เห็นว่าผู้หญิงทุกคนมีความเก่งในตัวเอง
นิยายของพี่เป้มีจุดเด่นที่การตั้งชื่อเรื่องเป็นตัวละครเอกของเรื่องนั้น และนิยายแทบทุกเรื่องล้วนมีตัวเอกเป็น 'ผู้หญิง' พี่เป้ให้เหตุผลว่า ตั้งแต่เรื่องแรกที่เริ่มเขียนนิยายมา เขียนจบแล้วมีปัญหาอยู่เรื่องเดียวก็คือชื่อเรื่อง สุดท้ายนึกไม่ออกว่าจะตั้งชื่ออะไร จึงใช้ชื่อตัวละครหลักของนิยายมาตั้งเป็นชื่อเรื่อง และทำแบบนั้นมาเรื่อยๆ เลยไม่ได้คิดว่าเป็นเอกลักษณ์อะไร แต่เรื่องที่ตัวละครเอกส่วนใหญ่เป็น 'ผู้หญิง' พี่เป้มีคำตอบให้เราว่า..
"ผมอยากเขียนนิยายที่สะท้อนสังคมปัจจุบันครับ เป็นนิยายที่อยากให้มองผู้หญิงในมุมมองที่ ผู้หญิงสามารถใช้ความคิดของตัวเอง ใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย ผมอยากจะเขียนนิยายที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนในสังคมปัจจุบัน ลุกขึ้นมาช่วยเหลือตัวเองก่อน ก่อนที่จะรอความช่วยเหลือจากใคร"
ถ้าอยากเขียนนิยายให้จบ และเขียนให้เร็ว ต้องเขียนนิยายแบบกัวหลง!
นิยายของกัวหลงทั้ง 5 เรื่องเกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน พี่เป้บอกกับเราว่า "ต้องเขียนให้จบก่อนแล้วค่อยมาอัป" ซึ่งฟังดูก็เหมือนจะง่ายแต่พอต้องลงมือเขียนจริงๆ นั้นยากมาก (ใครเป็นนักเขียนต้องเข้าใจแน่นอนว่ามันยากแค่ไหน) เราเลยแอบถามเคล็ดลับการเขียนนิยายให้จบ และเขียนให้เร็วแบบกัวหลง มาฝากทุกคนกันค่ะ
"ผมจะกำหนดพล็อตเรื่องไว้ก่อน คือ กำหนดจุดเริ่มต้นของเรื่อง จุดจบของเรื่อง แล้วค่อยกลับมากลางเรื่อง จากนั้นค่อยวางแต่ละตอนว่าจะเขียนทั้งหมดกี่ตอน แรกๆ ผมจะกำหนดคร่าวๆ ก่อน แล้วค่อยมาลงรายละเอียดทีหลัง จะเขียนแค่จุดเริ่มต้นกับจุดจบให้เห็นว่าเรื่องเป็นยังไง แล้วเนื้อเรื่องก็จะตามมา"
นอกจากนี้ พี่เป้ยังบอกอีกว่า การจะเขียนนิยายเรื่องหนึ่ง พล็อตเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตัวละครเราสร้างขึ้นมาทีหลังได้ แต่เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเขียนเกี่ยวกับอะไร เรื่องของเราจะเป็นแบบไหน ถ้ามีตัวละครไม่มีพล็อตมันก็ยากที่จะหาเรื่องให้ตัวะครดำเนินไปทั้งเรื่อง
เขียนในสิ่งที่อยากจะเขียน แม้จะขัดใจนักอ่านแต่ต้องไม่ขจัดความเป็นตัวเรา!
"อยากให้ทุกคน เขียนในสิ่งที่เราอยากจะเขียน มาจากจินตนาการความรู้สึกของเรา บางทีมันอาจจะขัดใจนักอ่านไปบ้าง แต่มันก็สะท้อนความเป็นตัวเรา.. เราไม่ตามใจนักอ่านเพราะมันไม่ใช่ตัวเรา ถ้าเราอยากสื่อสิ่งที่เราอยากจะให้คนอ่านรู้ ก็ต้องเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเขียนเท่านั้น ไม่ใช่ฟังจากคนอื่นมา ถ้าเราวางพล็อตแบบนี้แล้ว ถึงจะมีคอมเมนต์ไม่ดี ก็ต้องเขียนต่อไป"
แม้จุดเริ่มต้นการเป็นนักเขียนของกัวหลงจะไม่ได้เริ่มมาจากความฝัน แต่ความอยาก และความมุ่งมั่นของเขาก็ทำให้เราได้อ่านงานเขียนของเขา จากเรื่องแรกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนนี้ กัวหลงมีนิยายที่ลงให้อ่านในเด็กดีมากถึง 5 เรื่อง! หากใครอยากติดตามผลงานของกัวหลง คลิกได้ที่นี่เลย 'กัวหลง'
เราคงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่า เส้นทางการเป็นนักเขียนนั้นไม่ง่าย แต่พี่รับรองว่ามันไม่ได้ยากเกินไปแน่นอน ไม่ว่าเราจะมีความฝันอยากเป็นนักเขียน หรือมีเพียงจินตนาการที่อยากถ่ายทอด ความสำเร็จจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเราไม่ให้โอกาสตัวเองได้ 'ลงมือเขียน' และให้โอกาสนักอ่านได้เข้ามาอ่านผลงานของเรา หากใครมองหาโอกาสที่ดีเพื่อทำตามความฝัน เว็บเด็กดีของเราก็พร้อมเป็นสื่อกลางให้กับนัก(อยาก)เขียนทุกคนให้ได้เดินตามฝัน.. ขอเพียงมุ่งมุ่น พยายาม และให้โอกาสตัวเองได้ลงมือเขียน เพียงเท่านี้เส้นทางการเป็นนักเขียนก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน! พี่เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
พี่แนนนี่เพน





1 ความคิดเห็น