|
สวัสดีครับ...วันนี้ พี่ลาเต้ มีข่าวที่น่าสนใจมาฝากกันนะครับ...โดยหากยังจำกันได้...เมื่อไม่กี่ปีมานี้ได้มีผู้ปกครองรายหนึ่งร้องเรียนต่อศาลถึงความไม่ชัดเจน และยุติธรรมในการรับเด็กนักเรียนเข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งวันนี้ผลการฟ้องร้องก็ออกมาแล้วครับ...ไปอ่านรายละเอียดกันเลย...(ยาวหน่อยนะ)... คดีที่จะเป็นบรรทัดฐานในการรับเด็กเข้าเรียนต่อในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง โดยนายประนัย วณิชชานนท์ ตุลาการหัวหน้าศาลปกครองกลางและคณะ มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1963/2550 ซึ่ง ด.ญ.เกวลิน รุกขพันธุ์ ยื่นฟ้อง ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา ต่อศาลปกครองกลาง ในข้อหาละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในการเรียกผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษาในระดับ ม.1 ที่ ร.ร.สตรีวิทยา
ทั้งนี้ ด.ญ.เกวลิน ซึ่งมีนายชวรัตน์ รุกขพันธุ์ บิดา เป็นผู้แทนยื่นร้องต่อศาลว่า ได้มาสมัครเพื่อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาใน ร.ร.สตรีวิทยาในระดับชั้น ม.1 เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2548 ได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร คือ C 1815 และได้เข้าทดสอบความพร้อมพื้นฐานทางการเรียนได้ในระดับที่ 65 ตามประกาศของโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียน ระบุรับนักเรียนจากการทดสอบความพร้อมพื้นฐานทางการเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 จำนวน 64 คน และเมื่อรวมกับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการและประเภทเงื่อนไขพิเศษ ต้องไม่เกิน 320 คน แต่ในวันมอบตัว วันที่ 19 เม.ย.2548 นักเรียนมามอบตัวเพียง 305 คน ไม่มามอบตัว 15 คน ต่อมาคณะกรรมการรับนักเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนได้มีมติให้รับนักเรียนเพิ่มให้ครบตามจำนวน โดยพิจารณาจากบุตรของข้าราชการครูที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 8 ราย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ ข้าราชการครู และรับนักเรียนที่เป็นบุตรของข้าราชการครู ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย จำนวน 4 ราย เพื่อเป็นการอนุเคราะห์ซึ่งกันและกันตามธรรมเนียมปฏิบัติ และจากบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นผู้ให้ความอุปการะช่วยเหลือโรงเรียน จำนวน 3 ราย นอกจากนี้ หลังจาก ร.ร.สตรีวิทยาได้ดำเนินการรับ นักเรียนตามประกาศไว้ครบถ้วนแล้ว แต่คณะกรรมการรับนักเรียนดังกล่าวก็ยังมีมติให้รับนักเรียนเพิ่มอีก ในวันที่ 22 เม.ย.2548 โดยขออนุญาตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กทม.เขต 1 เพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้องจากห้องเรียนละ 40 คน เป็นห้องเรียนละ 50 คน รวมทั้งยังขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มจำนวนห้องเรียนอีก 2 ห้อง เป็น 12 ห้องเรียน แต่ผู้ฟ้องคดีก็ไม่ได้รับพิจารณาเข้าเรียนในจำนวนที่โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เพิ่มนักเรียน ผู้ฟ้องคดีจึงเห็นว่า การรับนักเรียนเข้าเสริมให้ครบตามจำนวนที่ขาดของ ผอ.ร.ร.สตรีวิทยา เป็นการกระทำไปตามอำเภอใจไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอน ไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดีและนักเรียนที่สมัครสอบเข้าเรียน จึงขอให้ศาลมีคำบังคับให้ ร.ร.สตรีวิทยาเรียกผู้ฟ้องคดี ซึ่งสอบได้ในลำดับที่ 65 มารายงานตัวเพื่อเข้าเรียนที่ ร.ร.สตรีวิทยา และขอให้ ร.ร.สตรีวิทยาประกาศหลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจนกรณีมีผู้สละสิทธิในปีต่อไป
