สวัสดีครับ น้องๆชาว Dek-D ทุกคน...ก่อนอื่น พี่ลาเต้ คงต้องถามว่าวันที่ 1 ธันวาคมเป็นวันอะไร...แต่ห้ามตอบว่าเป็นวันเสาร์นะครับ...อิอิ...เพราะวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปีเป็นเอดส์โลกครับ...และวันนี้ พี่ลาเต้ ก็มีเรื่องน่ารู้ที่สำคัญเกี่ยวกับวันนี้มาบอกกันครับ...

 

          ในปีนี้องค์การอนามัยโลกและโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า “เอดส์หยุดได้...ร่วมใจรักษาสัญญา” (Stop AIDS Keep the Promise) เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนเกิดความตื่นตัว มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเอดส์ และมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย โดยมีเยาวชนเข้าร่วมงานประมาณ 2,000 คน 

 


         นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ยังคงทวีปัญหาความรุนแรงในทุกภูมิภาคของโลก องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในปี 2549 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์เกือบ 3 ล้านคน ยังมีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ยังมีชีวิตอยู่กว่า 39 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี 2549 มากถึง 4 ล้านกว่าคน เฉลี่ยวันละ 11,000 คน นาทีละเกือบ 8 คน ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่นี้ ร้อยละ
40 เป็นเยาวชน/วัยหนุ่มสาวอายุ 15 – 24 ปี และเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 530,000 คน

          สำหรับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2527 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2549 มีผู้ติดเชื้อเอดส์ 1 ล้านกว่าคน เกือบครึ่งเสียชีวิตแล้ว ยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ต้องได้รับการดูแลรักษา 556,848 คน โดยในปี 2549 นี้มีรายงาน
ผู้ติดเชื้อรายใหม่
15,174 คน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นวันละ 40 คน เฉลี่ยนาทีละเกือบ 2 คน


 


           ที่น่าเป็นห่วงก็คือ เหยื่อเอดส์รายใหม่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น ติดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และมากขึ้น และแนวโน้มจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์อายุน้อยลงเรื่อย ๆ น่าห่วงมาก โดยพบว่า กลางปี 2549 อัตราการติดเชื้อเอดส์ในหญิงตั้งครรภ์อายุ 15 – 19 ปี ร้อยละ 0.44 ในขณะนี้ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบผู้ติดเชื้อเอดส์ในกลุ่มนี้เลย เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงาน สังคมต้องช่วยกันแก้ไขเป็นการด่วน 

          ด้าน
นพ.สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดยุทธศาสตร์ป้องกันแก้ไขการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ โดยตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จากปี 2549 ลงให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งภายในปี 2553 เหลือไม่เกิน 5,300 คน โดยส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักถึงร้อยละ 80

 


           โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ติดเชื้อ ชายรักชาย ผู้ให้และผู้ใช้บริการทางเพศ กลุ่มวัยรุ่น และลดการติดเชื้อจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในกลุ่มผู้ติดยาเสพติด พัฒนาระบบดูแลรักษาพยาบาล โดยขยายความครอบคลุมการให้ยาต้านไวรัสเอดส์ให้ทั่วถึง และดูแลด้านสังคมแก่ครอบครัวผู้ป่วย ทั้งด้านอาชีพและสวัสดิการต่าง ๆ ให้ครอบคลุมอย่างน้อยร้อยละ 80 ของผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์

 

          ได้ฟังอย่างนี้ไม่ไกลตัวเลยนะครับ...จำนวนผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงก็มากขึ้นทุกที...แต่ไม่ว่าจะอย่างไร...คนที่พลาดไปแล้ว พี่ลาเต้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ...เพราะพี่เคยรู้จัก รุ่นพี่คนหนึ่งเขาเป็นโรคเอสด์แต่เขาพยายามรักษาตัวเอง...ถึงจะไม่หายขาดแต่ตอนนี้ก็ 10 ปีแล้วครับ...ก็ยังไม่มีวี่แววอ่อนแรงแต่อย่างไร...แถมยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนต่างๆในสังคมสบายมาก...

 
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 
 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น