นิยายแนะนำประจำสัปดาห์
ซินมี่มี่นางร้ายสู้ชีวิต ภาค เด็กน้อยสู้ชีวิต
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน นิยายที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้ พี่หญิงแนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนที่กำลังมองหานิยายแนวนางร้ายที่มีพล็อตน่าสนใจ แตกต่างจากนิยายในธีมเดียวกัน เพราะนางร้ายในเรื่องนี้ไม่ได้ไปเกิดใหม่ในยุคโบราณ แต่เป็นสังคมจีนยุคปัจจุบันที่เสริมความเป็นแฟนตาซีด้วย “ผู้ใช้พลังพิเศษ” และ “สัตว์อสูรกลายพันธุ์” ทั้งเธอยังมีเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น หลีกหนีจากชะตากรรมอันเลวร้าย และไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล่าตัวเอกนิยายทุกวิถีทางอีกด้วย!
แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่าย เพราะการมาเกิดใหม่ในนิยายครั้งนี้ มี่มี่มาตัวเปล่า ไม่มีความสามารถพิเศษใดๆ ติดตัวมาสักนิด ทั้งเธอยังเกิดขึ้นมาในครอบครัวยากจน ต่างจากเหล่าตัวเอกที่เกิดในครอบครัวผู้มีอำนาจจนคนทั่วไปไม่มีใครกล้าต่อกร
มี่มี่ จึงต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ เริ่มวางแผนชีวิตตัวเองตั้งแต่ตอนยังเป็นทารก โดยใช้สิ่งที่ล่วงรู้มาจากนิยายเป็นเครื่องมือในการชี้นำ เผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งบางครั้งอุปสรรคที่ว่านี้ก็เกิดขึ้นเพราะความไม่รอบคอบและอ่อนต่อโลกของเธอเอง!
ทว่าทุกความผิดพลาด ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้มุมมอง ทัศนคติ ความคิดของมี่มี่เติบโตขึ้น วันนี้พี่หญิงอยากชักชวนให้ทุกคนร่วมเรียนรู้ในข้อผิดพลาดผ่านบทเรียนชีวิต 3 ข้อ ของมี่มี่ไปด้วยกัน เผื่อว่ามันช่วยให้เราทุกคนใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และมีความสุขมากยิ่งขึ้นค่ะ
ซินมี่มี่นางร้ายสู้ชีวิต ภาค เด็กน้อยสู้ชีวิต
โดย calotropis gigantea รวิสรา
หมวด : ฟรีสไตล์ > อดีต ปัจจุบัน อนาคต
จำนวน : 99 ตอน
คำโปรย
บทเรียนที่ 1. อย่าไว้ใจความโลภของมนุษย์
โลภ คือความอยากได้อยากมี เป็นกิเลสที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน ยิ่งเราอยากได้บางสิ่งบางอย่างมากเท่าไหร่ ความโลภก็ยิ่งบังตาจนทำให้เราสามารถทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้มา แม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็นการเบียดเบียน แย่งชิงของคนอื่นมาก็ตาม เหมือนกับที่ “มี่มี่” และแม่ โดนเพื่อนข้างบ้านขโมยสูตรน้ำจิ้มบ๊วยไปขาย แลกเงินมาตอบสนองความโลภของตัวเอง โดยไม่คำนึงเลยว่าสิ่งที่พวกตนได้ทำนั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวของมี่มี่แค่ไหน
ในเรื่อง มี่มี่ ไม่ได้เกิดใหม่ในครอบครัวร่ำรวย มีพร้อมทุกอย่าง คุณแม่ของมี่มี่เป็นเพียงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งเพราะท้องไม่มีพ่อ เธอต้องทำงานหาเลี้ยงลูกเพียงลำพัง มี่มี่ที่ตัวเป็นเด็กแต่สมองเป็นผู้ใหญ่จึงคิดหาวิธีช่วยเหลือคุณแม่ด้วยการคิดค้นสูตรน้ำจิ้มขึ้นใหม่ แล้วนำไปเสนอขายให้กับโรงงานน้ำจิ้มที่กำลังตามหาสูตรน้ำจิ้มใหม่อยู่พอดิบพอดี โดยอาศัยเพื่อนบ้านที่ไว้ใจเป็นตัวแทนในการติดต่อกับเจ้าของโรงงาน ซึ่งมี่มี่กับแม่ไม่เคยคิดเลยว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด!
เพื่อนบ้านที่ตอนแรกเห็นว่าเป็นคนดีและไม่เคยคิดเลยว่าจะเอาเปรียบกัน กลับขโมยสูตรน้ำจิ้มไปแอบอ้างแล้วรับผลประโยชน์เพียงผู้เดียว หนีไปมีชีวิตสุขสบาย โดยไม่สนใจเลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มานั้น ตนเองแย่งชิงมาจากเด็กตาดำๆ คนหนึ่ง!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญที่สอนให้มี่มี่และแม่ได้รู้จักกับความโลภในจิตใจมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงคนธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็น “โจร” ได้อย่างไม่คาดคิด!
