|
ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียง เธอกับฉัน อยู่ด้วยกับตราบนาน นาน... ดังในใจความบอกในกวี ว่า ตราบใดที่มีรัก ย่อมมีหวัง คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง... แหม...วินาทีนี้คงจะไม่พูดถึงไม่ได้เสียแล้วหละครับ...กับภาพยนตร์แห่งสยามสแควร์เรื่องแรกของประเทศ...(ขนาดนั้นเลย...)...กับหนังเรื่อง รักแห่งสยาม ที่ตอนนี้จับกุมหัวใจวัยรุ่นไปแล้วค่อนประเทศ...อิอิ...แม้แต่ พี่ลาเต้ เองที่ปกติมักจะดูแต่หนังแนว บ้านผีปอบ บุญชู สมศรี (แต่ละเรื่อง...ช่างเหมาะกับหน้าตามากๆ)...ยังต้องซูฮกให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังแห่งความประทับใจของ พี่ลาเต้ เลยหละครับ...อ้าว อ้าว อ้าว นี่น้องๆอย่างพา พี่ลาเต้ ติดลมบนซิครับ..ว่าแล้วเราก็มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า...
หากน้องๆคนไหนที่ได้ดูหนังเรื่อง รักแห่งสยาม นี้แล้ว...ก็คงจะได้เห็นถึงความรักในรูปแบบต่างๆนะครับ...ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ดนตรี หรือแม้กระทั่ง แฟน(ขณะที่นั่งเขียนอยู่นี้...หน้าของโต้งกับมิวก็ลอยมาทันที)...ซึ่งทุกๆความรักในเรื่องนี้ล้วนเกิดขึ้นในดินแดนที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมวัยรุ่นอย่าง สยาม(สแควร์)...แต่ พี่ลาเต้ ก็เคยได้ยินมาเหมือนกันนะครับว่า...ไม่ว่าจะอยู่ แห่งหน ตำบลใด ความรักก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ...แล้วอย่างนี้ สถาบันกวดวิชา หละ...จะมีความรักเกิดขึ้นไหมหว้า...งั้นเราไปถามชาวกวดวิชากันดีกว่า...ว่าในกวดวิชามีความรักแบบไหนเกิดขึ้นบ้าง เริ่มต้นที่น้องคนสวยที่มีชื่อคล้ายกับนางเอกของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เธอคือ น้องนัท(ไม่มี โด) กฤตติยา เหลียวรักษ์สกุล ม.6 โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ที่หอบเอาความรักสีชมพูมาบอกกับ พี่ลาเต้ ว่า รักแห่งกวดวิชาของหนู คืออาจารย์ค่ะ...หนูมาเรียนที่นี่...หนูรู้สึกว่าหนูรักอาจารย์มากๆ จากที่เคยคิดว่าจะมาเรียนเพื่อเอาเกรด เอาความรู้ แต่อาจารย์กลับให้มากกว่านั้น...อาจารย์ให้ความอบอุ่นเหมือนกับเป็นแม่คนที่ 2 ของหนู...บางครั้งมีปัญหาที่บอกเพื่อน หรือบอกทางบ้านไม่ได้ ก็จะมีอาจารย์นี้หละค่ะที่ช่วยได้...ซึ่งตอนนี้บอกได้เลยว่าจากที่เคยคิดมาเรียนเพราะอยากเพิ่มเกรด กลับเปลี่ยนเป็น อยากมาเรียนเพราะอยากเจออาจารย์แทนค่ะ อืม...สั้นๆแต่ได้ใจความมากๆครับ...พี่ลาเต้ ไม่มีคำพูด คำแซว อะไรมาต่อเลย....
คนต่อไปก็มาอีกหนึ่งมุมของความรัก โดยเขาบอกว่ารักแห่งกวดวิชาของเขา คือเพื่อน เธอคือ น้องแนท สาวิตรา อรุณโกมล ม.5 โรงเรียนสาธิตปทุมวัน ครับ หนูไม่เคยคิดว่าในโรงเรียนกวดวิชา จะหาเพื่อนที่สนิทได้ค่ะ...แต่พอวันหนึ่งหนูกลับได้พบเพื่อนสนิทซึ่งอยู่ต่างโรงเรียนจากที่นี้ค่ะ...เพื่อนคนนี้รู้จักกันเพราะเป็นคนที่นั่งรถมาเรียนทางเดียวกัน...คิดดูแล้วก็ไม่รู้ว่าสนิทกันเพราะอะไร...อาจเพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน...แต่ทุกวันนี้บอกได้เลยว่า รักและเป็นห่วงมาก...เพราะทุกครั้งที่มีปัญหาทั้งเรื่องชีวิต เรื่องการบ้าน หรือเรื่องเพื่อน ก็จะปรึกษากันตลอด และมันก็ช่วยหนูได้ตลอดด้วยนะค่ะ จนคิดเลยว่า จบ ม.6 ไปแล้วอยากจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกัน... แหม...รักแห่งกวดวิชา...ของน้องๆทั้ง 2 คนนี้ไปสร้างเป็นหนังแข่งกับ รักแห่งสยาม ได้สบายๆเลยนะครับ...อิอิ...แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม...พี่ลาเต้ ก็เชื่อว่าเรื่องราวทั้ง 2 เรื่องนี้...ก็คงเปรียบเสมือนบทเพลงรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความไพเราะ และน่าฟังของบรรดาเพลงรักหลายๆเพลงเลยหละครับ...(ว้าว...เขียนคอลัมน์นี้มาซะนาน...เรื่องนี้ประทับใจจัง...)...ส่วนน้องๆที่ได้อ่านอยู่...หากคนไหนมีเรื่อง ความรักแห่งกวดวิชา แล้วหละก็...อย่ามัวแต่เก็บเอาเพลงรักไว้ฟังคนเดียวนะครับ...มาร้อง มาแบ่งบัน ให้ พี่ลาเต้ ให้เพื่อนๆ ได้ร่วมประทับใจกันบ้างนะครับ... |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?







9 ความคิดเห็น
รักไปเลย ไปหมด ไม่เหลือ
เราไม่มีความรักนะ เฮ้อ จิต
ที่เราเรียนแทบมะคุยกันเรย
ชวนคนข้างๆคุยเค้าก้มะคุยกะเรา
ถามคำตอบคำ TT^TT
ใครคุ้นบ้างงงงงง...(แน่ล่ะสิไปกอปเค้ามา เหอๆ)
หนุ่ม rotingสีขาว เรารอนายอยู่เสมอนะ เหอๆ แม้จะนั่งห่างกันไกลแสนไกลก้อตามที
กิ้วๆ รอคอยวันที่ rotingสีขาวกับสีน้ำเงินจะได้อยู่เคียงข้างกัน
หนูก็รักอาจารย์ทุกคนนะคะ อาจารย์ตั้งใจสอนมากๆและคอยกระตุ้นให้เราขยันและให้เราวางแผนอนาคตอยู่เสมอ รักอาจารย์มากๆคะ