ศาลได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดี กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า การที่คณะกรรมการรับนักเรียนและผู้ถูกฟ้องคดีพิจารณารับเด็กที่ไม่ได้ผ่านการสอบคัดเลือก โดยไม่เรียกผู้ฟ้องคดีเข้าเรียน จึงไม่เป็นธรรมกับผู้ฟ้องคดี ประกอบกับบิดาของผู้ฟ้องคดีได้พยายามประสานงานไปยังผู้ถูกฟ้องคดีเพื่อให้รับ ด.ญ.เกวลิน เข้าเรียน ในกรณีที่มีนักเรียนที่สอบได้แต่สละสิทธิ์มาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับพิจารณา ด้วยเหตุผลดังกล่าว การไม่เรียกผู้ฟ้องคดีเข้าเรียนใน ร.ร.สตรีวิทยา จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดให้ปฏิบัติ และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีกำลังศึกษาในสถานศึกษา อื่นอย่างต่อเนื่องในระดับชั้นมัธยมศึกษา ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี จึงพิพากษาให้ ผอ.ร.ร.สตรีวิทยาเรียก ด.ญ.เกวลิน เข้าเรียนใน ร.ร.สตรีวิทยาในระดับชั้นเรียนที่ผู้ฟ้องคดีกำลังศึกษาอยู่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อนายชวรัตน์ รุกขพันธุ์ บิดาของ ด.ญ.เกวลิน เพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ได้รับการชี้แจงจากนายชวรัตน์ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากทางผู้บริหาร ร.ร.สตรีวิทยาว่าจะดำเนินการตามคำสั่งศาลหรือไม่ แต่เชื่อว่าทางโรงเรียนคงจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 นี้ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ด.ญ.เกวลินกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 ร.ร.สาธิตราชภัฏนครปฐม
ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สัมภาษณ์ถึงคดีนี้ ว่า ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับ น.ส.เฟื่องฟ้า ประดิษฐ์พจน์ ผอ.ร.ร.สตรีวิทยา แล้ว ทราบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ น.ส.เฟื่องฟ้า จะเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการ และขณะนี้ เด็กเรียนอยู่ชั้น ม. 3 แล้ว โดยมีทางเลือกให้ 2 ทางคือ เด็กจะเข้าเรียน ร.ร.สตรีวิทยา ทันทีขณะนี้เลยก็ได้ หรือจะเข้าเรียนตอน ม. 4 ก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเด็กและผู้ปกครอง และที่ผ่านมา น.ส.เฟื่องฟ้า เมื่อรับตำแหน่งและทราบเรื่อง ก็ได้ประสานงานกับผู้ปกครอง เพื่อรับเด็กเข้าเรียน แต่คณะกรรมการ ร.ร. ต้องการรอผลการตัดสินของศาลปกครอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการรับนักเรียนก่อน ส่วนเมื่อศาลมีคำตัดสินเช่นนี้ จะมีผลกระทบต่อเด็กหรือไม่นั้น ทาง ร.ร.ไม่มีข้อติดใจและยินดีที่จะดูแลเด็ก อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลปกครองครั้งนี้ จะถือเป็นกรณีตัวอย่างให้ ร.ร.อื่นได้พิจารณารับเด็กอย่างรอบคอบ หากมีการสละสิทธิก็ควรรับเด็กในอันดับถัดไปขึ้นมา และในการรับเด็กปีการศึกษา 2551 ก็กำหนดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน ก็ถือเป็นการจบคดีที่สวยงามคดีหนึ่งเลยนะครับ...โดยอาจถือได้ว่าเป็นคดีที่สร้างแนวคิดและบรรทัดฐานที่ยุติธรรมให้กับแต่ละโรงเรียนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชนพ |




11 ความคิดเห็น
สตรีวิท มีผู้ชาย หัวเกีรยนตัวหรือ
ดูรุปสิ
ก็ควรให้กำลังใจคนที่อยู่แก้ปัญหา ไม่ว่าใครทำอะไรลงไป ขอให้เราเห็นแค่ว่าทำกับโรงเรียนของเรา
ก็พอ ขอให้อาจารย์เฟื่องฟ้าของเราสู้ต่อไปนะคะ