บทเรียนที่ 2 เชื่อใจคนที่ควรค่าแก่การเชื่อใจเท่านั้น
เห็นพูดถึงความเชื่อใจแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะสนับสนุนให้น้องๆ เป็นโรคหวาดระแวง และไม่เชื่อใจใครสักคนเลยนะ เพียงแต่พี่อยากให้น้องๆ พิจารณาคนที่เราจะไว้ใจให้เข้มข้นขึ้นอีกนิด และเผื่อใจเอาไว้บ้าง เพราะหากทุกอย่างไม่เป็นดังที่คิด เราจะได้เหลือทางรอดให้ถอยกลับมาตั้งหลักได้ ไม่เหมือนกับ “มี่มี่” ที่เลือกเชื่อใจคนผิด หลงเชื่อใจเด็กชายที่เจอหน้ากันไม่กี่วัน ไม่คิดว่าเด็กชายที่ว่านี้จะเป็นคนที่ “รู้หน้าไม่รู้ใจ” ต่อหน้ารับปากจะจับมือกันหนีออกจากสถานการณ์อันเลวร้าย แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับเอาตัวรอด แล้วทิ้งให้มี่มี่ต้องเผชิญหน้ากับการ “ฆ่าปิดปาก” จากน้ำมือของคนในครอบครัวตัวเองแบบไม่แสดงทาทีคัดค้านสักนิด
และถึงแม้มี่มี่จะยังไม่มั่นใจว่าความคิดนี้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้เลยว่า มี่มี่ ตัดสินใจผิดพลาดจริงๆ ก็คือการไว้ใจคนอื่นมากเกินไปจนไม่วางแผนสำรองให้ตัวเอง หากเธอรู้สึกหวาดระแวงสักนิด หรือคิดเผื่อฉุกเฉินสักหน่อย โทรแจ้งข่าวสารกับทางบ้านในตอนที่ยังมีโอกาส อย่างน้อยหลังจากโดนทำร้าย มี่มี่ ก็คงไม่ต้องนอนรอความตายแบบสิ้นหวังเหมือนที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่...
บทเรียนที่ 3 บางครั้งการนิ่งเฉยก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาทุกสิ่ง
หลังจากที่โดนหักหลักจากความเชื่อใจ เคราะห์กรรมของมี่มี่ก็ยังไม่หมดสิ้นไป เธอต้องกลายเป็นเด็กพิการจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ต้องทนใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็น จนกว่าครอบครัวของเธอจะตามหาผู้มีพลังมารักษาได้สำเร็จ ซึ่งหากจะอาศัยแค่กำลังของเธอและแม่ ก็บอกเลยว่าหนทางที่มี่มี่จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง ริบหรี่เกินทน ทั้งคู่จึงต้องจำใจยอมรับข้อเสนอของ “เฉินลู่” พ่อที่แท้จริงของมี่มี่ ซึ่งยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือในขณะนั้น แม้รู้ว่ามันจะนำพาความยุ่งยากเข้ามาในอนาคตก็ตาม!
เพราะ “เฉินลู่” ไม่ได้เป็นเพียงคนตัวเปล่า เขาแต่งงานมีภรรยาและลูกสาวอยู่แล้ว และที่สำคัญ “เฉินม่านอิง” ลูกสาวคนที่ว่านี้ยังเป็นถึงนางเอกของนิยายอีกด้วย!
เมื่อเรื่องออกมาเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าภรรยาอีกคนของ “เฉินลู่” ไม่มีทางปล่อยให้มี่มี่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เธอใช้อำนาจที่มี วางแผนการให้มี่มี่โดนคนในโรงเรียนทำร้ายไม่เว้นแต่ละวัน โดยไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือได้เลย
ซึ่งวิธีที่ มี่มี่ เลือกมารับมือจะสถานการณ์ในครั้งนี้ก็คือการวางเฉยต่อทุกสิ่งค่ะ มี่มี่คิดว่าหากเธอไม่สนใจ และไม่เปิดโอกาสให้คนเข้ามาทำร้ายได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างออกมาในทางตรงกันข้าม มี่มี่ถูกคนทำร้ายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งท้ายที่สุด เธอเกือบจะเสียชีวิตอีกครั้ง เพราะการวางเฉยมากเกินไปนี่ล่ะ
เหตุการณ์ในครั้งนี้จึงกลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ทำให้มี่มี่เข้าใจเลยว่า… บางครั้งการวางเฉยต่อทุกสิ่งก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป กับคนบางคนเราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นไปเลยว่า เราไม่ใช่เหยื่อที่ใครคิดจะรังแกกันได้ง่ายๆ
*****************
สำหรับ “ซินมี่มี่นางร้ายสู้ชีวิต ” อาจไม่ได้เป็นนิยายที่มีพล็อตแปลกจนเห็นแว็บแรกแล้วจะร้อง "ว้าว" ออกมา แต่หากได้อ่านแล้วทุกคนจะได้สัมผัสกับคำว่า “สู้ชีวิต” อย่างเข้มข้น เพราะ “มี่มี่” เริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ เธอไม่ได้เก่งหรือฉลาดกว่าคนทั่วไป มี่มี่แค่ต้องการมีชีวิตที่ดี ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ เท่านั้น และเธอไม่เคยยอมแพ้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังกี่ครั้งก็ตาม หากใครกำลังมองหานิยายที่อ่านแล้วเหมือนเราได้เลยรู้และเติบโตไปพร้อมกับตัวละครแล้วละก็ แนะนำให้แวะเข้ามาติดตามทางเดินชีวิตของ “ซินมี่มี่” นางเอกจากนิยายเรื่องนี้ได้เลยค่ะ








0 ความคิดเห็น